โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"น้ำสีแดง" ที่นักวิทย์เห็นพ้องกัน ดื่มทุกวัน 2 สัปดาห์ เผยผลดีต่อความดันโลหิต

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
น้ำบีตรูตมีดีอะไร? วิจัยพบดื่มต่อเนื่อง 14 วัน ความดันเปลี่ยน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ

ดื่มมน้ำบีตรูตทุกวัน 2 สัปดาห์ เกิดอะไรขึ้น? วิจัยพบความดันผู้สูงอายุลดลง พร้อมเผยเหตุผลที่คาดไม่ถึง

ดื่มน้ำบีตรูตทุกวัน 2 สัปดาห์ดีจริงไหม? งานวิจัย University of Exeter พบความดันโลหิตผู้สูงอายุลดลง พร้อมอธิบายประโยชน์ ข้อควรระวัง และวิธีดื่มให้เหมาะสม

น้ำบีตรูต (Beetroot Juice) เป็นเครื่องดื่มสีแดงเข้มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรักสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการดูแลหัวใจและระบบไหลเวียนเลือด เพราะบีตรูตเป็นผักที่มีสารไนเตรตตามธรรมชาติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการควบคุมการทำงานของหลอดเลือด แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่า หากดื่มน้ำบีตรูตทุกวันติดต่อกัน 2 สัปดาห์ จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?

งานวิจัยจาก University of Exeter ประเทศอังกฤษ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า การดื่มน้ำบีตรูตเข้มข้นที่มีไนเตรตสูงเป็นประจำ อาจช่วยลดความดันโลหิตในผู้สูงอายุได้ภายในเวลาเพียง 14 วัน โดยผลที่เกิดขึ้นอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในช่องปาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนไนเตรตจากอาหารให้เป็นสารที่ช่วยควบคุมการทำงานของหลอดเลือด

อย่างไรก็ตาม แม้งานวิจัยจะพบผลลัพธ์ที่น่าสนใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าน้ำบีตรูตสามารถรักษาโรคความดันโลหิตสูง หรือใช้ทดแทนยาที่แพทย์สั่งได้ มาดูกันว่านักวิจัยค้นพบอะไร และการดื่มน้ำบีตรูตมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

วิจัย 75 คน พบดื่มน้ำบีตรูต 2 สัปดาห์ ความดันโลหิตผู้สูงอายุลดลง

งานวิจัยชื่อ "Ageing modifies the oral microbiome, nitric oxide bioavailability and vascular responses to dietary nitrate supplementation" เผยแพร่ในวารสาร Free Radical Biology and Medicine ปี 2025 โดยทีมนักวิจัยจาก University of Exeter และสถาบันที่ร่วมศึกษา

การศึกษานี้มีอาสาสมัครสุขภาพดีทั้งหมด 75 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ใหญ่อายุ 18-30 ปี จำนวน 39 คน และผู้สูงอายุ 67-79 ปี จำนวน 36 คน เพื่อเปรียบเทียบว่าร่างกายของคนต่างช่วงวัยตอบสนองต่อไนเตรตจากบีตรูตแตกต่างกันอย่างไร

นักวิจัยใช้การทดลองแบบไขว้ โดยอาสาสมัครได้รับเครื่องดื่มบีตรูตเข้มข้นที่มีไนเตรตสูง วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และมีช่วงทดลองเปรียบเทียบกับเครื่องดื่มบีตรูตที่ลดไนเตรตออกแล้ว รวมถึงช่วงทดลองน้ำยาบ้วนปากฆ่าเชื้อ โดยแต่ละช่วงมีระยะพักคั่นกลาง

ระหว่างการศึกษา นักวิจัยตรวจวัดความดันโลหิต ประเมินการทำงานของหลอดเลือด และวิเคราะห์องค์ประกอบของแบคทีเรียในช่องปาก เพื่อทำความเข้าใจว่าไนเตรตจากบีตรูตมีผลต่อกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกายอย่างไร

ผลการทดลองที่น่าสนใจ

ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุที่ได้รับน้ำบีตรูตเข้มข้นที่มีไนเตรตสูงมีค่าความดันโลหิตเฉลี่ยในหลอดเลือดแดง หรือ Mean Arterial Pressure (MAP) ลดลงเฉลี่ยประมาณ 4 มิลลิเมตรปรอท หลังผ่านไป 2 สัปดาห์

ในทางกลับกัน นักวิจัยไม่พบการลดลงของความดันโลหิตแบบเดียวกันในกลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อย และไม่พบผลลดความดันที่ชัดเจนจากเครื่องดื่มหลอกซึ่งลดปริมาณไนเตรตออกแล้ว

ผลลัพธ์นี้จึงชี้ให้เห็นว่าไนเตรตจากน้ำบีตรูตอาจมีประโยชน์ต่อระบบไหลเวียนเลือดของผู้สูงอายุเป็นพิเศษ แต่ยังต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าผลดังกล่าวจะคงอยู่ได้นานเพียงใด และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยความดันโลหิตสูงในชีวิตจริงได้มากน้อยแค่ไหน

ทำไมน้ำบีตรูตจึงอาจช่วยลดความดันโลหิต?

จุดเด่นของบีตรูตคือมีไนเตรต (Nitrate) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในผักหลายชนิด เมื่อรับประทานเข้าไป ร่างกายสามารถนำไนเตรตเข้าสู่กระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งมีบทบาทในการควบคุมการขยายตัวของหลอดเลือด

กระบวนการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานของอวัยวะภายในเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยแบคทีเรียบางชนิดที่อาศัยอยู่ในช่องปากด้วย

แบคทีเรียในช่องปากมีส่วนสำคัญอย่างไร?

เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีไนเตรต ร่างกายจะดูดซึมไนเตรตเข้าสู่กระแสเลือด และบางส่วนจะถูกส่งกลับออกมาทางน้ำลาย จากนั้นแบคทีเรียบางชนิดในช่องปากจะช่วยเปลี่ยนไนเตรตเป็นไนไตรต์ (Nitrite)

ไนไตรต์สามารถเข้าสู่กระบวนการสร้างไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้กล้ามเนื้อเรียบบริเวณผนังหลอดเลือดคลายตัว ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัวและอาจช่วยลดความดันโลหิตได้

นักวิจัยพบว่าหลังจากผู้สูงอายุได้รับไนเตรตจากน้ำบีตรูต องค์ประกอบของแบคทีเรียในช่องปากมีการเปลี่ยนแปลง โดยแบคทีเรียบางกลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับการสร้างไนไตรต์มีจำนวนเพิ่มขึ้น ขณะที่แบคทีเรียบางกลุ่มลดลง

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยอธิบายว่าทำไมการได้รับไนเตรตจากอาหารจึงส่งผลต่อความดันโลหิตในผู้สูงอายุมากกว่าคนวัยหนุ่มสาว

ดื่มน้ำบีตรูตแล้วแบคทีเรียในปากเปลี่ยนอย่างไร?

นอกจากการวัดความดันโลหิตแล้ว นักวิจัยยังให้ความสำคัญกับความหลากหลายของแบคทีเรียภายในช่องปาก หรือ Oral Microbiome ซึ่งเป็นระบบนิเวศของจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ตามลิ้น เหงือก และเยื่อบุภายในปาก

ผลการศึกษาพบว่า หลังได้รับน้ำบีตรูตที่มีไนเตรตสูง แบคทีเรียในกลุ่ม Prevotella บางชนิดมีจำนวนลดลง โดยการลดลงของกลุ่มแบคทีเรียดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับระดับไนไตรต์ในเลือดที่เพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์พบการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มแบคทีเรียที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนไนเตรตเป็นไนไตรต์ เช่น Neisseria ซึ่งอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนกระบวนการสร้างไนตริกออกไซด์ในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตีความว่าแบคทีเรีย Prevotella ทุกชนิดเป็นเชื้อโรค หรือแบคทีเรีย Neisseria ทุกชนิดเป็นแบคทีเรียดี เพราะจุลินทรีย์แต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน และผลต่อสุขภาพขึ้นอยู่กับบริบทของระบบนิเวศภายในช่องปากด้วย

ทำไมผู้สูงอายุจึงได้รับประโยชน์มากกว่าคนอายุน้อย?

นักวิจัยอธิบายว่า เมื่ออายุมากขึ้น ความสามารถของร่างกายในการสร้างและใช้ประโยชน์จากไนตริกออกไซด์อาจลดลง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงของระบบหลอดเลือดตามวัย

การได้รับไนเตรตจากอาหารจึงอาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนการสร้างไนตริกออกไซด์ โดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างแบคทีเรียในช่องปากและกระบวนการทางชีวภาพภายในร่างกาย

นอกจากนี้ ผู้สูงอายุในการทดลองยังมีค่าความดันโลหิตเฉลี่ยสูงกว่ากลุ่มคนอายุน้อยตั้งแต่ก่อนเริ่มการศึกษา จึงอาจเป็นอีกปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างของผลลัพธ์ระหว่างสองกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมเพียง 75 คน และติดตามผลในแต่ละช่วงทดลองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการดื่มน้ำบีตรูตทุกวันจะช่วยป้องกันโรคหัวใจหรือโรคหลอดเลือดสมองในระยะยาวได้โดยตรง

งานวิจัยอื่นยืนยันหรือไม่ว่าน้ำบีตรูตช่วยลดความดันโลหิต?

นอกจากงานศึกษาจาก University of Exeter แล้ว ยังมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลของน้ำบีตรูตต่อความดันโลหิตในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงโดยตรง

งานวิเคราะห์อภิมานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition, Metabolism and Cardiovascular Diseases ปี 2024 รวบรวมการทดลองแบบสุ่ม 11 การศึกษา รวมผู้เข้าร่วม 349 คน เพื่อประเมินผลของน้ำบีตรูตที่มีไนเตรตต่อความดันโลหิต

ผลการวิเคราะห์พบว่า น้ำบีตรูตมีความสัมพันธ์กับการลดความดันโลหิตตัวบนที่วัดในสถานพยาบาลได้เฉลี่ยประมาณ 5.31 มิลลิเมตรปรอท เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม

อย่างไรก็ตาม ไม่พบผลลดความดันโลหิตตัวล่างหรือความดันที่ติดตามตลอด 24 ชั่วโมงอย่างชัดเจน และนักวิจัยระบุว่าความเชื่อมั่นของหลักฐานยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากการศึกษาแต่ละงานมีความแตกต่างกัน

จึงกล่าวได้ว่า น้ำบีตรูตเป็นอาหารที่มีศักยภาพในการสนับสนุนสุขภาพหลอดเลือด แต่ยังไม่ควรถูกมองว่าเป็นยารักษาความดันโลหิตสูงหรือใช้แทนการดูแลทางการแพทย์

อยากได้รับไนเตรตจากอาหาร จำเป็นต้องดื่มน้ำบีตรูตทุกวันไหม?

แม้น้ำบีตรูตจะเป็นแหล่งไนเตรตตามธรรมชาติ แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องดื่มทุกวัน เพราะยังมีผักอีกหลายชนิดที่ให้ไนเตรตและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ตัวอย่างผักที่มีไนเตรตตามธรรมชาติ ได้แก่

  • บีตรูต เป็นผักรากที่มีไนเตรตและสารสีธรรมชาติกลุ่มเบตาเลน
  • ผักโขม มีไนเตรตตามธรรมชาติ รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด
  • ร็อกเก็ตหรืออารูกูลา เป็นผักใบเขียวที่มีไนเตรตค่อนข้างสูง
  • ผักเคล เป็นผักใบเขียวที่มีสารอาหารหลากหลาย รวมถึงวิตามินเคและใยอาหาร
  • ผักกาดหอมบางชนิด สามารถเป็นแหล่งไนเตรตจากอาหารได้ โดยปริมาณแตกต่างกันตามสายพันธุ์และสภาพการปลูก

การรับประทานผักหลากหลายชนิดยังช่วยให้ได้รับใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุอื่น ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวมมากกว่าการเน้นอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงอย่างเดียว

ดื่มน้ำบีตรูตทุกวันได้ไหม? ใครบ้างที่ควรระวัง

สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง น้ำบีตรูตสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่หลากหลายได้ แต่ไม่จำเป็นต้องดื่มในปริมาณมากหรือใช้สูตรเข้มข้นตามการทดลองทางคลินิกด้วยตนเอง เพราะปริมาณไนเตรตในผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอาจแตกต่างกัน

ผู้ที่มีภาวะสุขภาพบางประเภทควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ดังนี้

1. ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำหรือใช้ยาลดความดัน

เนื่องจากไนเตรตในน้ำบีตรูตอาจมีผลช่วยลดความดันโลหิต ผู้ที่มีความดันต่ำอยู่แล้วหรือกำลังรับประทานยาลดความดัน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มน้ำบีตรูตเข้มข้นเป็นประจำ

โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ หรือเคยมีความดันโลหิตต่ำผิดปกติ ไม่ควรเพิ่มปริมาณน้ำบีตรูตเพื่อหวังผลลดความดันโดยไม่ประเมินความเหมาะสมก่อน

2. ผู้ที่มีประวัตินิ่วในไตบางชนิด

บีตรูตเป็นผักที่มีออกซาเลต (Oxalate) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดนิ่วแคลเซียมออกซาเลตในผู้ที่มีความเสี่ยงบางกลุ่ม

ผู้ที่เคยเป็นนิ่วแคลเซียมออกซาเลตหรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้จำกัดอาหารที่มีออกซาเลตสูง ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนดื่มน้ำบีตรูตในปริมาณมากเป็นประจำ

3. ผู้ที่ต้องควบคุมปริมาณน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรต

น้ำบีตรูตมีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยปริมาณขึ้นอยู่กับสูตรและการแปรรูป หากเป็นน้ำบีตรูตสำเร็จรูป ควรตรวจสอบฉลากว่ามีการเติมน้ำตาลหรือส่วนผสมอื่นเพิ่มเติมหรือไม่

ผู้ที่เป็นเบาหวานสามารถพิจารณาปริมาณคาร์โบไฮเดรตของเครื่องดื่มร่วมกับแผนอาหารของตนเอง โดยอาจเลือกรับประทานบีตรูตทั้งหัวเป็นส่วนหนึ่งของมื้ออาหารเพื่อให้ได้รับใยอาหารด้วย

4. ผู้ที่สังเกตว่าปัสสาวะหรืออุจจาระเปลี่ยนสีหลังดื่ม

หลังรับประทานบีตรูต บางคนอาจพบว่าปัสสาวะหรืออุจจาระมีสีชมพูหรือแดง ซึ่งเกิดจากสารสีธรรมชาติในบีตรูต และโดยทั่วไปไม่ได้เป็นอันตรายในตัวเอง

อย่างไรก็ตาม หากไม่แน่ใจว่าเกิดจากอาหารหรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย เช่น ปวดเวลาปัสสาวะ ปวดท้อง หรือปัสสาวะเป็นสีแดงโดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับการกินบีตรูต ควรปรึกษาแพทย์เพื่อแยกสาเหตุที่อาจเกี่ยวข้องกับเลือดในปัสสาวะ

ดื่มน้ำบีตรูตเท่าไรจึงจะได้ประโยชน์?

ปัจจุบันยังไม่มีปริมาณน้ำบีตรูตมาตรฐานที่แนะนำให้ทุกคนดื่มเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคหัวใจหรือรักษาความดันโลหิตสูง เพราะงานวิจัยใช้เครื่องดื่มที่มีความเข้มข้นและปริมาณไนเตรตแตกต่างกัน

โดยเฉพาะการทดลองจาก University of Exeter ที่ใช้เครื่องดื่มบีตรูตเข้มข้นในปริมาณที่กำหนด ไม่สามารถนำผลมาเทียบโดยตรงกับน้ำบีตรูตคั้นสดหนึ่งแก้วหรือน้ำบีตรูตสำเร็จรูปทุกยี่ห้อได้

หากต้องการเพิ่มผักในชีวิตประจำวัน สามารถเลือกรับประทานบีตรูตต้มหรืออบ รวมถึงผักใบเขียวชนิดอื่นสลับกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งน้ำบีตรูตเพียงอย่างเดียว

สำหรับผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง สิ่งสำคัญยังคงเป็นการรับประทานอาหารอย่างสมดุล ลดโซเดียม ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ควบคุมน้ำหนัก และใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์

สรุป ดื่มน้ำบีตรูตทุกวัน 2 สัปดาห์ ช่วยลดความดันได้จริงไหม?

งานวิจัยจาก University of Exeter พบว่า การดื่มน้ำบีตรูตเข้มข้นที่มีไนเตรตสูง วันละ 2 ครั้ง ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ มีความสัมพันธ์กับการลดลงของความดันโลหิตเฉลี่ยในผู้สูงอายุ โดยอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของแบคทีเรียในช่องปากและกระบวนการสร้างไนตริกออกไซด์

อย่างไรก็ตาม ผลดังกล่าวไม่พบอย่างชัดเจนในกลุ่มผู้ใหญ่อายุน้อย และยังต้องมีการศึกษาระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อยืนยันประโยชน์ต่อการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

ดังนั้น น้ำบีตรูตอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเพิ่มสารอาหารจากผัก แต่ไม่ควรดื่มเพื่อหวังผลลดความดันแทนยา หรือเชื่อว่าดื่มทุกวันแล้วจะช่วยป้องกันโรคได้แน่นอน การดูแลหัวใจให้แข็งแรงยังต้องอาศัยอาหารที่หลากหลาย การเคลื่อนไหวร่างกาย และการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องร่วมกัน

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...