ล่าขบวนการ "พ่อไทยทิพย์" ตม.-ปค.ทลายแก๊งซื้อสัญชาติให้ทุนจีน
ล่าขบวนการ "พ่อไทยทิพย์" ตม.-กรมการปกครองทลายแก๊งซื้อสัญชาติให้ทุนจีน ฟันฟอกสัญชาติ-ฟันเจ้าหน้าที่รัฐออกจากราชการ ยันลุยฟันสุดซอย
วันที่ 4 พ.ย. 69 ที่อาคารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พร้อมด้วย พลตำรวจโท นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมเป็นประธานแถลงผลปฏิบัติการ “ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์”
โดยมี นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมแถลงผลการดำเนินงาน เพื่อปราบปรามขบวนการทุจริตทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติ กรณีการนำชายสัญชาติไทยมาแอบอ้างเป็นบิดาของบุตรคนต่างด้าว เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการความร่วมมือในการปราบปรามขบวนการกระทำความผิดทางทะเบียนราษฎรและสัญชาติอย่างจริงจัง ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย โดยเฉพาะการกระทำที่มีลักษณะเป็นนิติกรรมอำพรางหรือการใช้เอกสารและหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุคคลได้รับสิทธิหรือสถานะทางกฎหมายโดยมิชอบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของระบบทะเบียนราษฎรและความมั่นคงของประเทศ
สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการขยายผลตรวจสอบขบวนการที่มีพฤติการณ์นำชายสัญชาติไทยมาแอบอ้างหรือรับรองการเป็นบิดาของเด็กที่มีบิดามารดาเป็นชาวต่างชาติ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยตามบิดา หรือที่เรียกว่า “ขบวนการพ่อทิพย์” โดยพบการกระทำความผิดสำคัญ 2 กรณี ซึ่งกรมการปกครองได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพิกถอนรายการทางทะเบียนที่มิชอบด้วยกฎหมาย และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้
กรณีที่ 1 การแอบอ้างชายไทยเป็นบิดาเพื่อแจ้งเกิดให้เด็กได้รับสัญชาติไทยในพื้นที่เมืองพัทยา จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์นำชื่อชายสัญชาติไทยมาแอบอ้างเป็นบิดาของเด็กที่มีบิดามารดาเป็นชาวจีน เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยตามบิดาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย สำนักทะเบียนท้องถิ่นเมืองพัทยาจึงได้ดำเนินการยกเลิกและเพิกถอนสูติบัตร พร้อมจำหน่ายรายการทางทะเบียนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และมอบหมายเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ บิดาชาวจีน มารดาชาวจีน และชายสัญชาติไทยที่ถูกนำมาแอบอ้างเป็นบิดา ในความผิดฐานร่วมกันทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือรายการในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
กรณีที่ 2 การแจ้งเกิดโดยใช้ชายไทยรับรองบุตรอันเป็นเท็จ พร้อมปลอมแปลงเอกสารรับรองการเกิด จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์นำชายสัญชาติไทยมารับรองการเป็นบิดาของเด็กอันเป็นเท็จ รวมถึงพบความผิดปกติในกระบวนการแจ้งเกิดหลายประการ ทั้งการแจ้งเกิดนอกท้องที่ที่เด็กเกิดหรือท้องที่ที่บิดามารดามีภูมิลำเนา การปลอมแปลงหนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล ตลอดจนการที่ผู้แจ้งเกิดไม่มีภูมิลำเนาในท้องที่ที่รับแจ้ง และไม่ปรากฏหลักฐานการได้รับมอบอำนาจจากบิดามารดาให้ดำเนินการแจ้งเกิด
สำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตวัฒนาและสำนักทะเบียนอำเภอบึงโขงหลง จึงได้ดำเนินการยกเลิกและเพิกถอนสูติบัตร พร้อมจำหน่ายรายการทางทะเบียนที่มิชอบด้วยกฎหมาย และมอบหมายเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ และ สภ.บึงโขงหลง เพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ บิดาชาวจีน มารดาชาวจีน ผู้แจ้งเกิดที่ปรากฏในสูติบัตร ผู้ให้ถ้อยคำรับรอง และนายทะเบียนผู้รับแจ้งการเกิด ในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิด
นอกจากนี้ ในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จังหวัดบึงกาฬได้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่นายทะเบียนรายดังกล่าวออกจากราชการไว้ก่อน
อธิบดีกรมการปกครอง เน้นย้ำว่า “เรื่องนี้เราจะดำเนินการให้สุดซอย สืบสวนขยายผลไปถึงต้นทางของกระบวนการกระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นการทุจริตที่เกิดขึ้นมานานเพียงใด หากตรวจพบว่ามีการดำเนินการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เราจะรื้อและแก้ไขให้ถูกต้องทั้งหมด พร้อมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกราย โดยไม่มีข้อยกเว้น” ทั้งนี้ การดำเนินการจะยึดหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการปกครองยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการทางปกครองเพื่อรักษาความมั่นคงภายในประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในการตรวจสอบและคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้า–ออกประเทศ รวมถึงการป้องกันการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งด่านตรวจคนเข้าเมืองและพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่เข้ามาพำนักหรือประกอบกิจการในประเทศไทยดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
“ประเทศไทยยินดีต้อนรับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ลงทุน และประกอบธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากมีการใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งหลบซ่อนตัว หรืออาศัยช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อกระทำความผิด เราไม่อาจยอมรับได้ และจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด”