โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สรท.ขอรัฐบาลใหม่แก้ค่าบาท ห่วงสงครามการค้าทำขนส่ง-พลังงานแพง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ธ.ค. 2568 เวลา 01.17 น. • เผยแพร่ 19 ธ.ค. 2568 เวลา 01.16 น.

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯ อยากเห็นการเมืองมีเสถียรภาพ มีทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ชี้ปีหน้าถ้าไม่มีปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ส่งออกมีสิทธิโต 3-5% ขณะที่ สนค.เผยโค้งสุดท้ายปีนี้ส่งออกดี แม้บาทแข็ง สินค้าเกษตรได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ด้านอุตฯอัญมณีวอนรัฐเห็นความสำคัญ ทั้งที่ทำผลงานส่งออกถึง 7 แสนล้าน

นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือฯมองภาพเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยเฉพาะการเมือง ภาคเอกชนต้องการเห็นเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจน โปร่งใส และมีทิศทางเดียวกันระหว่างฝ่ายนโยบายและฝ่ายปฏิบัติ เพื่อลดความไม่แน่นอนในการตัดสินใจลงทุน และรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ควรที่จะมีทีมเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ยึดประโยชน์ประเทศชาติเป็นหลัก ทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับการรับฟังข้อมูลจากภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเร่งด่วนให้รัฐบาลมาแก้ไขนั้น เช่น ปัญหาต้นทุนโลจิสติกส์และกฎระเบียบที่ล่าช้า การดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนที่มีความผันผวน ต้องมีมาตรการดูแลให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวสอดคล้องกับคู่ค้า เพื่อไม่ให้ผู้ส่งออกเสียความสามารถแข่งขัน อีกทั้งประเทศจำเป็นต้องมีนโยบายแรงงานต่างด้าวที่ชัดเจน รวมถึงพัฒนาแรงงานไทยให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ การดูแลเรื่องของต้นทุนพลังงาน ต้องมีโครงสร้างพลังงานที่แข่งขันได้ โดยเฉพาะค่าไฟและราคาน้ำมัน ที่เป็นต้นทุนหลักของผู้ประกอบการ

ขณะที่นโยบายด้านเศรษฐกิจที่อยากให้รัฐบาลผลักดัน คือ การเดินหน้ามาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ ควบคู่กับการดูแลวินัยการคลัง ส่งเสริม การลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมอนาคต (New S-Curve) ให้ชัดเจน และสนับสนุน SMEs เข้าถึงสินเชื่อ รวมถึงการเร่งเจรจาทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ที่จำเป็น และกระชับความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าเพื่อเปิดตลาดใหม่ ขับเคลื่อนดิจิทัลทรานส์ฟอร์มภาครัฐ เพื่อลดต้นทุนระบบราชการ และเพิ่มประสิทธิภาพการแข่งขันของประเทศ

อย่างไรก็ดี สรท.ประเมินแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 ไทยยังมีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องได้ แต่ยังต้องระมัดระวังหลายปัจจัยเสี่ยง ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สภาพเศรษฐกิจโลก และต้นทุนภายในประเทศ โดยปัจจัยบวกที่ดันส่งออกไทย เช่น เศรษฐกิจสหรัฐ และเอเชีย ที่ยังเติบโตในระดับที่รองรับกำลังซื้อ ภาคอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาฟื้นหลังวัฏจักรสินค้าคงคลังลดลง ราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดมีแนวโน้มดีขึ้น การเปิดตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง อาเซียนตอนบน และอินเดีย มีศักยภาพขยายตัวสูง

ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เช่น ความตึงเครียดในเส้นทางเดินเรือ โดยเฉพาะทะเลแดง และความเสี่ยงสงครามการค้า ความผันผวนของค่าเงินบาท ต้นทุนโลจิสติกส์และพลังงานที่ยังสูง มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม (CBAM, ESG, Carbon Tax) จากคู่ค้า สำหรับการคาดการณ์การเติบโตของการส่งออกปี 2569 หากไม่มีเหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์รุนแรงเพิ่มเติม และต้นทุนโลจิสติกส์อยู่ในระดับควบคุมได้ สรท.ประเมินว่า การส่งออกไทยปี 2569 มีโอกาสเติบโตในกรอบประมาณ 3-5%

ขณะที่รายงานข่าวจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุ แนวโน้มการส่งออกในช่วงที่เหลือของปี 2568 คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความต้องการในระดับสูง รวมถึงสินค้าเกษตรแปรรูปและอาหารที่ยังคงมีความต้องการในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่อาจแข็งค่าขึ้นในช่วงปลายปี และปริมาณสินค้าเกษตรของไทยที่อาจลดลงจากปัญหาอุทกภัย ล้วนเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป

ทั้งนี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีนโยบายและแผนงานในการขยายการส่งออกของไทย อาทิ การรักษาตลาดเดิม บุกตลาดศักยภาพใหม่ เร่งเจรจาความตกลงเพื่อเปิดประตูการค้า ในขณะที่ต้องเร่งเจรจาข้อตกลง Reciprocal Tariffs พร้อมยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจกับสหรัฐ

รวมไปถึงการจัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อประเมินผลกระทบจากมาตรการภาษีเพื่อให้ผู้ส่งออกได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นในการบริหารจัดการต่อไป ส่วนภาพรวม 10 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 282,982.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 13.0% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้ามีมูลค่า 286,848.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 12.4% ส่งผลให้ไทยดุลการค้าขาดดุล 3,866.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายวิบูลย์ หงษ์ศรีจินดา รองประธานที่ปรึกษา กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สิ่งที่ต้องการจากรัฐบาลใหม่ คือ การให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ และสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีในภูมิภาค เพราะปัจจุบันรัฐบาลให้ความสำคัญน้อย ทั้งที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 90% เป็นผู้ประกอบการไทย และยังสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมาก

อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย ณ เดือนกันยายน 2568 มูลค่าแตะ 7 แสนล้านบาท และมีโอกาสที่จะถึง 1 ล้านล้านบาทในปีนี้ ส่วนปี 2569 ยังต้องติดตามหลายปัจจัยที่จะกระทบ รวมไปถึงนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการอัญมณีของรัฐบาล เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการแข่งขันด้วยตัวเอง ยังขาดการส่งเสริมจากภาครัฐ ทั้งเรื่องของทักษะ แรงงาน ตลาด และการลงทุน ส่วนเรื่องของภาษีสหรัฐก็ยังมั่นใจแข่งขันได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรท.ขอรัฐบาลใหม่แก้ค่าบาท ห่วงสงครามการค้าทำขนส่ง-พลังงานแพง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...