‘ดาวโจนส์’ ปิดบวกกว่า 200 จุด รับบอนด์ยีลด์ร่วง-ราคาน้ำมันย่อตัว
ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (6 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" เพิ่มขึ้นกว่า 200 จุด เหตุนักลงทุนคลายกังวลเงินเฟ้อ หลังราคาน้ำมันย่อตัว และบอนด์ยีลด์ปรับลดลง จับตารายงานประชุมเฟด-ผลประกอบการไตรมาส 3
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,521.28 จุด เพิ่มขึ้น 253.38 จุด หรือ 0.49% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 7,818.93 จุด เพิ่มขึ้น 44.98 จุด หรือ 0.58% และดัชนีแนสแด็กปิดที่ 27,599.79 จุด เพิ่มขึ้น 122.48 จุด หรือ 0.45%
นักวิเคราะห์ระบุว่า การย่อตัวของราคาน้ำมัน ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ปรับตัวลง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนตลาดหุ้น โดยบอนด์ยีลด์สหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงสู่ระดับ 5.256% หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2545 เมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีและ 2 ปีปรับตัวลงเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ นักลงทุนกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจขึ้นดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนต.ค. หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ราคาน้ำมันย่อตัวลง หลังตลาดคลายกังวลเกี่ยวกับอุปทาน จากการที่กลุ่มจี7 เห็นพ้องระบายน้ำมันจากคลังสำรองฉุกเฉิน
ข้อมูลจาก FedWatch Tool ของ CME Group ล่าสุดระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 21.6% ต่อโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ ลดลงอย่างมากจากระดับ 70.9% เมื่อสัปดาห์ก่อน
หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มของดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดในแดนบวก โดยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 3.01% ตามด้วยกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้น 1.39% ขณะที่หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ลดลง 0.16%
ขณะเดียวกัน นักลงทุนเตรียมจับตาฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยเริ่มจากธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่ากำไรโดยรวมของบริษัทในดัชนีเอสแอนด์พี 500 จะเพิ่มขึ้น 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นำโดยกลุ่มพลังงานที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 114.7% และกลุ่มเทคโนโลยีที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 66.5%
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 13.7% สู่ระดับ 1.056 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.02 แสนล้านดอลลาร์ และเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 โดยได้รับผลกระทบจากการนำเข้าสินค้าจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการขยายโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
ส่วน ยอดนำเข้าในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 4.3% สู่ระดับ 4.208 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดส่งออกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.152 แสนล้านดอลลาร์
นักลงทุนยังจับตารายงานการประชุมเฟดประจำเดือนกันยายนที่จะเผยแพร่ในวันนี้ (7 ต.ค.) เพื่อประเมินสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ย โดยในการประชุมดังกล่าว คณะกรรมการเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ตามการคาดการณ์ของตลาด
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ทรัมป์' เดือด! เฟดขึ้นดอกเบี้ย ลั่นควรลดเหลือแค่ 1%
- 'วอร์ช' ชี้เฟดขึ้นดอกเบี้ย 'ตัดสินใจถูกต้อง' เงินเฟ้อสูง-เศรษฐกิจแกร่ง ปัจจัยหนุน
- มติเอกฉันท์! 'เฟด' ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ส่งสัญญาณขึ้นอีก 1 ครั้งปีนี้
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg