โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ข้อควรรู้! ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เดินได้เมื่อไหร่ ใช้งานได้นานกี่ปี?

PPTV HD 36

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง เช็กอาการที่ควรผ่าตัด วิธีเตรียมตัว ระยะพักฟื้น และการดูแลข้อเข่าเทียมให้อยู่ได้นาน

อาการปวดเข่าเรื้อรัง เดินลำบาก เข่าผิดรูป หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ไม่เหมือนเดิม อาจเป็นสัญญาณของ "ข้อเข่าเสื่อม" ที่รุนแรงจนการรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด หรือการฉีดยาอาจไม่เพียงพอ ทำให้หลายคนเริ่มพิจารณา "ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม" เพื่อช่วยลดอาการปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิต แต่ก่อนตัดสินใจผ่าตัด ผู้ป่วยและครอบครัวมักมีคำถามสำคัญมากมาย เช่น ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเหมาะกับใคร ต้องเตรียมตัวอย่างไร พักฟื้นกี่วัน เดินได้เมื่อไหร่ และข้อเข่าเทียมใช้งานได้นานแค่ไหน

ปวดเข่าวัย 40+ อย่าเพิ่งคิดว่า “ข้อเข่าเสื่อม” สาเหตุ ทางเลือกรักษาไม่ต้องผ่าตัด

“ฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่า” คืออะไร? รู้จักทางเลือกดูแลข้อเข่าเสื่อม ลดปวด เพิ่มความยืดหยุ่น

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคืออะไร?

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม คือการผ่าตัดเพื่อนำผิวข้อเข่าที่เสื่อม สึก หรือเสียหายออก แล้วใส่ข้อเข่าเทียมเข้าไปทดแทนบริเวณผิวข้อ เพื่อช่วยลดอาการปวด แก้ปัญหาข้อเข่าผิดรูป และช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

ซึ่งการผ่าตัดนี้ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนเข่าทั้งหมดออก แต่เป็นการเปลี่ยนเฉพาะส่วนผิวข้อที่เสียหาย โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมจากระดับความเสื่อมของข้อเข่า อาการปวด การเคลื่อนไหว และผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

ข้อเข่าเสื่อมแบบไหนถึงควรผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม?

  • ข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง
  • ปวดเข่าเรื้อรัง หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • เดินลำบาก เดินได้ระยะสั้นลง
  • ขึ้นลงบันไดลำบาก
  • เข่าผิดรูป เช่น เข่าโก่ง เข่าเบี้ยว
  • ข้อเข่าฝืด เหยียดหรืองอเข่าได้ไม่เต็มที่
  • อาการปวดรบกวนการนอนหรือการใช้ชีวิตประจำวัน

รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วอาการไม่ดีขึ้น เช่น การรับประทานยา กายภาพบำบัด การฉีดยาเข้าข้อ หรือการปรับพฤติกรรม

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอันตรายไหม?

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นการรักษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย และสามารถช่วยให้ผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้น โดยแพทย์จะตรวจประเมินสุขภาพก่อนผ่าตัด วางแผนการรักษา และให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง เพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในการผ่าตัดให้มากที่สุด ซึ่งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ไม่ต่างกับการผ่าตัดปกติทั่วไป

ก่อนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมต้องเตรียมตัวอย่างไร?

ก่อนเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียด เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกาย เช่น ตรวจเลือด เอกซเรย์ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ หรือประเมินโรคประจำตัว

โดยสิ่งที่ควรเตรียมก่อนผ่าตัด ได้แก่

  • แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวและยาที่ใช้อยู่
  • งดยาบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น ยาละลายลิ่มเลือด หรืออาหารเสริมบางประเภท
  • ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
  • ฝึกบริหารกล้ามเนื้อต้นขาและรอบข้อเข่าก่อนผ่าตัด
  • เตรียมอุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น Walker หรือไม้เท้า
  • จัดบ้านให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการสะดุดล้ม
  • เตรียมผู้ดูแลในช่วงแรกหลังกลับบ้าน

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัย และช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้ดีขึ้น

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมใช้เวลานานไหม?

โดยทั่วไป การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง แต่ระยะเวลาจริงอาจแตกต่างกันตามสภาพข้อเข่าของผู้ป่วย ความซับซ้อนของการผ่าตัด เทคนิคที่ใช้ และดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมพักฟื้นกี่วัน?

ผู้ป่วยอาจต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลประมาณ 3-5 วัน ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อายุ โรคประจำตัว และการฟื้นตัวหลังผ่าตัด หลังกลับบ้าน ผู้ป่วยยังต้องพักฟื้นต่อ และทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดี กล้ามเนื้อแข็งแรง และกลับมาเดินได้มั่นคงมากขึ้น

ซึ่งในช่วงแรก ผู้ป่วยอาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น Walker หรือไม้เท้า และควรหลีกเลี่ยงการเดินไกล ยืนนาน หรือนั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ จนกว่าแพทย์จะอนุญาต การฟื้นตัวเต็มที่อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและการทำกายภาพของแต่ละคน

หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม สามารถเดินได้เมื่อไหร่?

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มลุกยืนหรือเดินด้วยอุปกรณ์ช่วยเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด ภายใต้การดูแลของแพทย์ พยาบาล และนักกายภาพบำบัด การเริ่มเดินเร็วอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น ลิ่มเลือดอุดตัน และช่วยให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวดีขึ้น

ความสามารถในการเดินของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับอายุ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โรคประจำตัว ระดับความเจ็บปวด และความร่วมมือในการทำกายภาพบำบัด

ข้อเข่าเทียมใช้งานได้นานกี่ปี?

โดยทั่วไป ข้อเข่าเทียมสามารถใช้งานได้นานประมาณ 15-20 ปี หรืออาจนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของข้อเข่าเทียม เทคนิคการผ่าตัด น้ำหนักตัว ระดับกิจกรรมในชีวิตประจำวัน และการดูแลหลังผ่าตัดของผู้ป่วย

ปัจจัยที่ช่วยยืดอายุข้อเข่าเทียม

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
  • ทำกายภาพและบริหารกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง เช่น วิ่ง กระโดด
  • หลีกเลี่ยงการยกของหนักมากเกินไป
  • ระวังการหกล้ม
  • ตรวจติดตามตามนัดของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

การดูแลข้อเข่าเทียมอย่างถูกต้องจะช่วยให้ใช้งานได้นานและลดโอกาสเกิดปัญหาในอนาคต

หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

  • ดูแลแผลผ่าตัดให้สะอาดและแห้ง
  • รับประทานยาและมาตรวจตามแพทย์นัด
  • ทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ
  • ใช้อุปกรณ์ช่วยเดินตามคำแนะนำ
  • หลีกเลี่ยงการนั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ หรือคุกเข่า
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระแทกข้อเข่าแรง ๆ
  • ควบคุมน้ำหนักเพื่อลดแรงกดที่ข้อเข่า
  • ระวังการลื่นล้มหรือสะดุดล้ม

หากมีอาการผิดปกติ เช่น แผลบวมแดง มีน้ำซึม ไข้สูง ปวดมากผิดปกติ หรือขาบวมมาก ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจเพิ่มเติมทันที

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้วกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ไหม?

หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ใกล้เคียงปกติ เช่น เดิน ยืน ลุกนั่ง หรือขึ้นลงบันไดได้สะดวกขึ้น เมื่ออาการปวดลดลงและข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น แต่ควรหลีกเลี่ยงการพับเพียบ และขัดสมาธิ

หากมีอาการปวดเข่าเรื้อรัง เดินลำบาก หรือข้อเข่าเสื่อมจนกระทบชีวิตประจำวัน การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง ช่วยลดอาการปวดและเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กลับมาเคลื่อนไหวได้มั่นใจมากขึ้น ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ เพื่อประเมินอาการ วางแผนการรักษา และเตรียมความพร้อมก่อนผ่าตัดอย่างเหมาะสม

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...