IMF ชี้ AI พยุงเศรษฐกิจโลกโต 3% ไทยอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ธนาคารโลกชู Small AI ยกระดับ productivity
ระหว่างงานประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระหว่างวันที่ 12 – 18 ตุลาคม ปี 2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้
ประเด็นสำคัญ
- IMF ชี้ AI ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกโต 3% ไทยอยู่ในห่วงโซ่ AI
- AI คือ ‘สึนามิเคลื่อนตัวช้า’ กระทบงาน 40% ทั่วโลก
- World Bank ชู ‘Small AI’ สร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา
- 5 ภาคส่วนสร้างงาน ยกไทยต้นแบบท่องเที่ยว
วันนี้ (12 ตุลาคม) Kristalina Georgieva, Managing Director, IMF และ Ajay Banga, President, World Bank Group ให้ความเห็นบนเวที Small AI: More and Better Jobs โดย Georgieva ชี้ว่าการลงทุน AI กำลังพยุงเศรษฐกิจโลก ส่วน Banga ย้ำว่าสำหรับประเทศกำลังพัฒนา AI คือเครื่องมือสร้างงาน มากกว่าภัยคุกคามต่อการจ้างงาน ซึ่งแต่ละประเทศควรต้องโฟกัสที่ Small AI
IMF ชี้ AI ช่วยพยุงเศรษฐกิจโลกโต 3% ไทยอยู่ในห่วงโซ่ AI
Georgieva กล่าวว่าผลกระทบระลอกแรกของ AI คือภาวะช็อกด้านการลงทุน ทั้งการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และการพัฒนาโมเดล AI ซึ่งยกการเติบโตในเศรษฐกิจจำนวนไม่มาก ผู้ผลิต AI หลักคือสหรัฐฯ จีน และอินเดีย ส่วนผู้สร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ AI หลายประเทศอยู่ในเอเชีย รวมถึงไทย
การลงทุนนี้คือสิ่งที่ทำให้เศรษฐกิจโลกยังโตได้ราว 3% แม้ถูกฉุดรั้งจากภาวะช็อกด้านอุปทานพลังงาน แต่นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้น คลื่นถัดไปคือการนำ AI ไปใช้ ซึ่งทุกประเทศมีส่วนร่วมได้ และอาจเป็นเหมือนกับโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้เหมือนกัน หากประเทศกำลังพัฒนามีไฟฟ้า โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และรัฐที่คุ้มครองประชาชนจากผู้ไม่หวังดี
ตามการประเมินของ IMF การใช้ AI อาจเพิ่มการเติบโตของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขั้นสูงในเอเชียได้ 0.5-1% และกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ในเอเชียได้ 0.2-0.8% Georgieva ชี้ว่า AI จะชดเชยผลกระทบจากประชากรสูงวัยได้มาก
AI คือ ‘สึนามิเคลื่อนตัวช้า’ กระทบงาน 40% ทั่วโลก
ในด้านแรงงาน Georgieva ประเมินว่าในระยะยาว งานทั่วโลกราว 40% จะได้รับผลกระทบ ทั้งถูกเสริมศักยภาพ ถูกลดระดับ หรือถูกแทนที่ ส่วนในประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้วสัดส่วนสูงถึง 60% ขณะที่ประเทศรายได้ต่ำได้รับผลน้อยกว่า ที่ระดับ 23% เป็นเพราะการใช้งาน AI ยังต่ำกว่า
ผลศึกษาของ IMF ในสหรัฐฯ พบว่า 10% ของงานต้องใช้ทักษะ AI และได้ค่าตอบแทนสูงกว่า งานประจำที่ทำซ้ำๆ กำลังหดตัว ขณะที่งานค่าแรงต่ำเพิ่มขึ้นในงานก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และงานบริการ ผลสุทธิจึงเป็นบวกแต่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะงานที่เพิ่มขึ้นอยู่ในฝั่งค่าแรงต่ำ
กลุ่มที่น่าห่วงที่สุดคือคนหนุ่มสาวที่เพิ่งเข้าตลาดแรงงาน เพราะงานประจำที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นกำลังหายไป
Georgieva สรุปว่า ณ ตอนนี้ AI ไม่ได้ลดความต้องการแรงงาน แต่ย้ายความต้องการไปสู่งานแบบใหม่ และเสนอให้รัฐบาลทำ 3 เรื่อง
- ติดตามและศึกษาตลาดแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจริง
- คิดใหม่เรื่องการศึกษา เพราะทักษะที่เรียนครั้งเดียวใช้ได้ตลอดชีวิตไม่มีอีกแล้ว การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงเป็นเรื่องจำเป็น
- เตรียมรับมือด้านการคลัง เพราะรัฐเก็บภาษีจากคนทำงานเป็นหลัก หากแรงงานน้อยลงและทุนมีบทบาทมากขึ้น รายได้รัฐอาจหดตัวในจังหวะที่สังคมต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
World Bank ชู ‘Small AI’ สร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา
Ajay Banga, President, World Bank Group กล่าวว่า ความกังวลเรื่องโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) แย่งงานในประเทศพัฒนาแล้ว ยังเป็นเพียง “ความเป็นไปได้ ยังไม่ถูกพิสูจน์” ขณะที่ในประเทศรายได้ปานกลาง โอกาสจาก Small AI ในการสร้างงานและผลิตภาพนั้นมหาศาล
Small AI คือ AI ที่สร้างมาเพื่องานเฉพาะ ราคาถูก ทำงานบนสมาร์ทโฟนที่สัญญาณจำกัด และใช้ภาษาท้องถิ่น เช่น เกษตรกรอินเดียที่อ่านหนังสือไม่ออก ส่องมือถือ 3G ไปที่ใบพืชที่เป็นโรค AI บอกว่าต้องใช้ยาตัวไหน แล้วกดจ่าย 25 รูปีรับยาที่สหกรณ์ โครงการนี้ธนาคารโลกทำร่วมกับ Google
อีกตัวอย่างคือคลินิกในอินโดนีเซีย พยาบาลถ่ายรูปผื่นผิวหนังส่งให้แพทย์ที่ใช้ร่วมกัน 20 คลินิก แพทย์ใช้ AI บนมือถือช่วยวินิจฉัย แล้วสั่งยาหรือนัดพบแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลประจำภูมิภาคได้ทันที ซึ่ง Banga บอกว่าเป็นเรื่องยากแม้แต่ในประเทศพัฒนาแล้ว
โจทย์ที่ Banga ยกขึ้นมาคือ คนหนุ่มสาว 1,200 ล้านคนจะอายุครบ 18 ปีภายใน 15 ปีข้างหน้า และภาคเอกชนคือผู้สร้างงาน 75-85% ในทุกประเทศ ธนาคารโลกจึงเน้นวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานและนโยบาย และช่วยลดความเสี่ยงให้ทุนเอกชนเข้ามาลงทุนได้ในวงกว้าง
5 ภาคส่วนสร้างงาน ยกไทยต้นแบบท่องเที่ยว
Banga ระบุว่า Jobs Council ของธนาคารโลก วาง 5 อุตสาหกรรม ที่จะสร้างงานเพิ่มโดยไม่พึ่งพาการรับงาน Outsource จากประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเป็นโมเดลในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา แต่เน้นงานที่เกิดในประเทศ ได้แก่
- โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน ไฟฟ้า น้ำ ดิจิทัล และการพัฒนาทักษะ
- เกษตรกรรมรายย่อย ผ่านสหกรณ์และเทคโนโลยี
- สาธารณสุขปฐมภูมิ ที่ใช้ AI เชื่อมกับแพทย์ทางไกล
- การท่องเที่ยว ซึ่ง Banga ยกไทยเป็นตัวอย่างหลัก และบอกว่าไทยมีเป้าหมายที่จะไปได้ไกลกว่าที่ทำมา
- การผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่แค่ขุดแร่ส่งออก
ในช่วงท้าย สำหรับสิ่งที่อยากจะเห็นในอีก 5 ปีข้างหน้า Banga ต้องการเห็น Small AI ถูกใช้จริงในตลาดเกิดใหม่ให้มากที่สุด ส่วน Georgieva อยากให้ AI ทำงานที่คนไม่อยากทำ และให้คนได้ทำสิ่งที่รัก โดยยังมีผลิตภาพสูง คุณภาพชีวิตที่ดี และศักดิ์ศรีของการเป็นคนที่มีคุณค่าต่อสังคม
สำหรับงาน Annual Meetings ที่จะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 18 ตุลาคมนี้ ทีมงาน THE STANDARD จะอัปเดตข้อมูลที่สำคัญและบรรยากาศงานทุกวัน ผ่านรายการ Morning Wealth เว็บไซต์ THE STANDARD WEALTH และโซเชียลมีเดียของ THE STANDARD