โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อาลัย “มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน” ผู้เขียนโค้ดพามนุษย์เหยียบดวงจันทร์ เสียชีวิตแล้ว

Thaiger

อัพเดต 8 ตุลาคม 2569 เวลา 17.21 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

วงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทั่วโลกร่วมไว้อาลัย สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ประกาศเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่า มาร์กาเร็ต แฮมิลตัน (Margaret Hamilton) นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ผู้นำทีมพัฒนาซอฟต์แวร์การบินให้โครงการอะพอลโล ขององค์การนาซา เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ในวัย 90 ปี

แฮมิลตัน เจ้าของคำว่า Software Engineering ที่คนทั่วโลกใช้มาจนถึงทุกวันนี้ มีผลงานตีพิมพ์กว่า 130 ชิ้น มีบทบาทสำคัญในการทำให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์ได้รับการยอมรับเป็นศาสตร์เฉพาะทาง เธอทำงานที่ MIT ตั้งแต่ปี 2502 จนถึงช่วงกลางทศวรรษ 1970 หรือราวปี 2517 ก่อนผันตัวเป็นผู้ประกอบการด้านคอมพิวเตอร์และซีอีโอ

ผลงานตลอดชีวิตของแฮมิลตันได้รับการยกย่องด้วยรางวัลมากมาย รวมถึงเหรียญอิสรภาพประธานาธิบดีเมื่อปี 2559 จากบารัก โอบามา ซึ่งคำประกาศเกียรติคุณระบุว่า เธอนิยามรูปแบบใหม่ของวิศวกรรมซอฟต์แวร์ ช่วยจุดกำเนิดอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์มนุษยชาติไปตลอดกาล

เส้นทางของแฮมิลตันเริ่มจากการเกิดที่เมืองพาโอลี รัฐอินเดียนา ในปี 2479 จบปริญญาตรีคณิตศาสตร์ ก่อนย้ายมาบอสตันในปี 2502 ตามสามีที่มาเรียนกฎหมาย และได้งานชั่วคราวในภาควิชาอุตุนิยมวิทยาของ MIT ทำซอฟต์แวร์พยากรณ์อากาศร่วมกับเอ็ดเวิร์ด ลอเรนซ์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเขียนโปรแกรมของเธอ

งานชิ้นนั้นยังส่งผลต่อผลงานทฤษฎีความอลวนของลอเรนซ์ในเวลาต่อมา จากนั้นเธอย้ายไปเป็นโปรแกรมเมอร์ที่ MIT Lincoln Laboratory ในปี 2504 เขียนซอฟต์แวร์ให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศระบบแรกของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นช่วงที่เธอเริ่มสนใจเรื่องความน่าเชื่อถือของซอฟต์แวร์ ซึ่งยังเป็นแนวคิดใหม่มากในยุคนั้น

ปี 2508 สามีของแฮมิลตันเห็นประกาศในหนังสือพิมพ์ว่าห้องปฏิบัติการเครื่องมือวัดของ MIT กำลังหาคนมาพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อ “ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์” เจ้าตัวสมัครด้วยความท้าทาย จนได้เป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโครงการอะพอลโลที่ MIT รวมถึงเป็นโปรแกรมเมอร์หญิงคนแรกของโครงการ เริ่มจากซอฟต์แวร์สำหรับภารกิจไร้มนุษย์ ก่อนได้รับเลื่อนขึ้นนำทีมพัฒนาซอฟต์แวร์การบินสำหรับภารกิจที่มีมนุษย์

กระทั่งปี 2511 แฮมิลตันเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการดูแลทีมโมดูลควบคุมและบริการ โดยมีคนทำงานด้านซอฟต์แวร์อะพอลโลมากกว่า 400 คน

สิ่งที่ทำให้ชื่อของแฮมิลตันกลายเป็นตำนาน คือแนวคิดการเขียนโปรแกรมเชิงป้องกัน ซึ่งมีจุดเริ่มจากเหตุการณ์ที่เรียกกันว่า “ข้อผิดพลาดของลอเรน” เมื่อลูกสาววัย 4 ขวบของเธอเล่นเครื่องจำลองโมดูลควบคุมแล้วเผลอสั่งรันโปรแกรมก่อนปล่อยยานขณะอยู่กลางเที่ยวบินจำลอง จนระบบล่มทั้งหมด

แฮมิลตันเสนอให้แก้ไขซอฟต์แวร์เพื่อป้องกันความผิดพลาดนี้ แต่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลว่านักบินอวกาศที่ผ่านการฝึกมาอย่างดีไม่มีทางพลาดแบบนั้น กระทั่งภารกิจอะพอลโล 8 ในปี 2511 จิม โลเวลล์ กดสั่งโปรแกรมเดียวกันกลางเที่ยวบินจริง ทำให้ข้อมูลนำทางหายไปทั้งหมด ทีมของเธอต้องถูกเรียกเข้าไปแก้ไข หลังจากนั้นข้อเสนอของเธอจึงถูกนำไปใช้

จุดสูงสุดมาถึงในภารกิจอะพอลโล 11 เดือนกรกฎาคม 2512 ไม่กี่วินาทีก่อนโมดูลอีเกิลจะลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ คอมพิวเตอร์บนยานส่งสัญญาณเตือนข้อผิดพลาด 1202 เนื่องจากระบบทำงานหนักเกินไปจากความผิดพลาดของสวิตช์ฮาร์ดแวร์ และมีความเป็นไปได้ว่าระบบจะรับมือขั้นตอนการลงจอดอันซับซ้อนไม่ไหว แต่เพราะทีมของแฮมิลตันออกแบบซอฟต์แวร์ให้จัดลำดับความสำคัญได้ ระบบจึงปิดงานเบื้องหลังที่ไม่จำเป็นเพื่อทุ่มทรัพยากรให้ภารกิจสำคัญ ศูนย์ควบคุมฮูสตันจึงเชื่อมั่นในซอฟต์แวร์ของเธอและอนุมัติให้เดินหน้าต่อ จนมนุษย์ได้เหยียบดวงจันทร์เป็นครั้งแรก

หลังยุคอะพอลโล แฮมิลตันก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์แห่งแรกชื่อ Higher Order Software ในปี 2519 บนพื้นฐานแนวคิดการป้องกันข้อผิดพลาดและความทนทานต่อความผิดพลาด ก่อนตั้ง Hamilton Technologies ในอีกสิบปีต่อมา

ทั้งยังต่อสู้ตลอดชีวิตการทำงานเพื่อให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์ได้รับการยอมรับ โดยแฮมิลตันเคยเล่าว่าเริ่มใช้คำว่า “software engineering” เพื่อแยกให้ชัดจากวิศวกรรมฮาร์ดแวร์และสาขาอื่น ซึ่งตอนที่เริ่มใช้คำนี้ครั้งแรกถูกมองว่าน่าขบขันและถูกล้อเล่นอยู่นาน ก่อนที่ซอฟต์แวร์จะได้รับความเคารพเทียบเท่าศาสตร์อื่นในที่สุด

ในช่วงบั้นปลาย แฮมิลตันกลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงในวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะหลังภาพถ่ายที่เธอยืนข้างกองเอกสารโค้ดอะพอลโลของทีมซึ่งสูงเท่าตัวเอง กลายเป็นภาพไวรัลไปทั่วโลก ปี 2558 โค้ดอะพอลโลที่เธอร่วมพัฒนาถูกนำขึ้นเผยแพร่บน GitHub ทั้งชุด และปี 2560 เธอได้กลายเป็นตัวต่อเลโก้ในชุด Women of NASA ขณะที่โอลิวิเยร์ เดอ เว็ก ศาสตราจารย์แห่ง MIT กล่าวไว้อาลัยว่า เธอเป็นแรงบันดาลใจให้นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และวิศวกรหลายรุ่น ตลอดอาชีพของเธออุทิศให้การป้องกันข้อผิดพลาดและสิ่งที่เธอเรียกว่าการรับมือกับสิ่งที่ไม่รู้

แฮมิลตันเสียชีวิตโดยมีลูกสาวลอเรน ลูกเขย หลานชาย 2 คน และเหลน 4 คน อยู่เบื้องหลัง โดยพิธีรำลึกจะจัดขึ้นที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...