รองโฆษกกองทัพบก เผยโดรนขาดติดต่อที่ปอยเปต ทบ.เร่งตรวจสอบถูกโจมตีหรือไม่ แจ้งพบร่างทหารพลีชีพที่เนิน 350 แล้ว
ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ชี้แจงสถานการณ์ภาพรวมในพื้นที่ชายแดนว่า จุดที่มีการปะทะหนัก คือ บริเวณพื้นที่ประสาทตาควาย เนิน 350 ฝ่ายไทยพยายามผลักดัน ต้านทานอย่างหนัก ส่วนร่างของทหารที่พลีชีพ 2 นาย พบแล้ว อยู่ระหว่างการนำร่างออกมา ในขณะที่กองทัพอากาศ ยังปฏิบัติการทางอากาศสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง
สำหรับพื้นที่ กองทัพภาคที่ 1 กองกำลังบูรพา มีความพยายามอย่างต่อเนื่อง และยังคงช่วงชิงพื้นที่ โดยเฉพาะที่กัมพูชารุกล้ำเข้ามาบริเวณบ้านคลองแผง บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน
ส่วน โดรนไทย UAV ที่ขาดการติดต่อไปเมื่อคืนที่ผ่านมา (11 ธ.ค.68) ช่วง 20.00 น. คาดว่าน่าจะเสียการควบคุมและตก โดยกัมพูชามีการออกข่าวแล้ว โดย UAV ตัวนี้เป็นของ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กระทรวงกลาโหม ที่สนับสนุนกองทัพบกในการปฏิบัติทางอากาศ เป็น DP-20 อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา ปัจจุบันอยู่ในขั้นการทดลองใช้และนำมาปฏิบัติการ จุดที่สัญญาณขาดหาย คือทิศตะวันออกของปอยเปต ประมาณ 10 กิโลเมตร ส่วนรายละเอียดว่าถูกโจมตีหรือไม่ หรือมีเหตุขัดข้องใด ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการพิสูจน์ทราบ
ส่วนพื้นที่ที่เราควบคุมได้แล้ว คือ พื้นที่ ซำแต จ.ศรีสะเกษ ซึ่งตรวจพบทุ่นระเบิดดักรถถัง ดัดแปลงสังหารบุคคล ผิดต่ออนุสัญญาออตตาวา นอกจากนี้ ยังพบเอกสารจดบันทึกพิกัดที่มีการวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ ซึ่งได้เข้าไปพิสูจน์ทราบแล้ว ขณะเดียวกัน ยังพบที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงของทหารกัมพูชา เชื่อว่ามีตลอดแนว รวมถึงเนิน 350 ด้วย จึงเป็นความยากลำบากของทหารไทยในการรุกคืบเข้าไป
ส่วนปฏิบัติการของกองทัพเรือ ในพื้นที่จังหวัดตราด นาวาเอก เกียรติยุทธ เทียนสุวรรณ รองโฆษกกองทัพเรือ กล่าวว่า ทางกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้ายึดพื้นที่บ้านหนองรี และขับไล่ฝ่ายกัมพูชาออกไปแล้ว จากนั้นได้นำหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ของกองทัพเรือเข้าไป ได้ตรวจพบหลักฐานจำนวนมากที่แสดงให้เห็นว่า การปฎิบัติการทางทหารของกัมพูชาไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ หรืออยู่บนหลักการพื้นฐานด้านมนุษยธรรม และไม่ได้อยู่บนพื้นฐานใดๆของอนุสัญญาที่เกี่ยวกับการงดใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล
พร้อมกันนี้ ยังพบบันทึกที่เขียนด้วยลายมือ ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2567 เกี่ยวกับวิธีการและคุณลักษณะของระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 และ POMZ-2 และยังพบยุทโธปกรณ์ สรรพาวุธ อีกมากกว่า 340 รายการ นอกจากนี้ ยังมีการใช้หัวลูกปืนใหญ่ 105 มิลลิเมตร มาดัดแปลงเป็นระเบิดที่มีตัวจุดชนวนเชื่อมต่อกันจากลูกระเบิดหลายลูกเข้าไปที่ปุ่มที่สามารถกดเพียงครั้งเดียว แล้วลูกระเบิดทั้งหมดระเบิดพร้อมกัน ซึ่งถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริง จะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ต่อกำลังทหารและพลเรือนไทย
ขณะเดียวกัน ยังค้นพบว่า กัมพูชามีการสร้างป้อมปราการในลักษณะของอุโมงค์ที่มีการสร้างอย่างปราณีต แข็งแรง ทำลายได้ยาก ถือเป็นอุปสรรคในการปฎิบัติการทางทหารที่ยากลำบากขึ้น แต่ทำให้เราได้รู้ว่าเราจะทำอย่างไรกับเป้าหมายเหล่านี้ให้ดีกว่าเดิม และรวดเร็วกว่าเดิม โดยหวังว่าท้ายที่สุดแล้วจะบรรลุวัตถุประสงค์ทางทหาร ในการสนับสนุนวัตถุประสงค์ทางด้านการทูตและการเมืองของเรา
โฆษก ทอ. ยัน ทอ.ประสานทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันโดรนที่อาจเป็นภัยคุกคาม
พล.อ.ท.จักรกฤษณ์ ธรรมวิชัย โฆษกกองทัพอากาศ (โฆษก ทอ.) กล่าวถึงการวางแนวทางป้องกันโดรน ของฝ่ายกัมพูชา ที่อาจมีเจตนาในการก่อวินาศกรรมต่อแท่นขุดเจาะปิโตรเลียม ในพื้นที่อ่าวไทย ว่า ขณะนี้ ทอ.เป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล มาตรการตอบโต้หรือต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ โดยประสานงานกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT (กพท.) อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อป้องกันการโจมตีจากโดรนที่คาดว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของไทย โดยยืนยันว่าขณะนี้ทุกกองบินมีมาตรการป้องกันโดรนทั้งเชิงรุกและเชิงรับ และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อป้องกันการบินโดรนในพื้นที่ที่มีโอกาสจะส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูง
ขณะที่ พล.ร.ต.จุมพล นาคบัว โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (โฆษก ศรชล. ) กล่าวถึง มาตรการสกัดกั้นโดรนที่เข้ามาในการสอดแนมปฏิบัติการในประเทศไทย ว่า กองทัพเรือ (ทร.) จัดกำลังเพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่ซึ่งพบโดรนในบริเวณที่ขุดเจาะน้ำมัน โดยเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ของทหารเรือถือเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปิโตรเลียม ซึ่งสามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้ทันที ฉะนั้นจึงไม่ควรกระทำการใด ๆ ที่มีผลกระทบต่อทรัพย์สินด้านพลังงาน ขณะที่ศรชลได้มีการสั่งการไปที่จังหวัดชายทะเล เพื่อให้ศรชลจังหวัด และศูนย์ควบคุมที่อำนวยการปฎิบัติทางทะเล ตรวจสอบการดำเนินกิจกรรมการนำโดรนออกไปในทะเลอย่างเข้มงวด ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากสมาคมประมง รวมถึงสมาคมการท่องเที่ยวการดำน้ำต่าง ๆ และเมื่อช่วงเช้านี้ได้มีการหารือกับ กพท. แล้ว โดยพื้นที่สันทนาการการท่องเที่ยวยืนยันว่าจะมีความปลอดภัย ส่วนเขตหวงห้ามขอความร่วมมืออย่างจริงจังให้มีความละเว้นไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อส่วนที่เป็นพลังงาน อาจเป็นความมั่นคงที่เราต้องร่วมมือกันในการรักษาไว้