โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

“ยศชนัน” ลงนาม MOU ขับเคลื่อนปุ๋ยสั่งตัด มอบเครื่องผสมอัตโนมัติให้ 5 สหกรณ์นำร่องอุดรธานี

สยามรัฐ

อัพเดต 40 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กระทรวง อว. ผนึก 4 หน่วยงานพันธมิตร นำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมช่วยเกษตรกรใช้ปุ๋ยตรงตามสภาพดิน ลดต้นทุนการผลิต พร้อมขยายผลสู่ชุมชนทั่วประเทศ
วันที่ 2 พ.ย.2569 ที่ห้องประชุมโดมร่มเกล้าจามจุรี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ MOU กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จับมือกรมส่งเสริมสหกรณ์,กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยสู่ยุค “เกษตรแม่นยำ”เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร)ไทย” นำร่องติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยอัจฉริยะในสหกรณ์การเกษตร 5 แห่งในจังหวัดอุดรธานี มุ่งแก้ปัญหาวิกฤตปุ๋ยแพงและภาวะดินเสื่อมโทรม พร้อมส่งมอบ "เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติ" ให้แก่ประธานสหกรณ์การเกษตรนำร่อง 5 แห่งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ได้แก่ 1.สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี 2.สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี 3.สหกรณ์การเกษตรเมืองหนองหาน 4.สหกรณ์การเกษตรสร้างคอม และ 5.สหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นไฮไลท์สำคัญในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)

419954 0

ทั้งนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผนึกกำลัง 4 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อน “โครงการปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการเกษตร ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัดตรงตามสภาพดินจริงทั่วประเทศ

419957 0

“นวัตกรรมปุ๋ยสั่งตัด” นับเป็นทางรอดเกษตรกรไทยที่เป็นรูปธรรม ในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยโครงการปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร)ไทย ถือเป็นโมเดลบูรณาการที่ดึงจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานเข้ามาดำเนินงานเชื่อมโยงอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ธาตุอาหารดิน (กรมพัฒนาที่ดิน) การกำหนดสูตรปุ๋ยและสนับสนุนนวัตกรรมเครื่องผสมปุ๋ย (วว.) การสนับสนุนมาตรฐานวิชาการพืช (กรมวิชาการเกษตร) การบริหารจัดการระบบสหกรณ์ (กรมส่งเสริมสหกรณ์) ไปจนถึงการสนับสนุนด้านการเงินและเครือข่ายเกษตรกร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีสิ้นเปลือง เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

419950 0

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว. เปิดเผยว่า โครงการปุ๋ยสั่งตัด เป็นการลดรายจ่ายให้กับเกษตรกรอย่างชัดเจนเลย และเป็นโครงการที่ความจริงเราทำต่อเนื่องไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ หนึ่งก็คือเราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรว่า ปุ๋ยสั่งตัดเนี่ยเหมาะกับดิน แล้วจะทำให้เขายังสามารถที่จะมีตัวผลิตภัณฑ์ ผลิตผลต่าง ๆ ผลิตภาพต่าง ๆ ได้ดีเหมือนเดิม ในขณะเดียวกันเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออยู่ เราใส่ปุ๋ยเคมีเข้าไปเพื่อที่จะปรับดิน ตรงเนี้ยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำในบางพื้นที่เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เห็น แล้วก็ตอนนี้เป็นที่ประจักษ์จากผลการประกอบการของแต่ละท่าน ดังนั้นจึงมีการขยายผลร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องนี้เอง วันนี้ก็มีการเซ็น MOU กัน เพื่อที่สามารถที่จะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับการตรวจเช็กดิน แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือ การผสมปุ๋ยต่าง ๆ วันนี้เองก็ต้องขอบคุณทั้ง ทาง วว. แล้วก็ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เข้ามาร่วมมือเพื่อพี่น้องเกษตรกร เราพยายามให้เกษตรกร เป็นคนที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นในเรื่องเกี่ยวกับดินในจุดต่าง ๆ ของเขาก็จะไม่เหมือนกัน ดินกับพืชก็จะมีผลกับเรื่องของปุ๋ย ตรงนี้เองเรื่องปุ๋ยสั่งตัดจึงเป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะอยากให้หลาย ๆ คน ได้มีการปรับใช้แล้วก็ได้มีการพิสูจน์ในเรื่องเกี่ยวกับ ศักยภาพแล้วก็คุณภาพด้วย
ซึ่งถ้าหากเราดูในช่วงที่เรามีปัญหาเรื่องน้ำมันตอนนั้นเอง การนำเข้าปุ๋ยมีปัญหามาก แล้วก็ทำให้พี่น้องเกษตรกรกลัวว่าต้นทุนการเกษตรจะสูงขึ้น เรามีความจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ให้ได้อย่างยั่งยืน เริ่มจากการที่อย่างน้อยผสมตัวแม่ปุ๋ยให้ถูกสัดส่วน เราก็จะได้ใช้ตัวปุ๋ยเคมีน้อยลงไป ตรงเนี้ยก็ลด ลดรายจ่ายไปละพอสมควร ทีนี้ถ้าน้ำมันขึ้น ราคาปุ๋ยก็จะยังเท่าเดิม เพราะเราลดรายจ่าย แต่ถ้าเกิดน้ำมันกลับมาปกติ ตรงนี้ก็จะยิ่งลดรายจ่ายลงไปอีก ในขณะเดียวกันการปรับปรุงดินก็จะทำให้ตัวผลิตภาพของการเกษตรดีขึ้น ก็จะเป็นการที่จะเป็นการเพิ่มในเรื่องเกี่ยวกับชีวิตการเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรได้โดยตรง ถ้าเกิดสนใจในแต่ละที่เราใช้โมเดลของสหกรณ์แล้วก็เป็นชุมชนต่าง ๆ ที่สนใจก็มาประสานกันกับทาง วว. ได้ ก็สามารถที่จะเริ่มทำได้เลย แต่ในมุมมองของภาครัฐ เราอยากให้เรื่องนี้เป็นความเข้าใจอย่างยั่งยืน เพราะว่าถ้าหน่วยงานไหน พื้นที่ไหน ชุมชนไหนใช้แล้วมีประโยชน์ เขาก็จะขยายผลกันเอง แล้วก็ วว. มีหน้าที่ในการที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องนี้ให้สู่ประชาชนได้เลย สนใจก็สามารถที่จะประสานงานแล้วก็ติดต่อมาทางกระทรวงได้
ทางด้าน ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติเป็นผลงานนวัตกรรมที่บูรณาการพัฒนาโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวง อว. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช./MTEC) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โดยมีจุดเด่นและคุณสมบัติของเครื่องฯ ดังนี้ 1.ความแม่นยำสูง (Tailor-made Fertilizer) คำนวณและผสมปุ๋ยให้เหมาะสมกับค่าวิเคราะห์ดินจริงของแต่ละพื้นที่โดยอัตโนมัติ ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นตรงตามความต้องการ 2.ผสานพลังอินทรีย์ รองรับการผสมและคลุกเคล้าปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยฟื้นฟูสภาพดิน ลดการใช้สารเคมีเกินจำเป็น และส่งเสริมความยั่งยืนทางการเกษตร และ 3.ขับเคลื่อน Smart Farmingตอบโจทย์นโยบายเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าปุ๋ยและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต
ซึ่งการส่งมอบเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติในครั้งนี้ จะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงเข้าถึงปุ๋ยที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของพืชและสภาพดินในราคาที่ถูกลง พร้อมเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขยายผลเทคโนโลยีสู่ระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมไทยสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...