GCAP เปิดพอร์ต Non-Lending ชูโดรนโดยสาร-อสังหาฯ เกาะเต่า เป็นหัวหอกรายได้ใหม่
GCAP ประกาศกลยุทธ์เชิงรุกไตรมาส 3 ปี 2568 ขยายธุรกิจ Non-Lending สร้างแหล่งรายได้ใหม่เสริมธุรกิจหลัก นำร่องให้บริการโดรนโดยสารไร้คนขับ และการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ "เกาะเต่าไลฟ์สไตล์คอมเพล็กซ์" คาดเห็นผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ในปี 2569 หลังผลประกอบการไตรมาส 3 ถูกกระทบจาก ECL เชิงรุก
17 พฤศจิกายน 2568 - นายอนุวัตร โกศล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP เปิดเผยว่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 628 ล้านบาท บริษัทฯ มุ่งเน้นการออกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า เช่น "สินเชื่อรถเกี่ยวแลกเงิน" ควบคู่กับการพัฒนาแพลตฟอร์ม "เกษตรแมทช์ชิ่ง" เพื่อเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียม (Fee-based income) และสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ บริษัทยังได้เริ่มให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการท่องเที่ยว (EV Motorbike) ที่เกาะเต่า และมีแผนขยายไปยังเกาะพะงัน, เกาะสมุย และเกาะยาวน้อย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ESG)
ผลประกอบการของบริษัทฯ ในไตรมาส 3 ปี 2568 สะท้อนถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก บริษัทฯ มีรายได้รวม 32.03 ล้านบาท และมีกำไรจากการดำเนินงาน 4.41 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงิน 9.06 ล้านบาท ลดลง 25.99% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากภาระการชำระคืนหุ้นกู้ที่ลดลง และมีค่าใช้จ่ายในการบริหาร 18.60 ล้านบาท ลดลง 24.17% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ รายงาน ผลขาดทุนสุทธิประจำงวดจำนวน 4.33 ล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นจากการตั้งสำรองหนี้สูญที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ของลูกหนี้สินเชื่อเช่าซื้อในไตรมาส 3/2568 จำนวน 4.77 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินการออกมาตรการผ่อนปรนและปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้กลุ่มสินเชื่อธุรกิจ ซึ่งตามมาตรฐานบัญชีทำให้ต้องตั้งผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงสัญญาจำนวน 2.8 ล้านบาท
GCAP มั่นใจว่า การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสนี้ เป็นการเสริมสร้างฐานะการเงินให้แข็งแกร่ง พร้อมรองรับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ โดยบริษัทฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง ตามหลักการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ GCAP มีแผนขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมั่นคงในไตรมาส 3 ปี 2568 โดยมุ่งเน้นการสร้างความหลากหลายของแหล่งรายได้ และเร่งรัดการขยายธุรกิจ Non-Lending Business เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีสองโครงการหลักที่คาดการณ์ว่าจะสร้างรายได้ใหม่ภายในปี 2569
บริษัทฯ โดยบริษัทย่อย เต่า เอเอเอ็ม จำกัด (TAO AAM) ได้เปิดตัวโดรนโดยสารไร้คนขับ รุ่น EH216-S จากบริษัท Ehang ประเทศจีนอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2568 โดยมีแผนการดำเนินงานและผลกระทบทางเศรษฐกิจที่สำคัญ คือการนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับมาใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์
ปัจจุบัน โครงการอยู่ระหว่างการบินทดสอบและรอการอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนฯ (CAAT) ซึ่งมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการให้บริการอากาศยานไร้คนขับเพื่อการโดยสารให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีการผลักดันกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด
บริษัทฯ วางแผนนำร่องให้บริการใน 5 เส้นทางท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ พัทยา, ภูเก็ต, สมุย, พะงัน, และเกาะเต่า ก่อนจะขยายเพิ่มเป็น 11 เส้นทางในระยะถัดไป นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายการให้บริการสู่โดรนขนส่งอุปกรณ์/เวชภัณฑ์ทางการแพทย์, พัสดุ, และอาหารในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ที่หลากหลาย โดยคาดว่าจะสามารถ เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ภายในกลางปี 2569
โครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และไลฟ์สไตล์ครบวงจรบนพื้นที่กว่า 200 ไร่ บนเกาะเต่า ซึ่งมีองค์ประกอบที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวคุณภาพสูงและการลงทุนร่วมกับพันธมิตร โดยจะประกอบด้วย โรงแรม 2 แห่ง (บริหารโดยแบรนด์ชั้นนำระดับโลก), พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง, สถานีขึ้นลงอากาศยานแนวตั้ง (Vertiport) ซึ่งจะรองรับโดรนโดยสาร, ลานกิจกรรมเอนกประสงค์ และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัย
ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้ดำเนินการพัฒนาแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Land Use) เสร็จสิ้นแล้ว และอยู่ระหว่างการสรรหา พันธมิตรร่วมลงทุน ในแต่ละส่วนธุรกิจ โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถ เริ่มก่อสร้างภายในปี 2569
ผู้บริหารยืนยันว่าธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรยังคงเป็น Core Business ที่มีความเชี่ยวชาญ โดยมีเป้าหมายขยายพอร์ตสินเชื่อเพิ่มขึ้น เท่าตัวภายใน 3 ปี