“ยศชนัน” ลงนาม MOU ขับเคลื่อนปุ๋ยสั่งตัด มอบเครื่องผสมอัตโนมัติให้ 5 สหกรณ์นำร่องอุดรธานี
กระทรวง อว. ผนึก 4 หน่วยงานพันธมิตร นำวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมช่วยเกษตรกรใช้ปุ๋ยตรงตามสภาพดิน ลดต้นทุนการผลิต พร้อมขยายผลสู่ชุมชนทั่วประเทศ
วันที่ 2 พ.ย.2569 ที่ห้องประชุมโดมร่มเกล้าจามจุรี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว. ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีลงนามความร่วมมือ MOU กับสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) จับมือกรมส่งเสริมสหกรณ์,กรมพัฒนาที่ดิน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เพื่อยกระดับภาคเกษตรไทยสู่ยุค “เกษตรแม่นยำ”เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ “ปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร)ไทย” นำร่องติดตั้งเครื่องผสมปุ๋ยอัจฉริยะในสหกรณ์การเกษตร 5 แห่งในจังหวัดอุดรธานี มุ่งแก้ปัญหาวิกฤตปุ๋ยแพงและภาวะดินเสื่อมโทรม พร้อมส่งมอบ "เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติ" ให้แก่ประธานสหกรณ์การเกษตรนำร่อง 5 แห่งในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ได้แก่ 1.สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. อุดรธานี 2.สหกรณ์การเกษตรกุมภวาปี 3.สหกรณ์การเกษตรเมืองหนองหาน 4.สหกรณ์การเกษตรสร้างคอม และ 5.สหกรณ์การเกษตรหนองวัวซอ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นไฮไลท์สำคัญในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างไม่เป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)
ทั้งนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ผนึกกำลัง 4 หน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือขับเคลื่อน “โครงการปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ (เกษตรกร) ไทย” นำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุนการเกษตร ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัดตรงตามสภาพดินจริงทั่วประเทศ
“นวัตกรรมปุ๋ยสั่งตัด” นับเป็นทางรอดเกษตรกรไทยที่เป็นรูปธรรม ในยุคเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยโครงการปุ๋ยสั่งตัดเพื่อ(เกษตรกร)ไทย ถือเป็นโมเดลบูรณาการที่ดึงจุดแข็งของแต่ละหน่วยงานเข้ามาดำเนินงานเชื่อมโยงอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์ธาตุอาหารดิน (กรมพัฒนาที่ดิน) การกำหนดสูตรปุ๋ยและสนับสนุนนวัตกรรมเครื่องผสมปุ๋ย (วว.) การสนับสนุนมาตรฐานวิชาการพืช (กรมวิชาการเกษตร) การบริหารจัดการระบบสหกรณ์ (กรมส่งเสริมสหกรณ์) ไปจนถึงการสนับสนุนด้านการเงินและเครือข่ายเกษตรกร (ธ.ก.ส.) เพื่อช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีสิ้นเปลือง เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมหรือ อว. เปิดเผยว่า โครงการปุ๋ยสั่งตัด เป็นการลดรายจ่ายให้กับเกษตรกรอย่างชัดเจนเลย และเป็นโครงการที่ความจริงเราทำต่อเนื่องไม่ได้เพิ่งเริ่มทำ หนึ่งก็คือเราต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับเกษตรกรว่า ปุ๋ยสั่งตัดเนี่ยเหมาะกับดิน แล้วจะทำให้เขายังสามารถที่จะมีตัวผลิตภัณฑ์ ผลิตผลต่าง ๆ ผลิตภาพต่าง ๆ ได้ดีเหมือนเดิม ในขณะเดียวกันเปอร์เซ็นต์ที่เหลืออยู่ เราใส่ปุ๋ยเคมีเข้าไปเพื่อที่จะปรับดิน ตรงเนี้ยจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำในบางพื้นที่เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรได้เห็น แล้วก็ตอนนี้เป็นที่ประจักษ์จากผลการประกอบการของแต่ละท่าน ดังนั้นจึงมีการขยายผลร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเรื่องนี้เอง วันนี้ก็มีการเซ็น MOU กัน เพื่อที่สามารถที่จะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ตั้งแต่เรื่องเกี่ยวกับการตรวจเช็กดิน แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับเครื่องไม้เครื่องมือ การผสมปุ๋ยต่าง ๆ วันนี้เองก็ต้องขอบคุณทั้ง ทาง วว. แล้วก็ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เข้ามาร่วมมือเพื่อพี่น้องเกษตรกร เราพยายามให้เกษตรกร เป็นคนที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะฉะนั้นในเรื่องเกี่ยวกับดินในจุดต่าง ๆ ของเขาก็จะไม่เหมือนกัน ดินกับพืชก็จะมีผลกับเรื่องของปุ๋ย ตรงนี้เองเรื่องปุ๋ยสั่งตัดจึงเป็นสิ่งที่เราพยายามที่จะอยากให้หลาย ๆ คน ได้มีการปรับใช้แล้วก็ได้มีการพิสูจน์ในเรื่องเกี่ยวกับ ศักยภาพแล้วก็คุณภาพด้วย
ซึ่งถ้าหากเราดูในช่วงที่เรามีปัญหาเรื่องน้ำมันตอนนั้นเอง การนำเข้าปุ๋ยมีปัญหามาก แล้วก็ทำให้พี่น้องเกษตรกรกลัวว่าต้นทุนการเกษตรจะสูงขึ้น เรามีความจำเป็นต้องทำเรื่องนี้ให้ได้อย่างยั่งยืน เริ่มจากการที่อย่างน้อยผสมตัวแม่ปุ๋ยให้ถูกสัดส่วน เราก็จะได้ใช้ตัวปุ๋ยเคมีน้อยลงไป ตรงเนี้ยก็ลด ลดรายจ่ายไปละพอสมควร ทีนี้ถ้าน้ำมันขึ้น ราคาปุ๋ยก็จะยังเท่าเดิม เพราะเราลดรายจ่าย แต่ถ้าเกิดน้ำมันกลับมาปกติ ตรงนี้ก็จะยิ่งลดรายจ่ายลงไปอีก ในขณะเดียวกันการปรับปรุงดินก็จะทำให้ตัวผลิตภาพของการเกษตรดีขึ้น ก็จะเป็นการที่จะเป็นการเพิ่มในเรื่องเกี่ยวกับชีวิตการเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรได้โดยตรง ถ้าเกิดสนใจในแต่ละที่เราใช้โมเดลของสหกรณ์แล้วก็เป็นชุมชนต่าง ๆ ที่สนใจก็มาประสานกันกับทาง วว. ได้ ก็สามารถที่จะเริ่มทำได้เลย แต่ในมุมมองของภาครัฐ เราอยากให้เรื่องนี้เป็นความเข้าใจอย่างยั่งยืน เพราะว่าถ้าหน่วยงานไหน พื้นที่ไหน ชุมชนไหนใช้แล้วมีประโยชน์ เขาก็จะขยายผลกันเอง แล้วก็ วว. มีหน้าที่ในการที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีเรื่องนี้ให้สู่ประชาชนได้เลย สนใจก็สามารถที่จะประสานงานแล้วก็ติดต่อมาทางกระทรวงได้
ทางด้าน ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติเป็นผลงานนวัตกรรมที่บูรณาการพัฒนาโดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวง อว. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช./MTEC) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) โดยมีจุดเด่นและคุณสมบัติของเครื่องฯ ดังนี้ 1.ความแม่นยำสูง (Tailor-made Fertilizer) คำนวณและผสมปุ๋ยให้เหมาะสมกับค่าวิเคราะห์ดินจริงของแต่ละพื้นที่โดยอัตโนมัติ ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นตรงตามความต้องการ 2.ผสานพลังอินทรีย์ รองรับการผสมและคลุกเคล้าปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ ช่วยฟื้นฟูสภาพดิน ลดการใช้สารเคมีเกินจำเป็น และส่งเสริมความยั่งยืนทางการเกษตร และ 3.ขับเคลื่อน Smart Farmingตอบโจทย์นโยบายเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture) ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าปุ๋ยและเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต
ซึ่งการส่งมอบเครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติในครั้งนี้ จะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงเข้าถึงปุ๋ยที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของพืชและสภาพดินในราคาที่ถูกลง พร้อมเป็นพื้นที่ต้นแบบในการขยายผลเทคโนโลยีสู่ระดับชุมชนและเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ เพื่อขับเคลื่อนภาคเกษตรกรรมไทยสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม…” ผู้ว่าการ วว. กล่าว