โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ศาลแขวงภูเก็ตสั่งจำคุก 3 สมาชิกแก๊ง ‘หัวใจมังกร’ ไม่รอลงอาญา หลังจุดพลุ ประทัด แข่งรถป่วนเมือง

ไทยโพสต์

อัพเดต 13 ตุลาคม 2569 เวลา 16.54 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

13 ต.ค.2569-เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569 พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิชิต เปิดเผยว่า ความคืบหน้าคดีจับกุมสมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “แก๊งหัวใจมังกร” จำนวน 3 ราย ซึ่งทั้งหมดมีอายุเกิน 18 ปี ประกอบด้วยหัวหน้ากลุ่มและพวก หลังพบพฤติการณ์รวมกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ จุดพลุ ประทัด ส่งเสียงดัง และลักลอบแข่งรถบนถนนสาธารณะในพื้นที่ตำบลวิชิตและเขตเมืองภูเก็ต

ก่อนหน้านี้มีคลิปวิดีโอพฤติกรรมดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความกังวลให้ประชาชนเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนน โดยเฉพาะในช่วงใกล้ประเพณีถือศีลกินผัก ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่จำนวนมาก

หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายส่งฟ้องต่อศาลแขวงภูเก็ต เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2569

ล่าสุด ศาลแขวงภูเก็ตมีคำพิพากษา ดังนี้

▪️ จำคุกจำเลยทั้ง 3 ราย คนละ 3 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

▪️ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลจึงลดโทษเหลือจำคุกคนละ 1 เดือน 15 วัน

▪️ ส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดภูเก็ต (บางโจ) ตามคำพิพากษา

▪️ สั่งริบรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำความผิด

สำหรับความผิดที่มีการดำเนินคดี ประกอบด้วยการร่วมกันส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือเสี่ยงต่อการกระทำผิด การแข่งรถในทาง การขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น การส่งเสียงอื้ออึงสร้างความตกใจหรือเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชน รวมถึงการจุดพลุขึ้นสู่อากาศและส่งเสียงดัง

พ.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงผลทางกฎหมายของการรวมกลุ่มก่อความเดือดร้อนในพื้นที่สาธารณะ โดยตำรวจจะยังคงเดินหน้าตรวจสอบและจับกุมผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินงานอยู่ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ต.สุรชัย สุกใส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตามยุทธการ “จับ–ยึด–ฟ้อง–ริบ + ผู้ปกครอง” เพื่อป้องปรามพฤติกรรมแข่งรถ จุดพลุ ประทัด และสร้างความไม่สงบในพื้นที่

พร้อมเตือนว่าผู้ที่ยังฝ่าฝืนอาจถูกดำเนินคดีและได้รับโทษจำคุกเช่นเดียวกัน ขณะที่ผู้ปกครองของเด็กและเยาวชนที่ปล่อยปละละเลยจนบุตรหลานเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด ก็อาจถูกตรวจสอบความรับผิดตามกฎหมายด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...