ชาวบ้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยายังระทม! น้ำเน่า-ปลิงชุม ผวาน้ำเหนือท่วมซ้ำ
ชัยนาทน้ำลดกว่า 70 ซม. แต่ชาวบ้านสรรพยายังเดือดร้อนหนัก น้ำท่วมขังเริ่มเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ปลิงชุกชุม ไม่กล้าขนของกลับบ้าน หวั่นน้ำเหนือมาอีกระลอก เทศบาลเตรียมเครื่องสูบน้ำ 14 เครื่อง เร่งระบายน้ำเสีย ขณะที่ทั้งจังหวัดยังได้รับผลกระทบกว่า 6,000 ครัวเรือน
10 ตุลาคม 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดชัยนาทว่า หลังจากเขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำลงเหลือ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนในพื้นที่อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ลดลงกว่า 70 เซนติเมตร แต่สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ยังไม่คลี่คลาย หลายจุดยังมีน้ำท่วมสูง 30-80 เซนติเมตร ขณะที่พื้นที่ลุ่มต่ำบางแห่งยังท่วมสูงกว่า 1 เมตร
น้ำที่ท่วมขังมานานกว่า 1 สัปดาห์ เริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นเน่าไปทั่วบริเวณ อีกทั้งยังมีปลิงชุกชุมในน้ำ ทำให้ชาวบ้านหลายร้อยครอบครัวยังคงต้องอาศัยอยู่บนถนน และใช้เรือเป็นพาหนะสัญจร ขณะเดียวกันยังวิตกว่าจะมีน้ำเหนือไหลลงมาอีกระลอก จึงไม่กล้าขนย้ายสิ่งของกลับเข้าบ้าน แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม
นางกัญญา พินิจบรรจง ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลโพนางดำออก กล่าวว่า ขณะนี้น้ำที่ท่วมขังเริ่มเน่าเสีย และมีปลิงชุกชุม เวลาพายเรือเข้าบ้านจะพบปลิงมาเกาะตามเรือ หากเดินลุยน้ำก็จะมีปลิงมาเกาะตามขา จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
นางกัญญากล่าวว่า แม้ระดับน้ำในหมู่บ้านจะลดลงบ้างแล้ว แต่ชาวบ้านยังไม่ไว้วางใจสถานการณ์ เพราะเกรงว่าจะมีน้ำเหนือไหลลงมาท่วมอีกระลอก เหมือนเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งน้ำลดลงแล้วแต่กลับมาท่วมซ้ำถึง 3 รอบ ทำให้ปีนี้ต้องรอดูจนแน่ใจว่าน้ำแห้งจริง ๆ จึงจะขนย้ายสิ่งของกลับเข้าบ้าน
ด้านนายมนตรี คุ้มเขตร์ นายกเทศมนตรีตำบลโพนางดำออก เปิดเผยว่า หลังเขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำลงเหลือ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ระดับน้ำบริเวณริมตลิ่งลดลงแล้วหลายจุด แต่พื้นที่ชุมชนชั้นใน โดยเฉพาะบริเวณติดถนนคลองมหาราช ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ยังมีน้ำท่วมขังและไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลให้น้ำเริ่มเน่าเสีย
เบื้องต้นเทศบาลได้นำน้ำหมักชีวภาพ EM ไปเทราดตามจุดต่าง ๆ พร้อมแจกจ่ายให้ชาวบ้านนำไปใช้ภายในบ้านของตนเอง และเตรียมติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 14 เครื่อง เพื่อเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังและน้ำเน่าเสียออกจากพื้นที่ชุมชนให้เร็วที่สุด
ขณะที่ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดชัยนาทรายงานสถานการณ์อุทกภัยล่าสุดว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสรรพยา อำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอวัดสิงห์ รวม 13 ตำบล 47 หมู่บ้าน และ 2 ชุมชน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนรวม 6,002 ครัวเรือน จำนวน 14,682 คน