โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ดร.ประเสริฐ" เตือนรัฐเร่งเตรียมรับมือวิกฤตหลายระบบ ชู "อววน." หนุนสร้างความมั่นคงประเทศ

สยามรัฐ

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ดร.ประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เตือนรัฐบาลเร่งยกระดับการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินรอบด้าน ชี้ความเสี่ยงยุคใหม่มีความเชื่อมโยงกันสูง หากเกิดเหตุวิกฤตอาจเผชิญปัญหา มีเงินแต่จ่ายไม่ได้ มีอาหารแต่ส่งไม่ถึง พร้อมเสนอให้ใช้ศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อววน.) เข้ามาบูรณาการแก้ปัญหา

ดร.ประเสริฐ ยกตัวอย่างภาพสะท้อนความเปราะบางในชีวิตประจำวัน เช่น การมีเงินในบัญชีแต่ไม่สามารถโอนหรือชำระเงินได้, ร้านค้ามีอาหารแต่ระบบโลจิสติกส์และไรเดอร์หยุดทำงาน, หรือโรงพยาบาลมีแพทย์พร้อมรักษาแต่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยได้ พร้อมระบุว่าความมั่นคงในปัจจุบันขึ้นอยู่กับหลายระบบที่ต้องทำงานสอดประสานกัน

02

ความเสี่ยงเหล่านี้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่การโจมตีทางไซเบอร์ที่กระทบภาคการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความขัดข้องทางเทคนิค, ไฟฟ้าดับ, ภัยธรรมชาติ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งต่างประเทศเคยมีบทเรียนสำคัญมาแล้ว เช่น เหตุโจมตีระบบพยาธิวิทยาและระบบความเย็นในยุโรป หรือไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในสเปนและโปรตุเกส

สำหรับการแนะนำให้ประชาชนสำรองอาหารและสิ่งจำเป็น ดร.ประเสริฐมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรับมือบริการขัดข้อง โดยอ้างอิงแนวปฏิบัติจากต่างประเทศ

สหภาพยุโรป: ส่งเสริมการเตรียมความพร้อมระดับครัวเรือนอย่างน้อย 72 ชั่วโมง

ญี่ปุ่น: แนะนำการสำรองสำหรับ 3 วัน และเตรียมพร้อมให้มากขึ้นสำหรับภัยพิบัติใหญ่

สวีเดน: เน้นการพึ่งตนเองอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ควบคู่กับการมีช่องทางชำระเงินหลากหลายรูปแบบ

ฟินแลนด์และสิงคโปร์: เน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมมือกัน และใช้สถาบันอุดมศึกษาเป็นพื้นที่ฝึกซ้อมและทดสอบทักษะ

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องตอบโจทย์ให้ชัดเจนว่า นอกเหนือจากที่ประชาชนต้องเตรียมตัวแล้ว ภาครัฐมีแผนรองรับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างไร ทั้งเรื่องน้ำสะอาด การรักษาพยาบาล การสื่อสาร และการกระจายความช่วยเหลือ

ดร.ประเสริฐ เสนอให้ใช้ระบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) เข้ามามีบทบาทสำคัญ ตั้งแต่การศึกษาจุดเปราะบาง, พัฒนาระบบป้องกันและกู้คืนบริการ, การผลิตบุคลากร ไปจนถึงการสร้างนวัตกรรมสำรองด้านอาหาร น้ำ พลังงาน และการสื่อสาร โดยมหาวิทยาลัยควรเริ่มประเมินความพร้อมของตนเองก่อนขยายผลสู่การสนับสนุนชุมชน พร้อมทั้งปรับเกณฑ์ทุนวิจัยให้มุ่งเน้นการลดเวลาหยุดชะงักของบริการและความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

ดร.ประเสริฐ ย้ำว่า การสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต้องอาศัยข้อมูลที่โปร่งใส แผนสำรองที่ผ่านการทดสอบจริง และมาตรการดูแลกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยที่ต้องพึ่งพิงบริการต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศสามารถก้าวข้ามวิกฤตได้อย่างมั่นคง

“ความสำเร็จของการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม จึงต้องวัดกันถึงวันที่เกิดวิกฤตว่า เรารักษาบริการจำเป็นไว้ได้เพียงใด และช่วยให้ชีวิตประชาชนกลับมาเป็นปกติได้เร็วแค่ไหน” ดร.ประเสริฐอ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...