โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“ญี่ปุ่น” ขยับสมมติฐานดอกเบี้ยหนี้เป็น 3% สูงสุดรอบเกือบ 30 ปี ดันภาระชำระหนี้พุ่งทำสถิติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ธ.ค. 2568 เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2568 เวลา 04.11 น.

"ญี่ปุ่น" ขยับสมมติฐานดอกเบี้ยหนี้เป็น 3% สูงสุดรอบเกือบ 30 ปี ดันภาระชำระหนี้พุ่งทำสถิติ ท่ามกลางความกังวลฐานะการคลังของญี่ปุ่นที่มีหนี้สาธารณะสูงสุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

วันที่ 24 ธันวาคม 2568 เวลา 10.26 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า แหล่งข่าวระบุว่า กระทรวงการคลังญี่ปุ่นจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยหลักที่ใช้คำนวณภาระดอกเบี้ยจากพันธบัตรรัฐบาลในปีงบประมาณถัดไปไว้ที่ระดับ 3.0% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 30 ปี

แหล่งข่าวระบุว่า อัตราดอกเบี้ยที่ใช้เป็นฐานคำนวณต้นทุนการชำระหนี้ในปีงบประมาณที่เริ่มต้นเดือนเมษายน 2569 จะปรับขึ้นจากระดับเบื้องต้น 2.6% ที่กำหนดไว้ในขั้นตอนการยื่นของบประมาณเมื่อเดือนสิงหาคม โดยระดับใหม่นี้เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 2% ที่ใช้ในปีงบประมาณปัจจุบัน และจะเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 1997 ซึ่งมีแนวโน้มผลักดันภาระดอกเบี้ยหนี้ของญี่ปุ่นขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ตัวเลขดังกล่าวถูกใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงในการคำนวณต้นทุนดอกเบี้ย (coupon payments) ของหนี้รัฐบาล โดยสำหรับพันธบัตรที่ออกใหม่และหนี้ที่ครบกำหนดต่ออายุในปี 2569 รัฐบาลจะต้องจ่ายดอกเบี้ยในอัตราที่สูงขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ลงทุน ในสภาวะที่อัตราผลตอบแทนในตลาดกำลังปรับตัวสูงขึ้น

ข้อมูลด้านงบประมาณ ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยอย่างเป็นทางการและได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในวันศุกร์นี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อสถานะการคลังของญี่ปุ่น และท่าทีด้านนโยบายการคลังที่ขยายตัวมากขึ้นของนายกรัฐมนตรี Sanae Takaichi

แหล่งข่าวระบุว่าการออกพันธบัตรใหม่สำหรับงบประมาณปีที่เริ่มต้นในเดือนเมษายนจะอยู่ต่ำกว่า 30 ล้านล้านเยน หรือราว 1.93 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้จะสูงกว่าวงเงินออกพันธบัตรเบื้องต้นของปีงบประมาณปัจจุบันที่ 28.6 ล้านล้านเยนก็ตาม

สำนักข่าว NHK รายงานเมื่อวันพุธว่า งบประมาณรายปีของญี่ปุ่นจะอยู่ที่ 122.3 ล้านล้านเยน เพิ่มขึ้นจากงบประมาณเบื้องต้นของปีปัจจุบันที่ 115.2 ล้านล้านเยน

การปรับเพิ่มสมมติฐานอัตราดอกเบี้ยสะสมสะท้อนถึงการปรับขึ้นล่าสุดของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นปรับขึ้นต้นทุนการกู้ยืม และกระแสการจับตาแผนการใช้จ่ายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่เข้มข้นมากขึ้น

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี แตะระดับ 2.1% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1999 และเคลื่อนไหวอยู่ราว 2.025% ในวันพุธ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยแรงส่งเพิ่มขึ้นหลังทาคาอิจิเข้ารับตำแหน่งในเดือนตุลาคม และส่งสัญญาณใช้นโยบายการคลังเชิงขยายมากขึ้น เมื่อเดือนที่แล้ว เธอได้เปิดตัวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ยกเลิกมาตรการช่วงโควิด-19 ซึ่งต้องอาศัยการออกพันธบัตรเพิ่มเติมอีก 11.7 ล้านล้านเยน

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันขาขึ้นต่อไป ขณะที่ธนาคารกลางค่อย ๆ ลดการพยุงเศรษฐกิจ โดย BOJ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1995 พร้อมกับที่ผู้ว่าการ Kazuo Ueda ส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นเพิ่มเติมในอนาคต

ภายใต้สมมติฐานอัตราดอกเบี้ย 3% ค่าใช้จ่ายด้านหนี้ทั้งหมดของรัฐบาล รวมถึงดอกเบี้ย มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในปีงบประมาณหน้า สูงกว่าวงเงินราว 28.2 ล้านล้านเยนที่จัดสรรไว้ในงบประมาณปีปัจจุบัน โดย NHK รายงานว่าค่าใช้จ่ายด้านการชำระหนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 31.3 ล้านล้านเยน

ค่าใช้จ่ายดังกล่าวคิดเป็นราว 1 ใน 4 ของงบประมาณทั้งหมด ทำให้เป็นรายการใช้จ่ายใหญ่เป็นอันดับสองรองจากสวัสดิการสังคม สำหรับงบประมาณเบื้องต้นของปีงบประมาณปัจจุบัน มีการจัดสรร 10.5 ล้านล้านเยนสำหรับดอกเบี้ยพันธบัตร และ 17.7 ล้านล้านเยนสำหรับการไถ่ถอนพันธบัตร

ต้นทุนหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อฐานะการคลังของประเทศพัฒนาแล้วที่มีภาระหนี้สูงที่สุดในโลก โดย International Monetary Fund ประเมินว่าหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นจะอยู่ที่ราว 230% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในปี 2568 ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประเทศ G7

อย่างไรก็ดีทาคาอิจิระบุว่าญี่ปุ่นจะมุ่งลดสัดส่วนหนี้ต่อ GDP เป็นหลัก ภายใต้แนวทางการคลังอย่างรับผิดชอบ แทนการเน้นสร้างสมดุลงบประมาณรายปี โดยอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่อเนื่องและช่วยขยายมูลค่าเศรษฐกิจในเชิงตัวเงิน จะเอื้อให้แนวทางดังกล่าวเป็นไปได้

ด้าน รัฐมนตรีคลัง Satsuki Katayama ให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กเมื่อวันจันทร์ว่า การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยหนี้จนถึงขณะนี้ยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมเสริมว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...