สื่อนอกตีข่าว ไทยขยายเป้าหมายรบเขมร ทำสงครามกวาดล้างสแกมเมอร์ จีนชี้ชัดรบ.กัมพูชามีเอี่ยว
สื่อนอกตีข่าว ไทยขยายเป้าหมายรบเขมร ทำสงครามกวาดล้างสแกมเมอร์ จีนชี้ชัดรบ.กัมพูชามีเอี่ยว
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ประเทศไทยระบุว่า การปะทะตามแนวชายแดนกับกัมพูชาไม่ใช่เพียงความขัดแย้งทางทหารระหว่างรัฐเท่านั้น แต่ยังเป็นสงครามกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ โดยกองทัพไทยได้ปรับเปลี่ยนมุมมองของการปะทะที่รุนแรงกับกัมพูชาใหม่ พร้อมเพิ่มเหตุผลให้กับการโจมตีทางอากาศข้ามพรมแดนว่าเป็นการมุ่งทำลายฐานที่มั่นของสแกมเมอร์ที่ทำการหลอกลวงออนไลน์
กองทัพที่ทำการสู้รบตามแนวชายแดนในสัปดาห์นี้ระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้เป็น “สงครามกับกองทัพสแกมเมอร์” เป็นการต่อสู้ในแนวหน้ากับภัยคุกคามระดับโลกจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งปฏิบัติการอยู่ทั่วไปในประเทศเพื่อนบ้านของไทย ตั้งแต่ กัมพูชา ลาว และเมียนมา
ท่าทีใหม่ของไทยเชื่อมโยงวิกฤตที่สองอย่างที่กำลังคุกรุ่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าด้วยกันคือ สงครามชายแดนระหว่างประเทศเพื่อนบ้านซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายสิบรายและทำให้ผู้คนราวครึ่งล้านต้องพลัดถิ่น กับระบบนิเวศของอาชญากรรมหลอกลวงขนาดใหญ่ที่สร้างความเสียหายมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะการหลอกลงทุนที่เรียกว่าการเชือดหมู่และขบวนการคอลเซ็นเตอร์
การวางกรอบเช่นนี้ยังสะท้อนว่า ไทยกำลังพยายามวางตัวให้สอดคล้องกับทั้งสหรัฐและจีน ซึ่งต่างผลักดันให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปราบปรามขบวนการฉ้อโกงออนไลน์เหล่านี้
แถลงการณ์สองฉบับที่เผยแพร่ในสัปดาห์นี้ กองทัพภาคที่ 2 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่การสู้รบใน 4 จาก 7 จังหวัดชายแดน ระบุว่า เป้าหมายบางแห่งที่กองทัพไทยโจมตีในกัมพูชาในเดือนนี้ เป็นแหล่งตั้งของกลุ่มสแกมเมอร์ที่ถูกกองกำลังกัมพูชาใช้งาน ขณะที่ก่อนหน้านี้กองทัพไทยเน้นเฉพาะเป้าหมายทางทหารเท่านั้น
กองทัพภาคที่ 2 ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมว่า ไทยกำลัง “ตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงและการปฏิบัติการ” และ “ทำลายโครงสร้างสนับสนุนของอาชญากรรมข้ามชาติ” พร้อมย้ำว่า “ศัตรูที่แท้จริงคือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและโครงสร้างอำนาจที่ค้ำจุนผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายผ่านความรุนแรง”
ในแถลงการณ์อีกฉบับเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า กองกำลังไทยได้ทำลายสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงอย่างน้อย 6 แห่ง ซึ่งเรียกสถานที่เหล่านี้ถูกเรียกว่าเป็นคาสิโน รวมถึงสถานที่ 2 แห่งที่ถูกสหรัฐคว่ำบาตรไปแล้วก่อนหน้านี้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ให้ความสนใจอย่างมากต่อความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชาที่ปะทุขึ้นเมื่อต้นปีนี้ โดยขู่ว่าใช้มาตรการจำกัดทางการค้ากับทั้งสองประเทศเพื่อให้ยุติการสู้รบในเดือนกรกฎาคม ก่อนจะเข้ามามีบทบาทในการลงนามข้อตกลงสันติภาพในเดือนตุลาคม
ทรัมป์กล่าวว่า ผู้นำของทั้งสองประเทศให้คำมั่นว่าจะยุติการสู้รบ หลังจากทรัมป์ได้พูดคุยกับพวกเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของฝ่ายไทยในสัปดาห์นี้บ่งชี้ว่า รัฐบาลสหรัฐอาจได้ให้ไฟเขียวโดยปริยายแก่ไทย ในการเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีต่อไป
“สิ่งนี้อธิบายได้ว่าทำไมหลายประเทศ แม้จะเรียกร้องให้มี ‘การหยุดยิง’ แต่กลับไม่ได้ดำเนินการใดๆ อย่างเป็นรูปธรรมต่อประเทศไทย รวมถึงสหรัฐ ซึ่งดูเหมือนจะแสดงท่าทีระมัดระวังอย่างสุภาพในฐานะผู้สนับสนุนสันติภาพ” หน่วยทหารดังกล่าวระบุ
ทำเนียบขาวยังไม่ตอบคำขอแสดงความเห็นในทันที เนื่องจากอยู่นอกเวลาทำการปกติ
ตั้งแต่ความขัดแย้งชายแดนปะทุขึ้นอีกครั้งเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ไทยได้ส่งเครื่องบินขับไล่ F-16 และ Gripen ไปทิ้งระเบิดใส่อาคารและสะพานที่กองทัพกัมพูชาใช้ประโยชน์ โดยไทยระบุว่า เป้าหมายเหล่านั้นรวมถึงคาสิโนที่ถูกทิ้งร้าง ถูกใช้เป็นศูนย์ควบคุมโดรน คลังอาวุธ หรือที่ตั้งของกองทหารและพลซุ่มยิง
เมื่อวันพฤหัสบดี กระทรวงกลาโหมกัมพูชาระบุว่า ไทยใช้เครื่องบิน F-16 ทิ้งระเบิดสองลูกในเมืองปอยเปต ซึ่งเป็นเมืองคาสิโนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งปฏิบัติการของอาชญากรรมไซเบอร์ แต่ไม่ได้ระบุว่ามีคาสิโนถูกโจมตีหรือไม่ ขณะที่กองทัพอากาศไทยระบุว่า เป้าหมายคือคลังจรวด
เมื่อถูกถามว่า ไทยมุ่งโจมตีคาสิโนในกัมพูชาโดยเฉพาะหรือไม่ พันเอกริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก ตอบระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ทุกเป้าหมายผ่านการตรวจสอบแล้วว่าเป็นเป้าหมายทางทหาร
“การโจมตีไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะคาสิโนหรือสแกมเมอร์เท่านั้น ทุกเป้าหมายที่ถูกระบุ ล้วนถูกใช้งานเป็นฐานทัพอย่างชัดเจน โดยมักมีศูนย์ควบคุมโดรนและคลังอาวุธอยู่ด้วย” พันเอกริชฌากล่าว
นับตั้งแต่ต้นปีนี้ ไทยได้เพิ่มมาตรการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงที่ปฏิบัติการอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ให้การสนับสนุนอย่างเปิดเผย
เมื่อวันพฤหัสบดี จีนได้ส่งผู้แทนพิเศษไปยังกัมพูชาและไทยเพื่อทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
ปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ได้ขยายตัวทั่วภูมิภาคมานานหลายปีแล้ว และมักดำเนินการโดยชาวจีนที่หลบหนีออกนอกประเทศในปี 2020 หลังจากจีนกวาดล้างอาชญากรรมภายในประเทศ รายงานของสหประชาชาติระบุว่า กลุ่มอาชญากรเหล่านี้ยังทำการค้ามนุษย์ โดยเหยื่อหลายแสนคนจาก 56 ประเทศ เพื่อบังคับให้ทำงานในแหล่งฉ้อโกงเหล่านี้
เมื่อเดือนที่แล้ว ไทยได้ส่งตัวพลเมืองกัมพูชาที่เกิดในจีน แต่ได้รับสัญชาติกัมพูชาแล้ว ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อคาสิโน และเป็นผู้ต้องการตัวของทางการจีนกลับไปยังจีน และในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการไทยได้ส่งตัวชาวจีนหลายรายที่เคยทำงานในขบวนการฉ้อโกงในเมียนมากลับประเทศจีนด้วยเช่นกัน
การปฏิบัติการของกองทัพไทยในการโจมตีคาสิโนในกัมพูชา เกิดขึ้นหลังจากมาตรการต่างๆ ที่ไทยดำเนินการตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้เพื่อทำลายเศรษฐกิจที่ผิดกฎหมาย ไทยยังได้ระงับการส่งออกสินค้าไปยังกัมพูชา รวมถึงเชื้อเพลิง ซึ่งไทยระบุว่าอาจถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งยังสั่งห้ามคนไทยเดินทางไปทำงานที่เมืองปอยเปต
มาตรการเหล่านี้เป็นความพยายามที่คล้ายคลังกับก่อนหน้านี้ เมื่อไทยตัดกระแสไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และการส่งเชื้อเพลิงไปยังบางพื้นที่ในเมียนมา ที่ต้องสงสัยว่าเป็นที่ตั้งของปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ ขณะเดียวกัน ไทยและกัมพูชายังเคยร่วมกันทลายศูนย์หลอกลวงแห่งหนึ่งที่กักขังแรงงานต่างชาติที่ถูกค้ามนุษย์หลายร้อยคนในเมืองปอยเปต
กองทัพไทยยังระบุด้วยว่า ระหว่างการเยือนกรุงเทพของนายหลิว จงอี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทางการจีนได้ให้ความเห็นว่า รัฐบาลกัมพูชามี “ความเชื่อมโยงและผลประโยชน์ร่วมกัน” กับปฏิบัติการหลอกลวงบางแห่ง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของฮุน มาเนต ในกรุงพนมเปญ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สื่อนอกตีข่าว ไทยขยายเป้าหมายรบเขมร ทำสงครามกวาดล้างสแกมเมอร์ จีนชี้ชัดรบ.กัมพูชามีเอี่ยว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th