โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘มาร์ค’ ไม่ติด จับมือ ‘เพื่อไทย’ แต่ถ้า ‘ระบอบทักษิณ’ สอดมือ งับขาดทันที

เดลินิวส์

อัพเดต 12 มกราคม 2569 เวลา 5.35 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘ปชป.’ ปราศรัย ‘เปิดฟ้ากรุงเทพฯ ฟ้าใหม่’ ด้าน ‘อภิสิทธิ์’ ลั่นไม่ปิดประตู ‘เพื่อไทย’ แต่ถ้ามี ‘ระบอบทักษิณ’ เข้ามางับมือขาดทันที ชี้ ‘33ผู้สมัครสส.กทม.’ มีความหมาย ลบคำสบประมาท ‘พรรคตกต่ำ’ ปลุกประชาชนออกมาใช้สิทธิ์สุจริต ล้างทุนเทา อัดพรรคการเมืองถ้ายังซื้อสส.อยู่ อย่ามาพูดเรื่องปราบโกง ขยี้ปม ‘ชั้น14’ ซุบซิบนินทากันอยู่ 2 ปีไม่มีใครทำอะไร แม่ยก ปชป.เชียร์ ''มาดามเดียร์'' คัมแบ็กร่วมฟื้นพรรคฯ

เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่สวนเบญจสิริ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เปิดปราศรัยเวทีแรก “เปิดฟ้า กรุงเทพฯ ฟ้าใหม่” นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งผู้สมัคร สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 33 คน ร่วมพูดคุยเรื่องนโยบายกับประชาชน

โดยนายอภิสิทธิ์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า ผู้สมัคร 33 คน ทุกคนมีความหมาย แต่ก่อนที่ตนจะกลับมาเขาประสบประมาทว่าพรรคประชาธิปัตย์ใกล้จะสูญพันธุ์แล้ว และพอตนกลับมาเขาก็บอกว่าพรรคประชาธิปัตย์ก็คงจะรวบรวมศิษย์เก่า ไม่สามารถที่จะมีภาพอนาคตได้ แต่เชื่อหรือไม่ ที่ตนตัดสินใจกลับมาสิ่งแรกที่ตัดสินใจบอกว่าถ้าจะกลับมาได้ ต้องมีบุคลากรที่เป็นคนหนุ่มสาวคนหน้าใหม่ที่จะตัดสินใจว่าอนาคตของประเทศ วิสัยทัศน์ที่เรามีต้องสอดคล้องกับอุดมการณ์ประชาธิปัตย์

“ที่บอก 33 คนมีความหมายเพราะปี 62 สส.ในกรุงเทพของพรรคไม่เหลือ ครั้งนี้เราวัดใจคนกันไปเลย ว่าพรรคที่เขาบอกตกต่ำอย่างนี้ เราเปิดการรณรงค์สส.ที่ดีคุณเองก็เป็นได้นะ แล้วดูซิมีใครเดินเข้ามาบ้าง มีทั้งด็อกเตอร์ ศิลปิน มีหมอ มีอาจารย์ คนเหล่านี้ไม่ได้มีฐานทางการเมือง แต่บอกว่าถึงเวลามาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ มาช่วยประเทศชาติ คนเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนไม่เหมือน 2 สภาที่ผ่านมา “นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า การรวบรวมคนท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งเราไม่รู้ว่าวันที่ 8 ก.พ.จะเป็นอย่างไรแต่ 2 เดือนที่เราทำงานอย่างหนัก อย่างน้อยก็ไม่มองข้ามพรรคประชาธิปัตย์อีกต่อไป นอกจากจะไม่มองข้ามแล้ว ประชาธิปัตย์ยังเป็นคนกำหนดเส้นทางและทิศทางของบ้านเมือง เพราะคนอึดอัดและทนความตกต่ำของการเมืองไทย จากปัญหาทุจริตคอรัปชั่นจากทุนเทา ซึ่งตนพูดตั้งแต่ตนกลับเข้ามา ว่าครั้งนี้ถ้ามีสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงได้ ขอให้เรากลับมาทำให้บ้านเมืองเรา เป็นบ้านเมืองที่สุจริต เพราะถ้าบ้านเมืองไม่สุจริตก็ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น นายกรณ์ระบุว่าทุนเทาอยู่ ทุนดีไม่มา คนหากินลำบากต่างประเทศมองไทยไม่เหมือนเดิมจากที่เคยเป็นศูนย์กลางเรื่องต่างๆ ก็กลายเป็นประเทศที่มีศูนย์ Call Center สแกมอยู่รอบๆ แล้วเอาเงินเข้ามาฟอกผ่านระบบการเงินไทย แบบนี้เราอยู่ไม่ได้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า พรรคการเมืองอื่นถ้าซื้อสส.ไปก็อย่ามาพูดเรื่องสุจริต อย่ามาพูดเรื่องปราบทุจริต อย่ามาพูดเรื่องการปราบคุณเทา ดังนั้นตนจึงบอกว่าคราวนี้เราต้องสู้ เราต้องตัดวงจรตรงนี้ พอประชาธิปัตย์เปิดประเด็นว่าบ้านเมืองสุจริตก็จะเห็นว่ามาเป็นแถวว่าพรรคนั้นพรรคนี้ไม่เอาทุนเทา ดีเบตครั้งแรกมีแต่คนบอกว่าไม่เอาทุนเทา ทั้งนี้ตนไม่กล้ายืนยันว่าใครที่เป็นทุนเทา แต่ตนเช็คประวัติแล้ว ซึ่งตนเห็นว่าตามมาตรฐานสากลไม่ควรอยู่ในอำนาจ เพื่อเปิดทางให้เรามั่นใจว่าไม่มีอุปสรรค ตนต้องการเวลาสัก 40 ปี ถ้าทำไม่สำเร็จอย่างน้อยก็ต้องส่งไม้ต่อให้กับ 33 คนไปทำต่อให้ได้ เราจริงจังกับเรื่องนี้

"ชั้น 14 ซุบซิบนินทากันอยู่ 2 ปี จนกระทั่งวันหนึ่งอดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไปยื่นให้ตรวจสอบจนถึงที่สุดก็ได้กระบวนการยุติธรรมกลับคืนมา หลายคนว่าวิจารณ์ศาลไม่ควรมายุ่งเรื่องนั้นเรื่องนี้ ถ้าเป็นประเทศอื่นจริงๆ เรื่องพวกนี้ไม่ควรจะถึงศาลด้วยซ้ำ เจ้าตัวควรจะรู้ว่าต้องทำอย่างไร พรรคตัวเองต้องรู้ว่าทำอย่างไร ถ้าไม่รู้ สภาก็ต้องรู้ว่าทำอย่างไรแต่กลับไม่มีใครทำอะไร“นายอภิสิทธิ์ กล่าว และว่าแต่พอเลือกตั้งกลับมาพูดปราบทุนเทา ประหารชีวิต แต่ถ้าเปิดกฎหมายอาญา ติดสินบนก็ประหารชีวิต เพราะฉะนั้นก็ปราบได้แต่หัวหมานั่นแหละ แต่เรื่องนี้ไม่มีใครกลัวเพราะรู้ว่าไม่มีใครจับ ถ้าจับได้ก็วิ่งเต้นได้ เลวร้ายสุดทำท่าว่าจะโดนจับก็หนีไปต่างประเทศ ดังนั้นการประหารคอรัปชั่นต้องประหารด้วยข้อมูล

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า มีการด้อยค่าสถาบันที่เป็นหลักของชาติเป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ แต่ตนก็จะไม่ยอมให้เอาเรื่องละเอียดอ่อนของบ้านเมืองมาเล่นการเมือง เพื่อสร้างความแตกแยกอีกต่อไป มาตรา 112 ถามว่ากี่รัฐบาลที่ผ่านมาที่ลงไปแก้ปัญหาจริงๆ รัฐบาลตนเป็นรัฐบาลที่พูดเรื่องการบังคับใช้มาตรา 112 แต่ในชีวิตตนยังไม่เห็นมีใครมาบอกว่าตนไม่จงรักภักดี สมัยตนจึงมีการตั้งคณะรัฐบาลกลั่นกรองคดี 112 เพราะรู้ว่าตำรวจ อัยการถูกกดดัน เราจึงให้มีผู้เชี่ยวชาญมาดูกฎหมายให้ แต่วันนี้การสร้างความแตกแยกต่างจากทุกครั้งจริงๆ เพราะรู้ว่ามีคนรักสถาบันเยอะ อยากจะปกป้องสถาบันเยอะ ก็ยอมรับไม่ได้เหมือนจะเอาเป็นเงื่อนไขข้ออ้างทางการเมืองอย่างเดียวอย่าง เมื่อใดที่พรรคการเมืองแสดงตัวความผูกขาดความรักสถาบัน ทั้งนักการเมืองรวมทั้งตนมีคนชอบและมีคนเกลียด มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่สถาบันหลักของชาติต้องอยู่เหนือการเมืองและความรู้สึกของมนุษย์

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า วันนี้อย่าไปหลงว่าน้ำเงินกับส้มเขาแข่งกัน รู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่ทำ moa กันอีก หัวหน้าพรรคประชาชนบอกจะไม่ยกมือให้อนุทินไม่ร่วมรัฐบาล แต่ก็ไม่เคยพูดว่าถ้ามาเป็นที่หนึ่งจะไม่ชวนสีน้ำเงินเข้าไป แต่แปลกมีแต่คนมาถามประชาธิปัตย์ พอตนบอกว่าไม่ร่วมกับพรรคนั้น ก็บอกว่าจะร่วมอีกพรรค ก็ต้องถามกลับว่ามันเกี่ยวอะไร แทนที่จะไปคาดคั้นว่า ตกลงคุณจะยังกอดอยู่หรือไม่กับพรรคนั้น วันนี้แปลกมากที่พรรคภูมิใจไทยกล้าที่จะมาวิจารณ์จากการบิดเบือนคำสัมภาษณ์ มีนักข่าวถามว่าปิดทางจับมือเพื่อไทย กับพรรคประชาชนหรือไม่ทั้งๆ ที่จริงเราบอกว่าเราไม่เอากับทุนเทากับการทุจริตคอร์รัปชั่น และเราสู้มาตลอดกับระบอบทักษิณทั้งจากอดีตและในอนาคต แต่ด้วยความเป็นพรรคประชาธิปัตย์พอบอกไม่เอา แล้วมาบอกเราสร้างความแตกแยก

"ย้ำว่าผมไม่ปิดประตูแต่ถ้ามีระบอบทักษิณแหย่เข้ามาผมงับมือขาดทันที" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า เราจะฝากความไว้เนื้อเชื่อใจพรรคการเมืองหนึ่งเพียงเพราะจะไม่เอาอีกพรรคการเมืองหรือไม่ ถ้ากลัวว่าเลือกประชาธิปัตย์แล้ววันนี้อาจจะยังไม่มาที่ 1 ซึ่งมันก็ยังไม่แน่ เพราะถ้าเลือกประชาธิปัตย์เป็นกอบเป็นกำ เราจะทำให้รัฐบาล ไม่ว่าฝ่ายไหนเป็นรัฐบาล แล้วเอาเราไปร่วมจะต้องเป็นรัฐบาลที่เอาจริงกับการปราบทุนเทา สแกมเมอร์ ทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ถ้าไม่เอาจริง เราก็ไม่อยู่ด้วย พรรคไหนมีนโยบายสร้างความแตกแยก เอาเรื่องละเอียดอ่อนมาเล่นการเมือง แล้วทำให้เกิดความวุ่นวาย ประชาธิปัตย์ก็ไม่เอาด้วย เพราะฉะนั้นสบายๆเลยเทไปเลือกพรรคนั้นเลือกพรรคนี้ตนดูแล้วไม่มีใครชนะขาด สุดท้ายก็มาเจรจาต่อรองกัน แต่ถ้าเทไปก็ระวังแทงผิด สิ่งที่คิดว่าจะกันได้กลายเป็นไม่ใช่ แต่ถ้าเลือกประชาธิปัตย์ก็ปลอดภัย 100% ไม่มีรัฐบาลเทา ไม่มีรัฐบาลสร้างความแตกแยก มีแต่รัฐบาลที่พรรคประชาธิปัตย์จะดูแลว่าให้ประชาชนและประเทศชาติต้องมาก่อน

ขณะที่ นางสาววทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ อดีตสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ยังได้มาร่วมรับฟังการปราศรัยในครั้งนี้ด้วย พร้อมยังได้พูดคุยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคฯ และยังได้รับการต้อนรับจากแกนนำพรรคฯ รวมถึงยังมีประชาชน และสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาทักทายและขอถ่ายรูปด้วย พร้อมท้้งยังอยากให้กลับมาพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมาช่วยกันฟื้นกระแสพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาเป็นที่นิยมและเฟื่องฟูอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...