อดีตนักว่ายน้ำทีมชาติ ตัดพ้อนักกีฬาในสังกัดถูกตัดสิทธิ์แบบไม่เป็นธรรม ชี้เป็นความเน่าเฟะในวงการ
"พลอย" ภัทรวดี กิตติยะ อดีตนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย โพสต์ข้อความตัดพ้อ หลังนักกีฬาในสังกัดถูกตัดสิทธิ์ในการคัดตัวนักกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ชี้นี่คือความเน่าเฟะ และไม่มีจรรยาบรรณ
โดย พลอย ภัทรวดี ที่ปัจจุบันผันตัวไปเป็นโค้ช ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ว่าจะไม่เขียน แต่ไม่ไหวจริงๆ
วงการว่ายน้ำไทยควรได้รับรู้ถึงความเน่าเฟะ ความอิจฉาริษยา ความไม่มีจรรยาบรรณของความเป็นครูของคนกลุ่มนี้
วันที่8พย มีการคัดตัวนักกีฬาจังหวัดเชียงใหม่สำหรับกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ซึ่งนักกีฬาในสังกัดของพลอยผ่านการคัดเลือกทั้งหมด8คน
ทุกคนทราบดีว่าการคัดในรอบเขต5 จะมีขึ้นในวันที่25พย ซึ่งในวันที่ 25 พย บังเอิญเป็นช่วงเดียวกับที่มีการแข่งขันกีฬานักเรียนอาเซียน ณ ประเทศบรูไน ซึ่งนักกีฬา3ใน8คน จะต้องเดินทางไปต่างประเทศพร้อมพลอย ไม่สามารถเข้าร่วมการคัดตัวระดับเขต5ได้
พลอยได้ชี้แจงไปทางไลน์กลุ่มผู้ฝึกสอนของจังหวัดถึงห้วงเวลาที่นักกีฬาจะเดินทางไปต่างประเทศ และสอบถามว่าขอยื่นสถิติจากการแข่งขันที่บรูไนได้หรือไม่ เพราะไปในนามกรมพลศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกันที่ดูแลกีฬานักเรียน พลอยไม่ได้รับคำตอบใดๆ ไม่มีการปฏิเสธและไม่มีการตอบตกลง
จากนั้นก็ได้ข่าวมาว่า ในวันคัดตัววันที่8พย มีผู้ฝึกสอนรวมกลุ่มพูดคุยกัน(โดยไม่มีพลอยอยู่ในนั้น) สอบถามความเห็นกันว่าจะให้นักกีฬาสังกัดกิตติยะ3คนนี้ ยื่นสถิติหรือไม่ เสียงส่วนใหญ่ก็บอกว่า“ไม่”
ซึ่งก็ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เพราะคนที่จะได้ประโยชน์เต็มๆจากการไม่รับรองสถิติ ก็คือนักกีฬาของกลุ่มโค้ชเหล่านี้ พอไม่รับรองสถิติก็เท่ากับตัดมือ1ของจังหวัด ออกไปทั้งหมด 12ท่า เปิดโอกาสให้เด็กตัวเองคัดติดได้ง่ายขึ้น
พลอยผิดหวังที่วงการว่ายน้ำเชียงใหม่ ยังคงจมปลักอยู่กับประโยชน์ส่วนตน มองการใกล้ ขอแค่เด็กตัวเองติด แต่คุณไม่คิดเลยหรอว่า
-เด็กกลุ่มนี้คือตัวท็อปของจังหวัด ตัวท็อปของภาค และตัวท็อปของประเทศ
-เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่หรอที่ช่วยกันว่ายอย่างสุดความสามารถจนทีมเขต5 ได้เหรียญทองทีมผลัดครั้งแรกในรอบหลายปี เมื่อต้นปีนี้ พร้อมทำลายสถิติ
-เด็กกลุ่มนี้ไม่ใช่หรอที่ทำให้เด็กพวกคุณ“ที่เป็นตัวสำรอง”ในรอบเช้า ได้เหรียญทองกลับบ้าน
เราไม่เคยแม้แต่จะคิดทวงบุญคุญ แต่เราไม่เข้าใจว่าพวกคุณจะกีดกันเด็กกลุ่มนี้ไปทำไม พวกคุณไม่อยากได้ผลงานให้กับจังหวัด ให้กับเขต5หรอ? หรือการที่พวกคุณสามารถเขี่ยพวกเราออกจากทีมได้ มันทำให้พวกคุณมีความสุข มากกว่าผลงานของนักกีฬา
ในความโชคไม่ดีก็ยังมีความโชคดี
มีผู้ใหญ่ใจดีหลายท่านยื่นมือเข้ามาช่วยประสานเรื่องให้ถึงอธิบดีกรมพลศึกษา (พลอยต้องขออภัยหากข้ามหน้าข้ามตาเจ้าหน้าที่บางท่าน แต่พลอยจำเป็นต้องส่งเรื่องให้ถึงระดับสูง เพื่อสู้ให้ชนะ)
1วันก่อนการคัดเขต5
วันที่24พย ทางกรมพลศึกษาส่งหนังสือด่วน “ขอความอนุเคราะห์” ให้แก่ทางจังหวัดเชียงรายผู้เป็นเจ้าภาพจัดการคัดเลือก ให้รับรองสถิติรายการนักเรียนอาเซียน ของนักกีฬาทั้ง3คน ประทับตราครุฑ มีลายเซ็นถูกต้องครบถ้วน
พลอยได้เห็นหนังสือนั้นช่วงเย็น และได้ส่งสำเนาของหนังสือนั้นไปยังกลุ่มผู้ฝึกสอนภาคเหนือให้รับทราบ รู้สึกโล่งใจ ว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี
แต่….เปล่าเลย วันที่25พย มีการประชุมผู้จัดการทีมก่อนการคัดเลือก ในขณะที่ทุกคนก็ดูเหมือนจะยอมรับกับการรับรองสถิติ ก็มีผู้ฝึกสอนท่านหนึ่งยกมือค้าน และเสนอให้มีการโหวตภายในกลุ่มผู้ฝึกสอนภาคเหนือ ว่านักกีฬาทั้ง3คนนี้ ควรได้การรับรองสถิติหรือไม่ เพราะหนังสือที่ส่งมาแจ้งว่า “ขอความอนุเคราะห์” ไม่ได้เป็นคำสั่ง จึงมีการโหวตเกิดขึ้นโดยตัวแทนของจังหวัดต่างๆในเขต5
และแน่นอน….เสียงส่วนใหญ่โหวต “ไม่ให้รับรองสถิติ” แถมยังมีการกล่าวหาว่า ลายเซ็นในหนังสือที่ส่งมาเป็นลายเซ็นปลอม
ตัวพลอยก็กำลังยุ่งกับการดูแลนักกีฬาแข่งขันที่บรูไน สายโทรศัพท์ก็เข้าตลอด หน้างานก็ต้องดูนักกีฬา งานหลังบ้านก็พยายามจะแก้ปัญหา เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกหงุดหงิดว่าทำไมเราจะต้องมาเสียสมาธิกับการโฟกัสการทำงานช่วงแข่งให้กับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้
ขนาดมีหนังสือประทับตราครุฑ พวกคุณยังจะหาเรื่องตัดสิทธิ์เราให้ถึงที่สุด ทำพฤติกรรมหน้าเกลียด หัวเราะเยาะใส่ผู้ปกครองของพลอย เพราะคิดว่าพวกคุณเหนือกว่า
กีฬานักเรียนนักศึกษา อาจจะไม่ใช่รายการที่สำคัญที่สุดของปีก็จริง แต่ที่พลอยสู้ขนาดนี้เพราะพลอยรู้ว่าถ้าพลอยยอมให้เค้ากดพลอยได้สำเร็จในครั้งนี้ มันก็จะมีครั้งต่อๆไป ถ้าไม่สู้ครั้งนี้ จะสู้ตอนไหน
โค้ชไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนนักกีฬา แต่โค้ชมีหน้าที่ปกป้องสิทธิของนักกีฬาตัวเองให้มากที่สุดเช่นกัน นักกีฬาใคร ใครก็รัก คุณเป็นใครจะมาตัดสิทธิ์นักกีฬาคนอื่นหน้าตาเฉยๆ เขตอื่นเค้ายังไม่มีปัญหาเรื่องรับรองสถิติเลย
พลอยคิดว่าพลอยทำงานหนักมาตลอด3-4ปีที่ผ่านมา วางฐานนักกีฬาจนสามารถขยายทีมจาก35คนเป็น90คน ผลงานก็พอจะเป็นที่ประจักษ์ พลอยคิดว่าพลอยสมควรจะได้รับการยอมรับในระดับนึง ไม่มากก็น้อย พลอยไม่เคยอวดว่าตัวเองเก่ง พยายามใช้ผลงานพิสูจน์แทนคำพูดตลอด
แต่เหมือนเวลาเราเลือกที่จะใช้ความนิ่ง กลับกลายเป็นว่าเราก็จะโดนข่มอยู่เสมอ
อยากจะบอกว่าพลอยก็มีคอนเนคชั่นทางฝั่งของพลอย พลอยแค่ไม่ได้ออกมาโอ้อวดว่ารู้จักคนโน้นคนนี้ และพลอยเชื่อว่าโค้ชที่มีจรรยาบรรณ จะสนับสนุนและอยู่ข้างพลอย
ขอบคุณผู้ใหญ่และกัลยาณมิตรที่ดีที่คอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง และหวังว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกไม่ว่ากับนักกีฬาระดับใด หรือจังหวัดไหน
เด็กๆตั้งใจฝึกซ้อมเช้า-เย็น คุณไม่มีสิทธิ์จะมาตัดสินอนาคตของพวกเขา โดยใช้วิธีสกปรก เพียงเพราะนักกีฬาของพวกคุณสู้พวกเขาไม่ได้"
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อดีตนักว่ายน้ำทีมชาติ ตัดพ้อนักกีฬาในสังกัดถูกตัดสิทธิ์แบบไม่เป็นธรรม ชี้เป็นความเน่าเฟะในวงการ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th