สรท.ขอรัฐบาลใหม่แก้ค่าบาท ห่วงสงครามการค้าทำขนส่ง-พลังงานแพง
สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ อยากเห็นการเมืองมีเสถียรภาพ มีทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ชี้ปีหน้าถ้าไม่มีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ส่งออกมีสิทธิโต 3-5% ขณะที่ สนค.เผยโค้งสุดท้ายปีนี้ส่งออกดี แม้บาทแข็ง สินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ด้านอุตฯอัญมณีวอนรัฐเห็นความสำคัญ ทั้งที่ทำผลงานส่งออกถึง 7 แสนล้าน
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯมองภาพเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยเฉพาะการเมือง ภาคเอกชนต้องการเห็นเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจน โปร่งใส และมีทิศทางเดียวกันระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ เพื่อลดความไม่แน่นอนในการตัดสินใจลงทุน และรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ควรที่จะมีทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อมูลจากภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเร่งด่วนให้รัฐบาลมาแก้ไขนั้น เช่น ปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์และกฎระเบียบที่ล่าช้า การดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน ต้องมีมาตรการดูแลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับคู่ค้า เพื่อไม่ให้ผู้ส่งออกเสียความสามารถแข่งขัน อีกทั้งประเทศจำเป็นต้องมีนโยบายแรงงานต่างด้าวที่ชัดเจน รวมถึงพัฒนาแรงงานไทยให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ การดูแลเรื่องของต้นทุนพลังงาน ต้องมีโครงสร้างพลังงานที่แข่งขันได้ โดยเฉพาะค่าไฟและราคาน้ำมัน ที่เป็นต้นทุนหลักของผู้ประกอบการ
ขณะที่นโยบายด้านเศรษฐกิจที่อยากให้รัฐบาลผลักดัน คือ การเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ควบคู่กับการดูแลวินัยการคลัง ส่งเสริม การลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ให้ชัดเจน และสนับสนุน SMEs เข้าถึงสินเชื่อ รวมถึงการเร่งเจรจาทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่จำเป็น และกระชับความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าเพื่อเปิดตลาดใหม่ ขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์มภาครัฐ เพื่อลดต้นทุนระบบราชการ และเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันของประเทศ
อย่างไรก็ดี สรท.ประเมินแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 ไทยยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องได้ แต่ยังต้องระมัดระวังหลายปัจจัยเสี่ยง ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สภาพเศรษฐกิจโลก และต้นทุนภายในประเทศ โดยปัจจัยบวกที่ดันส่งออกไทย เช่น เศรษฐกิจสหรัฐ และเอเชีย ที่ยังเติบโตในระดับที่รองรับกำลังซื้อ ภาคอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาฟื้นหลังวัฏจักรสินค้าคงคลังลดลง ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดมีแนวโน้มดีขึ้น การเปิดตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง อาเซียนตอนบน และอินเดีย มีศักยภาพขยายตัวสูง
ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เช่น ความตึงเครียดในเส้นทางเดินเรือ โดยเฉพาะทะเลแดง และความเสี่ยงสงครามการค้า ความผันผวนของค่าเงินบาท ต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานที่ยังสูง มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (CBAM, ESG, Carbon Tax) จากคู่ค้า สำหรับการคาดการณ์การเติบโตของการส่งออกปี 2569 หากไม่มีเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงเพิ่มเติม และต้นทุนโลจิสติกส์อยู่ในระดับควบคุมได้ สรท.ประเมินว่า การส่งออกไทยปี 2569 มีโอกาสเติบโตในกรอบประมาณ 3-5%
ขณะที่รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุ แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความต้องการในระดับสูง รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารที่ยังคงมีความต้องการในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่อาจแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปี และปริมาณสินค้าเกษตรของไทยที่อาจลดลงจากปัญหาอุทกภัย ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป
ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายและแผนงานในการขยายการส่งออกของไทย อาทิ การรักษาตลาดเดิม บุกตลาดศักยภาพใหม่ เร่งเจรจาความตกลงเพื่อเปิดประตูการค้า ในขณะที่ต้องเร่งเจรจาข้อตกลง Reciprocal Tariffs พร้อมยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจกับสหรัฐ
รวมไปถึงการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีเพื่อให้ผู้ส่งออกได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นในการบริหารจัดการต่อไป ส่วนภาพรวม 10 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 282,982.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 13.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่า 286,848.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.4% ส่งผลให้ไทยดุลการค้าขาดดุล 3,866.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา รองประธานที่ปรึกษา กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สิ่งที่ต้องการจากรัฐบาลใหม่ คือ การให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีในภูมิภาค เพราะปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญน้อย ทั้งที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 90% เป็นผู้ประกอบการไทย และยังสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมาก
อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ณ เดือนกันยายน 2568 มูลค่าแตะ 7 แสนล้านบาท และมีโอกาสที่จะถึง 1 ล้านล้านบาทในปีนี้ ส่วนปี 2569 ยังต้องติดตามหลายปัจจัยที่จะกระทบ รวมไปถึงนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการอัญมณีของรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการแข่งขันด้วยตัวเอง ยังขาดการส่งเสริมจากภาครัฐ ทั้งเรื่องของทักษะ แรงงาน ตลาด และการลงทุน ส่วนเรื่องของภาษีสหรัฐก็ยังมั่นใจแข่งขันได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรท.ขอรัฐบาลใหม่แก้ค่าบาท ห่วงสงครามการค้าทำขนส่ง-พลังงานแพง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net