โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หนังคนละม้วน! เจ้าของร้านอาหาร งัดหลักฐานเด็ด โต้กลับอินฟลูฯ ดัง หลังโดนทัวร์ถล่มทำร้านเสียหาย

สยามนิวส์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ผู้สื่อข่าวนครบาล
ดราม่าร้านอาหารย่านสวนรถไฟเดือด เจ้าของร้านพร้อมน้องสาวและผู้จัดการเปิดโต๊ะแถลง พร้อมเผยภาพ CCTV โต้ข้อกล่าวหากักขังหน่วงเหนี่ยวจากกอล์ฟ อินฟลูเอนเซอร์สายกีฬาชื่อดัง ยืนยันข้อตกลงเดิมเป็นเพียงการแจกกาแฟเพื่อกลุ่มนักวิ่ง แต่วันจริงกลับตั้งบูธขายเครื่องดื่มเต็มรูปแบบ อ้างมีการใช้น้ำและไฟของร้าน พร้อมเผยผลกระทบหลังถูกถล่มรีวิว 1 ดาว ลั่นอยากให้เรื่องจบ หากยังไม่หยุดพร้อมดำเนินคดีถึงที่สุดไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาแสดงต่อสื่อมวลชนเพื่อประกอบคำชี้แจง

วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งบริเวณสวนวชิรเบญจทัศ หรือสวนรถไฟ พร้อมน้องสาวและผู้จัดการร้าน ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงข้อเท็จจริง หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์ กรณี กอล์ฟ อินฟลูเอนเซอร์สายกีฬาชื่อดัง โพสต์คลิปร้องไห้กล่าวอ้างว่าถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวและข่มขู่บังคับให้โพสต์ประจานตัวเอง โดยเจ้าของร้านยืนยันว่าเหตุการณ์ไม่ได้เป็นไปตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาแสดงต่อสื่อมวลชนเพื่อประกอบคำชี้แจง

ยืนยันข้อตกลงแรกแค่แจกกาแฟ ไม่ใช่เปิดขาย

เจ้าของร้านเปิดเผยว่า เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา กอล์ฟพร้อมโอ๊ต แฟนหนุ่ม ติดต่อเข้ามาขอตั้งบูธเพื่อแจกกาแฟและสร้างคอมมูนิตี้สำหรับกลุ่มนักวิ่ง โดยในช่วงแรกฝ่ายอินฟลูเอนเซอร์พยายามขอเช่าพื้นที่และเสนอแบ่ง GP แต่ทางร้านปฏิเสธ โดยยกเหตุผลเกี่ยวกับการรถไฟแห่งประเทศไทยขึ้นมาเพื่อยุติการเจรจา

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกิจกรรมแจกเครื่องดื่มเพื่อสนับสนุนนักวิ่งจริง ทางร้านยินดีให้ความร่วมมือ โดยไม่ได้มีการตกลงเรื่องการใช้น้ำหรือไฟฟ้าของร้าน รวมถึงไม่ได้พูดคุยรายละเอียดในเชิงลึกหรือวางแผนล่วงหน้าเป็นเวลา 2 เดือนตามที่อีกฝ่ายกล่าวอ้าง การติดต่อพูดคุยทั้งหมดมีเพียงผ่านแอปพลิเคชันไลน์เท่านั้น

วันจริงขนอุปกรณ์ครบ เปิดขายกาแฟชนหน้าร้าน

ผู้จัดการร้านเล่าว่า ช่วงเย็นวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ฝ่ายอินฟลูเอนเซอร์เข้ามาตั้งเต็นท์เปล่าเพื่อเตรียมจัดกิจกรรม ก่อนที่ช่วงเช้ามืดวันที่ 17 ตุลาคม เวลาประมาณ 05.00 น. พนักงานของกอล์ฟจะนำถังน้ำแข็ง ป้ายเมนู และอุปกรณ์ต่าง ๆ เข้ามาติดตั้งครบชุด เพื่อเปิดขายกาแฟและเครื่องดื่มอย่างเป็นทางการ

จนกระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น. พนักงานของร้านจึงแจ้งเรื่องให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ พร้อมขอให้หยุดขาย เนื่องจากการดำเนินการดังกล่าวไม่ตรงกับข้อตกลงที่พูดคุยกันไว้ แต่อีกฝ่ายปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า ลูกค้าเยอะ ไม่สามารถหยุดขายได้

เจ้าของร้านยอมรับว่า ขณะนั้นรู้สึกโกรธอย่างมาก เพราะจุดที่ตั้งบูธเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับบริเวณค้าขายของร้าน จึงเผลอใช้ถ้อยคำรุนแรงออกไปด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ก่อนเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.บางซื่อ ในวันเดียวกัน

เปิดภาพ CCTV โต้ข้อกล่าวหากักขังหน่วงเหนี่ยว

หลังจากนั้น ตำรวจ 2 นายจาก สน.บางซื่อ เดินทางมายังร้านเพื่อช่วยไกล่เกลี่ย โดยมีการพูดคุยกันที่โต๊ะอาหารบริเวณหน้าร้าน ขณะนั้นมีพนักงานของฝ่ายอินฟลูเอนเซอร์นั่งอยู่ ก่อนที่โอ๊ต แฟนหนุ่มของกอล์ฟ จะเดินทางกลับมาร่วมการเจรจาด้วย

ทางร้านได้นำภาพจากกล้องวงจรปิด หรือ CCTV มาเปิดให้สื่อมวลชนตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการนั่งพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจตามปกติ ไม่ได้มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือใช้อิทธิพลข่มขู่ตามข้อกล่าวอ้างของอีกฝ่าย

ร้านเสียหายหนัก ถูกแฟนคลับถล่มรีวิว 1 ดาว

เจ้าของร้านระบุเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ต้องการให้อีกฝ่ายโพสต์ขอโทษในวันเกิดเหตุ เพราะไม่อยากให้พฤติกรรมลักษณะนี้เกิดขึ้นกับบุคคลอื่นอีก และเข้าใจว่าเรื่องราวน่าจะยุติลงแล้วตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม ซึ่งมีการลงบันทึกประจำวันไว้

แต่หลังจากอีกฝ่ายเผยแพร่คลิปลงบนโลกออนไลน์ ร้านกลับได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยก่อนหน้านี้มีคะแนนรีวิวสูงถึง 4.7 ดาว แต่ภายหลังกลับถูกกลุ่มแฟนคลับเข้ามาให้คะแนนเพียง 1 ดาวเป็นจำนวนมาก

เจ้าของร้านกล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนดีขนาดที่จะยอมให้ผู้อื่นมาตั้งบูธขายสินค้าประเภทเดียวกันอยู่ตรงหน้าร้านตัวเอง เพราะนี่คือการค้าขาย หลังจากนี้ไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายออกมาชี้แจงเพิ่มเติม แต่อยากให้เรื่องทั้งหมดจบลง เพื่อให้ทุกฝ่ายกลับไปใช้เวลาทำมาหากินตามปกติ

อย่างไรก็ตาม หากอีกฝ่ายยังไม่ยุติการกระทำที่สร้างความเสียหายให้แก่ร้าน ก็พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...