“ญี่ปุ่น” ขยับสมมติฐานดอกเบี้ยหนี้เป็น 3% สูงสุดรอบเกือบ 30 ปี ดันภาระชำระหนี้พุ่งทำสถิติ
"ญี่ปุ่น" ขยับสมมติฐานดอกเบี้ยหนี้เป็น 3% สูงสุดรอบเกือบ 30 ปี ดันภาระชำระหนี้พุ่งทำสถิติ ท่ามกลางความกังวลฐานะการคลังของญี่ปุ่นที่มีหนี้สาธารณะสูงสุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว
วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 10.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงการคลังญี่ปุ่นจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยหลักที่ใช้คำนวณภาระดอกเบี้ยจากพันธบัตรรัฐบาลในปีงบประมาณถัดไปไว้ที่ระดับ 3.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี
แหล่งข่าวระบุว่า อัตราดอกเบี้ยที่ใช้เป็นฐานคำนวณต้นทุนการชำระหนี้ในปีงบประมาณที่เริ่มต้นเดือนเมษายน 2569 จะปรับขึ้นจากระดับเบื้องต้น 2.6% ที่กำหนดไว้ในขั้นตอนการยื่นของบประมาณเมื่อเดือนสิงหาคม โดยระดับใหม่นี้เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 2% ที่ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน และจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 1997 ซึ่งมีแนวโน้มผลักดันภาระดอกเบี้ยหนี้ของญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
ตัวเลขดังกล่าวถูกใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการคำนวณต้นทุนดอกเบี้ย (coupon payments) ของหนี้รัฐบาล โดยสำหรับพันธบัตรที่ออกใหม่และหนี้ที่ครบกำหนดต่ออายุในปี 2569 รัฐบาลจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ลงทุน ในสภาวะที่อัตราผลตอบแทนในตลาดกำลังปรับตัวสูงขึ้น
ข้อมูลด้านงบประมาณ ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการและได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในวันศุกร์นี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อสถานะการคลังของญี่ปุ่น และท่าทีด้านนโยบายการคลังที่ขยายตัวมากขึ้นของนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi
แหล่งข่าวระบุว่าการออกพันธบัตรใหม่สำหรับงบประมาณปีที่เริ่มต้นในเดือนเมษายนจะอยู่ต่ำกว่า 30 ล้านล้านเยน หรือราว 1.93 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้จะสูงกว่าวงเงินออกพันธบัตรเบื้องต้นของปีงบประมาณปัจจุบันที่ 28.6 ล้านล้านเยนก็ตาม
สำนักข่าว NHK รายงานเมื่อวันพุธว่า งบประมาณรายปีของญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 122.3 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจากงบประมาณเบื้องต้นของปีปัจจุบันที่ 115.2 ล้านล้านเยน
การปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราดอกเบี้ยสะสมสะท้อนถึงการปรับขึ้นล่าสุดของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นต้นทุนการกู้ยืม และกระแสการจับตาแผนการใช้จ่ายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เข้มข้นมากขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี แตะระดับ 2.1% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1999 และเคลื่อนไหวอยู่ราว 2.025% ในวันพุธ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยแรงส่งเพิ่มขึ้นหลังทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม และส่งสัญญาณใช้นโยบายการคลังเชิงขยายมากขึ้น เมื่อเดือนที่แล้ว เธอได้เปิดตัวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยกเลิกมาตรการช่วงโควิด-19 ซึ่งต้องอาศัยการออกพันธบัตรเพิ่มเติมอีก 11.7 ล้านล้านเยน
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันขาขึ้นต่อไป ขณะที่ธนาคารกลางค่อย ๆ ลดการพยุงเศรษฐกิจ โดย BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 พร้อมกับที่ผู้ว่าการ Kazuo Ueda ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นเพิ่มเติมในอนาคต
ภายใต้สมมติฐานอัตราดอกเบี้ย 3% ค่าใช้จ่ายด้านหนี้ทั้งหมดของรัฐบาล รวมถึงดอกเบี้ย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีงบประมาณหน้า สูงกว่าวงเงินราว 28.2 ล้านล้านเยนที่จัดสรรไว้ในงบประมาณปีปัจจุบัน โดย NHK รายงานว่าค่าใช้จ่ายด้านการชำระหนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 31.3 ล้านล้านเยน
ค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิดเป็นราว 1 ใน 4 ของงบประมาณทั้งหมด ทำให้เป็นรายการใช้จ่ายใหญ่เป็นอันดับสองรองจากสวัสดิการสังคม สำหรับงบประมาณเบื้องต้นของปีงบประมาณปัจจุบัน มีการจัดสรร 10.5 ล้านล้านเยนสำหรับดอกเบี้ยพันธบัตร และ 17.7 ล้านล้านเยนสำหรับการไถ่ถอนพันธบัตร
ต้นทุนหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะการคลังของประเทศพัฒนาแล้วที่มีภาระหนี้สูงที่สุดในโลก โดย International Monetary Fund ประเมินว่าหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นจะอยู่ที่ราว 230% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2568 ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศ G7
อย่างไรก็ดีทาคาอิจิระบุว่าญี่ปุ่นจะมุ่งลดสัดส่วนหนี้ต่อ GDP เป็นหลัก ภายใต้แนวทางการคลังอย่างรับผิดชอบ แทนการเน้นสร้างสมดุลงบประมาณรายปี โดยอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่อเนื่องและช่วยขยายมูลค่าเศรษฐกิจในเชิงตัวเงิน จะเอื้อให้แนวทางดังกล่าวเป็นไปได้
ด้าน รัฐมนตรีคลัง Satsuki Katayama ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กเมื่อวันจันทร์ว่า การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยหนี้จนถึงขณะนี้ยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเสริมว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อ้างอิง : www.bloomberg.com