โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กิน "เมล็ดฝรั่ง" ทำให้เป็นไส้ติ่ง? รู้คำตอบก่อนกินทั้งลูก ใครบ้างที่ควรระวัง

sanook.com

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
กินฝรั่งต้องเอาเมล็ดออกไหม? หลายคนเข้าใจผิด เมล็ดฝรั่งมีประโยชน์หรืออันตรายกันแน่

กินฝรั่งควรกินเมล็ดหรือคายทิ้ง? เปิดข้อเท็จจริง เมล็ดฝรั่งมีประโยชน์หรืออันตรายต่อร่างกาย

กินฝรั่งควรกินเมล็ดหรือคายทิ้ง? เมล็ดฝรั่งกินได้ไหม มีประโยชน์อะไร เสี่ยงไส้ติ่งอักเสบหรือไม่ พร้อมข้อควรระวังสำหรับเด็กและผู้มีปัญหาทางเดินอาหาร

ฝรั่งเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนไทย เพราะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว เนื้อกรอบ อุดมไปด้วยวิตามินซีและใยอาหาร อีกทั้งยังหาซื้อได้ง่ายและราคาไม่แพง แต่เมื่อถึงเวลากินฝรั่ง หลายคนกลับมีพฤติกรรมแตกต่างกัน บางคนชอบกินทั้งเปลือก เนื้อ และเมล็ด ขณะที่บางคนเลือกคว้านเมล็ดตรงกลางทิ้ง เพราะเชื่อว่าเมล็ดฝรั่งแข็ง ย่อยยาก และอาจเป็นอันตรายต่อลำไส้

คำถามคือ เมล็ดฝรั่งกินได้จริงหรือไม่ และหากกินฝรั่งทั้งเมล็ดจะได้รับสารอาหารมากกว่าการกินเฉพาะเนื้อหรือเปล่า? ความจริงแล้วเมล็ดฝรั่งมีสารอาหารอยู่หลายชนิด โดยเฉพาะใยอาหาร แต่ก็มีข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการเคี้ยวหรือระบบทางเดินอาหารบางประเภท

ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจว่าควรกินฝรั่งทั้งเมล็ดหรือคายทิ้ง ลองมาทำความเข้าใจคุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดฝรั่ง ประโยชน์ที่อาจได้รับ และวิธีกินให้เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละคน

เมล็ดฝรั่งกินได้ไหม? จำเป็นต้องเอาออกก่อนกินหรือไม่?

คำตอบคือ เมล็ดฝรั่งสามารถรับประทานได้ โดยฝรั่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Psidium guajava L. เป็นผลไม้ในวงศ์ Myrtaceae ซึ่งมีทั้งส่วนเปลือก เนื้อ และเมล็ดที่สามารถใช้เป็นอาหารได้

เมล็ดฝรั่งมีลักษณะค่อนข้างแข็งและมีใยอาหารสูง จึงอาจเคี้ยวได้ยากกว่าส่วนเนื้อผลไม้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเมล็ดฝรั่งทุกเมล็ดที่กลืนลงไปจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหาร

สำหรับคนทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรงและสามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ การกินฝรั่งพร้อมเมล็ดในปริมาณที่เหมาะสมสามารถทำได้ อย่างไรก็ตาม หากไม่ชอบเนื้อสัมผัสของเมล็ด หรือมีปัญหาเรื่องการเคี้ยว ก็สามารถเลือกกินเฉพาะเนื้อฝรั่งได้ โดยไม่จำเป็นต้องฝืนกินเมล็ดเพื่อหวังว่าจะได้รับสารอาหารครบถ้วน

เมล็ดฝรั่งมีสารอาหารอะไรบ้าง?

แม้เมล็ดฝรั่งจะมีขนาดเล็กและมีเนื้อสัมผัสแข็ง แต่จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์พบว่าเมล็ดฝรั่งมีองค์ประกอบทางโภชนาการหลายชนิด โดยเฉพาะใยอาหาร ไขมัน และโปรตีน

งานวิจัยเกี่ยวกับองค์ประกอบของเมล็ดฝรั่งที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการด้านวิทยาศาสตร์อาหาร รายงานว่าเมล็ดฝรั่งแห้งมีใยอาหารประมาณ 53.6-67.7% ไขมันประมาณ 10.5-16% และโปรตีนประมาณ 7.9-9.6% ทั้งนี้ ปริมาณอาจแตกต่างกันตามสายพันธุ์ แหล่งปลูก และวิธีวิเคราะห์

นอกจากนี้ เมล็ดฝรั่งยังมีสารประกอบธรรมชาติและแร่ธาตุบางชนิด ซึ่งทำให้นักวิจัยสนใจการนำเมล็ดฝรั่งมาใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นสัดส่วนสารอาหารในเมล็ดฝรั่งแห้ง ไม่ใช่ปริมาณสารอาหารที่ร่างกายจะได้รับจากการกินฝรั่งสดหนึ่งลูก เพราะเมล็ดมีน้ำหนักเพียงส่วนหนึ่งของผล และการที่เมล็ดมีสารอาหารไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะย่อยและดูดซึมสารอาหารจากเมล็ดที่กลืนทั้งเมล็ดได้ทั้งหมด

4 ประโยชน์ของเมล็ดฝรั่งที่ควรรู้

1. มีใยอาหารที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบขับถ่าย

จุดเด่นของเมล็ดฝรั่งคือมีใยอาหารอยู่ในสัดส่วนสูง โดยใยอาหารเป็นองค์ประกอบสำคัญของอาหารที่ช่วยเพิ่มปริมาตรอุจจาระ และมีส่วนสนับสนุนการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

การได้รับใยอาหารเพียงพอจากผลไม้ ผัก ธัญพืช และถั่ว สามารถช่วยส่งเสริมการขับถ่ายให้เป็นปกติได้ ดังนั้น การรับประทานฝรั่งทั้งผลพร้อมเมล็ดอาจเป็นอีกทางหนึ่งในการได้รับใยอาหารเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการกินอาหารที่มีใยอาหารสูงอาจมีอาการท้องอืดหรือแน่นท้องหากรับประทานมากเกินไป จึงควรกินในปริมาณพอเหมาะ และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน

2. อาจช่วยเพิ่มความอิ่มเมื่อกินร่วมกับเนื้อฝรั่ง

ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีใยอาหารค่อนข้างสูง ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความอิ่มและทำให้การรับประทานอาหารเป็นไปอย่างช้าลง โดยเฉพาะเมื่อกินเป็นผลสดแทนขนมหวานหรืออาหารว่างที่มีพลังงานสูง

เมล็ดฝรั่งมีใยอาหารเป็นองค์ประกอบสำคัญ จึงอาจมีส่วนเพิ่มปริมาณใยอาหารที่ได้รับจากการกินฝรั่งทั้งลูก แต่ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ชัดเจนว่าการกินเมล็ดฝรั่งโดยเฉพาะช่วยลดน้ำหนักได้ดีกว่าการกินฝรั่งแบบเอาเมล็ดออก

สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก การกินฝรั่งสดในปริมาณเหมาะสมและหลีกเลี่ยงการจิ้มพริกเกลือที่มีน้ำตาลหรือเกลือมากเกินไป อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าการมุ่งหวังผลจากเมล็ดฝรั่งเพียงอย่างเดียว

3. มีไขมันและโปรตีนเป็นองค์ประกอบตามธรรมชาติ

ผลการศึกษาทางโภชนาการพบว่าเมล็ดฝรั่งมีทั้งไขมันและโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับเพื่อใช้ในกระบวนการต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม แม้เมล็ดฝรั่งแห้งจะมีสารอาหารเหล่านี้ แต่เมล็ดที่รับประทานจากฝรั่งหนึ่งผลมีปริมาณค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับอาหารที่เป็นแหล่งโปรตีนหลัก เช่น ไข่ เนื้อสัตว์ ถั่ว และผลิตภัณฑ์จากนม

จึงไม่ควรมองว่าเมล็ดฝรั่งเป็นอาหารเสริมโปรตีนหรือไขมันที่จำเป็นต้องกินทุกวัน แต่สามารถรับประทานเป็นส่วนหนึ่งของผลไม้ตามปกติได้

4. อาจมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดผ่านใยอาหาร

ใยอาหารจากอาหารโดยรวมมีบทบาทในการดูแลสุขภาพระบบเผาผลาญ และใยอาหารบางประเภทสามารถช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรตได้

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันว่า การกินเมล็ดฝรั่งโดยตรงสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด รักษาเบาหวาน หรือช่วยควบคุมความดันโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพในมนุษย์

ผู้ที่เป็นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงจึงไม่ควรใช้เมล็ดฝรั่งทดแทนยา แต่ควรรับประทานผลไม้ในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับการดูแลสุขภาพตามคำแนะนำของแพทย์

กินฝรั่งทั้งเมล็ดหรือเอาเมล็ดออก แบบไหนดีกว่ากัน?

หากเปรียบเทียบกันในด้านโภชนาการ การกินฝรั่งทั้งเมล็ดอาจช่วยให้ได้รับองค์ประกอบทางอาหารจากเมล็ดเพิ่มเติม โดยเฉพาะใยอาหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับประโยชน์ทางสุขภาพมากกว่าการกินเฉพาะเนื้ออย่างชัดเจน

ประเด็น กินฝรั่งทั้งเมล็ด กินฝรั่งเอาเมล็ดออก ใยอาหาร ได้รับใยอาหารจากส่วนเมล็ดเพิ่มเติม ยังได้รับใยอาหารจากเนื้อและเปลือก วิตามินซี ได้รับจากเนื้อฝรั่งเป็นหลัก ยังได้รับวิตามินซีจากเนื้อฝรั่ง การเคี้ยว อาจเคี้ยวยากเพราะเมล็ดแข็ง รับประทานสะดวกกว่า ความเหมาะสม เหมาะกับผู้ที่เคี้ยวและกลืนได้ตามปกติ เหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบเมล็ดหรือมีข้อจำกัดด้านการเคี้ยว

ดังนั้น การเลือกกินแบบไหนขึ้นอยู่กับความชอบและสภาพร่างกายของแต่ละคน เพราะฝรั่งยังคงเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ แม้จะคว้านเมล็ดออกก่อนรับประทานก็ตาม

กินเมล็ดฝรั่งทำให้เป็นไส้ติ่งอักเสบจริงไหม?

หนึ่งในความเชื่อที่พบได้บ่อยคือ การกลืนเมล็ดฝรั่งอาจทำให้เมล็ดเข้าไปติดในไส้ติ่งจนเกิดไส้ติ่งอักเสบ ซึ่งทำให้หลายคนเลือกคว้านเมล็ดฝรั่งทิ้งทุกครั้ง

ในทางการแพทย์ สิ่งแปลกปลอมหรือเมล็ดพืชอาจเกี่ยวข้องกับการอุดตันของไส้ติ่งได้ในบางกรณี แต่พบได้น้อยมาก และยังไม่มีหลักฐานว่าการกินเมล็ดฝรั่งตามปกติเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไส้ติ่งอักเสบ

นอกจากนี้ ยังมีความเข้าใจผิดว่าเมล็ดผลไม้อาจทำให้เกิดโรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ โดยสถาบันโรคเบาหวาน ระบบทางเดินอาหาร และโรคไตแห่งชาติสหรัฐอเมริกา หรือ NIDDK ระบุว่า ปัจจุบันไม่มีความจำเป็นที่ผู้มีถุงผนังลำไส้ใหญ่โดยทั่วไปจะต้องหลีกเลี่ยงถั่ว เมล็ดพืช หรือป๊อปคอร์นโดยอัตโนมัติ เนื่องจากหลักฐานวิจัยไม่ได้สนับสนุนความเชื่อเดิมว่าอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดการอักเสบ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีโรคทางเดินอาหารหรือได้รับคำแนะนำให้จำกัดอาหารบางประเภทจากแพทย์ ควรปฏิบัติตามแผนการรักษาของตนเอง โดยเฉพาะในช่วงที่มีอาการเฉียบพลัน

ใครบ้างที่ควรระวังการกินเมล็ดฝรั่ง?

แม้เมล็ดฝรั่งจะสามารถรับประทานได้ แต่ความแข็งและลักษณะของเมล็ดอาจไม่เหมาะกับบางคน โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวหรือกลืนอาหาร

  • เด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่ยังเคี้ยวและกลืนอาหารแข็งได้ไม่ดี ควรเอาเมล็ดออกและหั่นฝรั่งให้เหมาะสมกับวัย เพื่อลดความเสี่ยงสำลัก
  • ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ฟันไม่แข็งแรงหรือใช้ฟันปลอม อาจรู้สึกไม่สะดวกเมื่อเคี้ยวเมล็ดแข็ง
  • ผู้ที่มีปัญหาด้านการกลืน ควรเลือกรูปแบบอาหารที่เหมาะสมตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์
  • ผู้ที่มีระบบทางเดินอาหารไวต่ออาหารบางชนิด หากกินฝรั่งทั้งเมล็ดแล้วเกิดอาการแน่นท้องหรือไม่สบายท้อง อาจเลือกเอาเมล็ดออกและสังเกตอาการ
  • ผู้ที่มีภาวะลำไส้ตีบหรือจำเป็นต้องจำกัดใยอาหาร ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานผลไม้หรืออาหารที่มีเมล็ดแข็ง

ทั้งนี้ ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ชัดเจนว่าต้องห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปีทุกคนกินเมล็ดฝรั่งโดยเด็ดขาด แต่ควรพิจารณาจากอายุ ความสามารถในการเคี้ยว การกลืน และความเสี่ยงสำลักของเด็กแต่ละคนเป็นหลัก

วิธีกินฝรั่งให้ได้ประโยชน์และปลอดภัย

สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานฝรั่งให้ได้สารอาหารอย่างเหมาะสม สามารถใช้วิธีง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

  • ล้างฝรั่งให้สะอาดก่อนรับประทาน โดยล้างผ่านน้ำไหลและถูผิวผลไม้เบา ๆ เพื่อช่วยลดสิ่งสกปรกที่อาจติดอยู่บริเวณเปลือก
  • รับประทานเนื้อฝรั่งและเปลือกได้ หากล้างสะอาดและไม่มีข้อจำกัดด้านสุขภาพ เพราะเป็นส่วนที่มีใยอาหารและวิตามินซี
  • เคี้ยวอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะเมล็ดที่มีเนื้อสัมผัสแข็ง ไม่ควรฝืนกัดเมล็ดหากมีปัญหาฟัน
  • เลือกเอาเมล็ดออกได้ตามความเหมาะสม หากรู้สึกไม่สบายท้อง เคี้ยวยาก หรือไม่ชอบเนื้อสัมผัสของเมล็ด
  • กินฝรั่งในปริมาณพอเหมาะ และรับประทานผลไม้ชนิดอื่นสลับกัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารหลากหลาย

สำหรับการนำเมล็ดฝรั่งไปบดเป็นผงหรือผสมในเครื่องดื่ม แม้งานวิจัยบางส่วนจะศึกษาการใช้เมล็ดฝรั่งเป็นวัตถุดิบอาหาร แต่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันประโยชน์เฉพาะของการทำผงเมล็ดฝรั่งดื่มเป็นประจำ จึงไม่จำเป็นต้องนำเมล็ดมาสกัดหรือบดกินเพื่อหวังผลรักษาโรค

สรุป กินฝรั่งควรกินเมล็ดหรือคายทิ้ง?

เมล็ดฝรั่งสามารถรับประทานได้ และไม่จำเป็นต้องคว้านทิ้งทุกครั้ง เพราะเมล็ดมีองค์ประกอบทางอาหาร โดยเฉพาะใยอาหาร ไขมัน และโปรตีน อย่างไรก็ตาม การที่เมล็ดมีสารอาหารไม่ได้หมายความว่าการกินเมล็ดทั้งเมล็ดจะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารเหล่านั้นได้ทั้งหมด

สำหรับผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและไม่มีปัญหาเรื่องการเคี้ยวหรือกลืน สามารถเลือกกินฝรั่งทั้งเมล็ดตามความชอบได้ ส่วนผู้ที่มีปัญหาฟัน ระบบทางเดินอาหาร หรือมีความเสี่ยงสำลัก การเอาเมล็ดออกก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า

ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเลือกกินฝรั่งทั้งเมล็ดหรือเอาเมล็ดออก ก็ยังได้รับวิตามินซี ใยอาหาร และสารอาหารสำคัญจากเนื้อผลไม้ได้เช่นกัน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากที่สุดคือการกินผลไม้ให้หลากหลาย ในปริมาณที่เหมาะสม และสอดคล้องกับสุขภาพของตัวเอง

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...