ทอ. ชี้แจงทูตทหาร 22 ประเทศ ย้ำปฏิบัติการชายแดนไทย–กัมพูชา ป้องกันตนเองตามกฎหมายสากล
ทอ. ชี้แจงทูตทหาร 22 ประเทศ ย้ำปฏิบัติการชายแดนไทย–กัมพูชา ป้องกันตนเองตามกฎหมายสากล
วันที่ 9 ม.ค. 2569 พลอากาศเอก ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานข้อมูลข่าวสารร่วม ไทย - กัมพูชา แถลงข่าวถึงการชี้แจงปฏิบัติการทางทหารของไทยต่อสถานการณ์ความตึงเครียด บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ต่อผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ ประจำประเทศไทย จำนวน 29 คน จาก 22 ประเทศ ในวันนี้ โดยยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารของไทยเป็นไปเพื่อป้องกันตนเอง และเป็นการป้องกันในเชิงรุก เพื่อควบคุมพื้นที่อธิปไตยไทยกลับคืนมา ตามด้วยการสถาปนาความมั่นคงในพื้นที่เหล่านั้น
โดยในวันนี้ มีประเด็นคำถามจากผู้ช่วยทูตทหารฯ ที่น่าสนใจ เช่น การปฏิบัติการร่วมรบของทุกเหล่าทัพ เป็นไปในลักษณะใด และดำเนินการอย่างไร เนื่องจากผู้ช่วยทูตทหารบางประเทศ มาจากเหล่าทัพที่ต่างกัน จึงอยากทำความเข้าใจถึงปฏิบัติการร่วมมากขึ้น รวมถึงความขัดแย้งที่เกิดขึ้นบริเวณแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ที่มีการปะทะกัน ไทยมีหลักคิดในการดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้การกระทำเหล่านั้นเกินกว่าเหตุ ซึ่งกองทัพอากาศได้ชี้แจงว่า ฝ่ายไทยดำเนินการตามแผนป้องกันประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการถามถึงกระบวนการถอดบทเรียน (AAR) ของเหตุการณ์ไทย - กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญของฝ่ายไทย เช่น การถอดบทเรียนของศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา ออกมาเป็นเอกสาร 2 เล่ม คือแนวทางปฏิบัติที่มา เพื่อบอกเล่าข้อมูล ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่พบแก่คนรุ่นหลังในการปฏิบัติการ และสมุดปกขาว (White Paper) ที่รวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ข้อมูลปกิณกะต่าง ๆ เช่น Fake News ที่พบ ไปจนถึงขั้นตอนการลงนามหยุดยิง
ด้าน พลอากาศโท จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ เชื่อมั่นว่า การชี้แจงที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะทำให้ผู้ช่วยทูตทหารที่มารับฟัง เข้าใจและเชื่อถือปฏิบัติการทางทหารของไทยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากฝ่ายไทยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่บ่งชี้ถึงการละเมิดหลักกฎหมายระหว่างประเทศในหลายเรื่องของฝ่ายกัมพูชาอย่างชัดเจน โดยเฉพาะความจำเป็นที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการต่อความตึงเครียดที่เกิดขึ้นมาหลากหลายมิติ จนมาสิ้นสุดที่ปฏิบัติการทางทหาร เพื่อปกป้องอธิปไตยไทย ทหารไทย และพลเรือนไทย
ด้วยการชี้แจงที่เกิดขึ้นในวันนี้ จึงหวังว่าผู้ช่วยทูตทหาร จะเข้าใจว่าไทยปฏิบัติการโดยยึดถือหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ปฏิบัติการอย่างมืออาชีพ และเป็นสุภาพบุรุษจนถึงที่สุดแล้ว