โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

อึ้งต่อเนื่อง! ยอดบริจาค “บุ๋ม ปนัดดา” เกือบ 1 พันล้าน โอนออกเกือบ 800 ล้าน ผ่าน 3 ล้านธุรกรรม “องุ่น” แจงยิบ ไม่เคยเห็นยอดจริง โต้รวยผิดปกติ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รายการ โหนกระแส วันที่ 6 พ.ย. 69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมายเลข 33 ยังเกาะติดมรสุมชีวิต “บุ๋ม ปนัดดา” และสามี “ก๊อต อธิป” ที่วันนี้มีหมายจับและถูกควบคุมตัวไปสอบสวนกลางเรียบร้อยแล้ว โดยวันนี้สัมภาษณ์ “องุ่น” เหรัญญิกมูลนิธิองค์กรทำดี มาพร้อมทนาย “อาคมคงสวัสดิ์” และ “เอกภพ เหลืองประเสริฐ”ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด

องุ่นวันนี้เป็นพยาน ตัวการร่วม หรือผู้ต้องหา ยังตอบไม่ได้ เพราะตร.ยังไม่ได้สอบ รู้จักบุ๋มได้ไง?

องุ่น : ปี 58 มีเคสๆ นึงที่อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ หนูเป็นคนนครสวรรค์ แล้วมีเคสบ้านผู้สูงอายุไฟไหม้ แกก็โพสต์ลงไอจีว่าใครอยู่เคสนี้บ้าง แกอยากช่วยเหลือ ณ ตอนนั้นหนูเพิ่งหัดเล่นไอจีใหม่ๆ ด้วย ปี 58 หนูเลยโทรตามเบอร์ที่แกโพสต์ในไอจี แกก็ประสานว่าขอให้เข้าไปดูเคสนี้ให้พี่หน่อย แล้วเดี๋ยวเอาของไปมอบให้เคสนี้ให้พี่หน่อย ตอนนั้นเราก็ดีใจ เราได้คุยกับดารา เราคิดว่าเขาเก่งมากเลย เขาช่วยคนโดยเป็นคนไม่รู้จักกัน เขาไว้ใจเราให้ไปดูให้ นั่นคือจุดเริ่มต้นค่ะ ที่ได้รู้จักกัน

คุณทำงานร่วมกับคุณบุ๋มได้ไง?

องุ่น : ประมาณสัก 6-7 เดือน มีเคสที่ชัยนาทอีก แกก็โทรหาหนู ว่ามีเคสเด็กแพ้นมวัว ไปดูให้พี่หน่อยได้มั้ย หนูก็ไป แกให้เอาของไปมอบให้ เราก็คิดว่าเขาดีเนอะ จนไม่เกินปีแกก็โทรมาบอกว่าพี่จะทำองค์กรทำดี เขาบอกมีศิลปินมาร่วมด้วย เราก็โอเค เป็นโอกาสที่เราได้เจอคนมีชื่อเสียง เดือนหรือสองเดือนแกมีกิจกรรมครั้งนึง หนูก็เจอพี่โอ๋ พี่แพทตี้ พี่ทนายเปิ้ล

คุณเป็นคนสนิทได้ยังไง?

องุ่น : จนปีที่มีโควิดค่ะ แกมีแอลกอฮอล์เยอะมากเลย แกเลยเหมือนว่างมั้ยน้อง มาช่วยพี่แพ็กของส่งตามโรงเรียนหน่อย ตอนนั้นใช้พื้นที่ยิมของแกค่ะ หนูเลยตีรถจากนครสวรรค์ มาเช่าโรงแรมอยู่ที่นี่สองสามวัน ช่วยแพ็กของส่งตามโรงเรียน เราก็เฮ้ย มันแฮปปี้นะ เหมือนเราได้ช่วยเด็ก ได้ช่วยคน ก็เริ่มมีกิจกรรมมาเรื่อยๆ แต่ ณ ตอนนั้นแกไม่ได้ซัปพอร์ตอะไรนะคะ ค่าน้ำมัน ค่ากิน ค่าที่พัก พวกหนูออกเองหมด จนมาปี 64 ตอนนั้นเรียกแกว่าแม่แล้ว แกบอกจะจดตั้งเป็นมูลนิธิองค์กรทำดี

ก่อนมีมูลนิธิ คุณบุ๋มมีบัญชีองค์กรทำดีโดยบุ๋ม ปนัดดา ตอนนั้นคุณทราบมั้ย?

องุ่น : ทราบค่ะ เวลาแกโพสต์ในไอจีเราก็จะเห็น เวลาแกไปช่วยเคส จะใส่รายละเอียดโพสต์ เราก็เห็นว่านี่คือบัญชีของแกนะ ตอนนั้นเราไม่ได้สนใจอะไร แกบอกว่าเดี๋ยวแม่จะตั้งมูลนิธินะ จะได้เป็นระบบถูกต้องตามกฎหมาย เราเดินกันมาตั้งแต่แรกแล้วนะ เดี๋ยวแม่จะใส่ชื่อหนูเป็นกรรมการมูลนิธินะเพราะเราเป็นผู้ก่อตั้ง จะได้เป็นเกียรติหน่อย ตอนนั้นหนูก็อ้าว ศิลปินคนอื่นล่ะที่เขาช่วยกันอยู่ แกบอกว่าศิลปินคนอื่นเขาติดงาน เขาไม่ได้สะดวกมาทำกิจกรรมกับเรา แม่เห็นเวลามีงานองุ่นวิ่งรถมาช่วยแม่ได้ ถ้าเป็นงานต่างจังหวัด องุ่นก็วิ่งไปดูให้แม่ได้ เราก็เหมือนดีใจ ได้เป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ

ได้เป็นกรรมการ ตอนนั้นมีใครบ้าง?

องุ่น : มี 5 คนค่ะ มีแม่เป็นประธาน พี่แพทตี้ รองประธาน พี่เปิ้ล เป็นฝ่ายกฎหมาย เลขานุการ พี่เอ็กซ์ เป็นกรรมการ ที่ออกไปแล้ว และหนู ตอนนั้นหนูยังไม่รู้เลยค่ะว่าเหรัญญิกคืออะไร แต่เขาให้เป็น เรารู้แค่ว่าเป็นกรรมการ ก็โอเค เราไม่ได้คิดว่าจะมีผลอะไร เราก็รู้แค่นั้นเลยค่ะ

อาคม :องุ่นจบการศึกษาอะไรมา

องุ่น :หนูเรียน ม. 3 ได้วันเดียวค่ะ เพราะแม่ไม่มีค่าเทอม ก็เลยออก แล้วมาเรียนกศน.

จากนั้น เหรัญญิกทำหน้าที่อะไร?

องุ่น : ตอนนั้นเราไม่รู้เลยค่ะ รู้ว่าเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิ มันดูยิ่งใหญ่สำหรับหนูมาก ดูไม่น่าเชื่อว่าเด็กคนนึงอยู่บ้านนอก วันนึงมาทำตรงนี้ได้ ณ ตอนนั้นคิดแค่นั้นเลยค่ะ

เขาบอกคุณคนเดียวที่ติดตัวคุณบุ๋ม?

องุ่น :เป็นช่วงระยะเวลาที่หนูเดินทางจากบ้านมา เราดีใจไงคะ เวลาแม่ไปรายการ แม่ไปลงพื้นที่ช่วยคนแก่ ผู้พิการ วันนี้ หนูจะไปนอนกรุงเทพฯ นะ แม่มีงานอะไรบ้าง แกก็จะบอกว่าแม่จะไปถ่ายละครนะ ด้วยความที่เราอยากเห็น เราก็ไป ไปกองถ่าย ไปดูเขาถ่ายรายการ ก็ตามไปดูแลตลอด ณ ตอนนั้นค่ะ

ตอนนี้ก็ตามไปดูแลได้ ไปมั้ย?

องุ่น :หนูไม่อยากคิดเลยค่ะ ด้วยความลงพื้นที่ทำอะไรก็แล้วแต่ หนูถึงวัดนอนวัด ถึงโรงเรียนนอนโรงเรียน แกไม่ได้แบบอย่างนี้กินไม่ได้นะ ไม่เอา ทีมงานกินอะไร แกกินด้วย เราเห็นแบบนี้ เราก็คิดว่าเขาดีจริงๆ เขาไม่จำเป็นต้องมากินกับพวกเราก็ได เวลาหนูมาช่วยแก หนูจะมีโรคประจำตัว คือเบาหวาน ความดัน หนูต้องรับยาประจำ แกจะให้สวัสดิการ ลูกรักษาเลย เดี๋ยวแม่จ่ายค่ายา ค่ารักษาให้ เวลาไปภารกิจกับทีมงาน ค่าน้ำมัน ค่าอาหารระหว่างเดินทางกัน แกจะซัปพอร์ตให้ แต่จ่ายเป็นเงินเดือนไม่มีค่ะ ไม่เคย

เห็นเขาใช้จ่ายมั้ย?

องุ่น :ถ้าเขาลงพื้นที่ เช่นไปแม่สาย หนูจะเห็นว่าบางทีกู้ภัยเล็กๆ ตามต่างจังหวัดเขามีกำลังคน มีกำลังเรือ แต่เขาไม่มีกำลังทรัพย์ แกก็จะให้ แม่ซัปพอร์ตนะ เราเห็น เราก็คิดว่าแม่เขาจ่ายจริงนะ ทุกครั้งที่เขาให้ เขาบอกว่าฉันได้มาจากค่าตัวที่ทำงานนะ ซึ่งเชื่อมั้ยว่าประโยคนี้หนูไม่แคลงใจเลยเพราะตี 5 นางออกจากบ้าน นางมีงาน 7 โมงนางถ่ายรายการ 10 โมงนางถ่ายรายการ บ่ายสองนางเข้าอีกรายการ

แกขยัน แกทำงาน?

องุ่น : ใช่ค่ะ เลยทำให้หนูมองว่าเป็นเงินจากค่าแรงที่เขาทำงานมาจริงๆ ไม่เคยคิดว่าเอาออกมาจากบัญชี เพราะเขาพูดเสมอว่าเงินบริจาคมันน้อย

เขาเคยโอนเงินให้คุณหลัก 5 ล้าน 10 ล้านมั้ย?

องุ่น :ไม่มีค่ะ เขามีโอนให้หนู 5 หมื่น หนูไปคัดสเตทเมนต์มาว่าที่เขาว่าหนูได้เงินเป็นร้อยล้าน

ได้รับเงินจากองค์กรทำดี เขาโอนให้ค่าอะไร?

องุ่น :เวลาลงพื้นที่ต้องดูแลทีมงาน ต้องจ่ายซื้อของค่ะ เขาจะโอนยอดอย่างนี้เลยค่ะ เป็นค่าใช่จ่ายเวลาลงพื้นที่เป็นหลายงานตลอดทั้งปีค่ะ แม้แต่พอมีสำนักงาน เรื่องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ แกก็ให้หนูเป็นคนจัดการเลย

ปี 2025 โอนเดือน 1?

องุ่น :เริ่มครั้งแรกที่แกโอนให้หนูสำหรับดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย คือช่วงที่แกท้อง และจะคลอดลูกคนเล็กค่ะ เวลาทำงานเราจะมีกลุ่มไลน์ มีแม่อยู่ในนั้นเป็นประธาน แต่กลุ่มนั้นจะไม่มีกรรมการ มีทีมงาน มีหนูอยู่ เวลาทีมงานจะเบิกค่าใช้จ่าย ทีมงานก็จะลงรายละเอียดเบิกแก แกก็จะเป็นคนดำเนินการโอนให้เอง ทีนี้พอมาช่วงที่แกใกล้คลอด ถ้าจำไม่ผิดช่วงปลาย 67

เขาโอนเข้าบัญชีคุณ?

องุ่น : ใช่ค่ะ เป็นธนาคารเดียว ไม่มีธนาคารอื่น สามารถเช็กได้เลย ยินดีเลย

เวลาบุ๋มโอนเข้าบัญชีจะโอนเข้าบัญชีนี้เท่านั้น?

องุ่น :ถูกต้องค่ะ เวลาหนูซื้อของ ที่พวกหนูนั่งทำบัญชี จ่ายอะไรไปก็จะทำรายละเอียดประกอบ ทีมงานแวะกินข้าวกันก็จะทำแบบนี้ไว้ ซื้อของอะไรไป อันไหนขอใบเสร็จกำกับภาษีได้ นี่เป็นส่วนที่หนูได้เงินจากเขามานะคะ

จะบอกว่าคุณสามารถกระทบยอดได้ว่าตัวเงินที่โอนมา คุณเอาไปทำประโยช์อะไรกับสาธารณะ และมีบิลพวกนี้แนบประกอบเอาไว้?

องุ่น :ถ้าตกหล่นอาจจะมีเวลาน้องเดินทางให้โอนค่าก๋วยเตี๋ยว 300 600 ถ้าตามไม่เจอหนูก็จะติ๊กไว้

อาคม :การโอนเงินแต่ละครั้ง ครั้งละ 5 หมื่น ครั้งละแสน สองแสน คุณใช้หมดแล้ว คุณรายงานใครยังไง

องุ่น :แม่บุ๋มค่ะ หมดแล้วนะ หนูใช้อันนี้ไปนะ

เดือนก.ค.68 คุณกระทบยอดมาเท่าไหร่?

องุ่น :อันนี้ยังเลยค่ะพี่ อันนี้หนูหยิบมาให้ดูก่อนค่ะ ช่วงนั้นเยอะค่ะ เพราะช่วงนั้นคืออยู่ชายแดน

เอกภพ : ปี 68 คุณรับโอนมาทั้งหมด 14 ล้าน เกือบ 15 ล้าน

องุ่น : ใช่ค่ะ บางวันโอนสองรอบ ถ้าโอนมา 2 แสน จ่ายค่าอุปกรณ์ก่อสร้างถ้ายอดเยอะจะรีบแจ้งเขา แม่คะวันนี้จ่ายค่าปูนไปเท่าไหร่

เอกภพ :จากที่ดูบนโต๊ะเป็นเอกสารอธิบายสองเดือน ส่วนที่เหลืออยู่ไหน

องุ่น :ไม่ได้เอามาค่ะ

เอกภพ :ยอดเข้าคุณ ปี 67 เดือนเดียวล้านกว่า ปี 68 เกือบ 15 ล้านนะ

คุณมีเอกสารมั้ย?

องุ่น :68 มีค่ะ หนูหยิบมาแค่นี้ค่ะ จริงๆ มีหลายปึกค่ะ หนูจะแนบเป็นเดือนๆ ไว้

สิ่งที่พูดตรงนี้ ต้องเข้าใจอย่างนะว่า อะไรก็ตามแต่ ตร.ดูอยู่ เขาจะมีการกระทบกับสิ่งที่เขามี เขาเห็นเส้นเงินก็กระทบยอดตรงนี้ได้ มันปิดบังไม่ได้นะ?

องุ่น :ใช่ค่ะ หนูเลยอยากพูดที่บอกว่ามีเงินเข้าหนูเป็นร้อยล้าน ไม่เป็นความจริงเลย เส้นทางการเงินที่หนูได้รับโอนจากแม่ใช้จ่ายมูลนิธิ หนูเพิ่งเข้ามาช่วยแกตอนปลายปี 67

คุณเป็นคนอนุญาตให้คุณบุ๋มเปิดบัญชีองค์กรทำดี แล้วเอาเข้ามาอยู่ในเครือข่ายมูลนิธิ คุณอนุญาตร่วมกับกรรมการคนอื่นใช่มั้ย เขาบอกว่าพวกคุณอนุญาตให้เขาเบิกถอนคนเดียวได้?

องุ่น :อันนี้ไม่ทราบเลยค่ะ หนูเพิ่งรู้จากพี่แพท พี่เปิ้ล ว่าแม่ทำวาระประชุมอันนั้น

อาคม : วาระการประชุม คุณบุ๋มลงลายมือชื่อคนเดียว คนอื่นไม่ได้ลงลายมือชื่อ

องุ่น : ใช่ค่ะ อย่างเช่นเวลามีคนบริจาครถเข้ามาให้เราใช้งาน หนูก็จะโทรหาพี่เปิ้ล ให้ทำวาระประชุมให้หนูหน่อย พี่เปิ้ลช่วงนี้รถบรรทุกของเราไม่พอใช้นะ เดี๋ยวเราจะซื้อรถมือสองคันนึง ทำวาระการประชุมให้หน่อย เหมือนโทรคุยกัน จะบอกว่าแม่คะ ตอนนี้เราเริ่มขนถุงยังชีพไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่มีรถใช้งาน แม่บอกแกไปดูรถมาเลย ก็ไปดูรถคันราคา 190,000 บาทหนึ่งคัน แกก็จะจ่าย เราก็จะบอกขอเอกสารมาแล้วบอกพี่เปิ้ล ตอนนี้เราจะซื้อรถมูลนิธินะ เอกสารมาแล้ว ทำวาระประชุมให้หน่อยนะ พี่เปิ้ลก็จะโทรบอกทุกคนว่ามีวาระประชุมนะ เดี๋ยวอ่านให้ฟังว่าสาระสำคัญมีแบบนี้นะ เนื้อหาเป็นแบบนี้นะ เรารู้แค่นี้ค่ะพี่ แล้วเอาเอกสารให้แม่เซ็น

คุณโยนให้คุณบุ๋มหมดเลยนะ เอาตรงๆ ต้องสละเรือแล้ว?

องุ่น : นี่เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นค่ะ ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย

อาคม : ไม่ใช่สละเรือ ถ้าดูในข้อบังคับ เป็นแบบนั้นจริงๆ รายงานการประชุมหรือเรียกประชุมสำหรับมูลนิธิมันทำเป็นหนังสือได้ เขาทำหนังสือแล้วส่งให้กรรมการเซ็นโดยไม่ต้องมาประชุมจริง เขาทำได้ อยู่ในข้อที่ 29 คนมีอำนาจเรียกประชุมมีคนเดียวคือประธาน เมื่อวานทนายเปิ้ลพยายามบอกหลายครั้งว่าเขาเรียกแล้ว แต่ประธานไม่จัดประชุม เขาทำอะไรไม่ได้ ฉะนั้นโดยข้อบังคับ อำนาจไปตกอยู่กับประธาน พอประธานบริหารงานเหมือนเจ้าของคนเดียว สั่งการคนเดียว ทุกอย่างคนเดียว มันเลยเป็นที่มาให้พังไปทั้งหมด

องุ่น : เรื่องเงินถามว่ากรรม กรรมการไม่รู้จริงเหรอ ใช่ค่ะ เพราะแม่พูดตลอดว่าเป็นเงินที่ได้จากค่าแรงนะ ได้จากพรีเซ็นเตอร์นะ ได้จากการทำงานนะ หนูไม่เคยสงสัยว่ามาจากการบริจาคมหาศาล เพราะทุกครั้งเขาจะพูดแบบนี้ตลอด เหมือนเมื่อวานที่มีไลน์กลุ่ม องุ่นเอาเงินไปซื้อที่หมดแล้ว อันนั้นคือจะมีที่อยู่กับมูลนิธิตรงข้าม เจ้าของเขามาบอกขาย หนูบอกเฮ้ยแม่ ถ้ามีเงินซื้อไว้ก็ดีนะ เวลามูลนิธิมีงานจะได้เป็นที่จอดรถ เราเข้าใจแค่นั้นค่ะ ซึ่งเขายังไม่ได้ซื้อค่ะ

แล้วที่อื่นๆ คุณรู้มั้ย?

องุ่น :แปลงอื่นๆ หนูไม่ทราบเลยค่ะ

ทุกคนพูดหมดว่าคุณเป็นคนที่สนิทกับคุณบุ๋ม ปนัดดามากที่สุดจริงมั้ย?

องุ่น : จริง

แต่คุณไม่รู้อะไรเลยเหรอ?

องุ่น :เขาไม่ได้เล่าให้หนูฟังเลยค่ะ

เอกภพ : คุณทำหน้าที่อะไรของมูลนิธิ ดูแลค่าใช้จ่ายส่วนไหนของมูลนิธิ

องุ่น :เฉพาะทีมงานเวลาลงพื้นที่ มีภารกิจ ทีมงานหนูมีทั้งหมด 67 คนค่ะ แต่เวลาลงพื้นที่มีประมาณ 24 คนค่ะ สมมติว่าเรามีทีมรับส่งศพฟรี รถพยาบาล 6 คันก็สลับกันรับภารกิจไป หรือรับส่งผู้ป่วยไม่มีเงินกลับบ้าน เราจะมีค่าใช้จ่ายตรงนี้ เป็นค่าน้ำมัน ค่าดำเนินการ เราจะให้ทีมงานกิโลจะ 7 บาท กินอยู่ดูแลตัวเองอยู่ในงบนี้เลย เดือนนึงมูลนิธิมีค่าใช้จ่ายไม่ตายตัว ถ้าไม่มีภารกิจอะไรเลย อย่างน้อย 3-4 แสน แต่ถ้ามีภารกิจก็จะเยอะ อย่างเช่นเราออกนอกพื้นที่ มีเภทภัย ส่วนใหญ่เป็นภารกิจใหญ่ๆ เช่นน้ำท่วมแม่สาย แต่ถ้าช่วงปกติไม่มีอะไร

คุณไม่เคยรู้ตัวเลขที่อยู่ในแบงก์เลยใช่มั้ย?

องุ่น :เขาไม่เคยให้หนูเห็นเลย หนูไม่เคยสงสัย

บุ๋มใช้อยู่คนเดียว แต่คนอื่นไม่รู้ หลักเป็นอย่างนั้นเหรอ?

อาคม :หลักไม่ได้เป็นอย่างนั้น แต่ประธานปกปิดข้อเท็จจริง เราจะเห็นว่าเป็นโดมิโน่ หนึ่งงบดุลทำไม่ได้ ส่งสรรพากรไม่ได้ ส่งกรมการปกครองไม่ได้ เพราะประชุมไม่ได้ ถามว่าที่ประชุมไม่ได้ เนื่องจากบัญชีสรุปไม่ได้ เพราะเขาต้องโชว์การเงิน ที่มาของเงินให้สำนักงานบัญชีทำงบ พอไม่เกิดระบบบัญชีการเงิน ก็ไม่เกิดระบบงบดุล แล้วก็ไม่เกิดเหตุต้องเอาเอกสารไปส่งสรรพากร ส่งศาลปกครอง ตั้งแต่เริ่มต้นมาเลยไม่มีงบดุลไปโชว์กรมปกครอง 4 ปี ก็เป็นบ่อเกิดแห่งความผิดพลาดต้องหมกๆ ไว้แบบนี้

เอกภพ : เท่าที่ดูรายการเงินคุณ ผมแปลกใจ ที่ถามว่าคุณไม่รู้เลยเหรอ ผมถามใหม่ คุณไม่รู้หรือคุณไม่อยากรู้ ที่ถามเพราะปี 68 คุณได้รับเงินเข้ามาเกือบ 15 ล้านเฉลี่ยเดือนละล้าน มีน้ำท่วมใหญ่ๆ มากสุด 2 ล้าน เดือนนึง 1.7 ล้านก็มี เมื่อกี้คุณบอกว่ามูลนิธิไม่มีภารกิจอะไรเลย เว้นแต่เหตุใหญ่ๆ แล้วเฉลี่ยเดือนละ 3 แสน แต่นี่ผมดูคุณรับเดือนเกือบล้าน ทุกๆ เดือน ผมเลยรู้สึกว่าคุณได้รับเงินจากคุณบุ๋มเยอะมากโดยตลอด ผมไม่แน่ใจว่าคุณไม่รู้ หรือคุณไม่อยากรู้ คุณก็ได้ประโยชน์จากคุณบุ๋มโอนเข้ามา แล้วที่ชี้แจงมันไม่สอดรับกับจำนวนเงิน มียอดเงินที่ไม่สามารถดีแคร์ได้ คุณอาจรู้ว่าเป็นเหรัญญิก คุณเป็นคนเก่ง แต่การเอาเงินให้คุณเดือนละล้านไปใช้จ่ายบริหาร คุณพอใจกับเงินล้านที่ได้รับมาจนไม่อยากตรวจสอบเลยใช่มั้ย

องุ่น :ไม่ใช่ค่ะ ทุกครั้งแม่จะบอกว่าเป็นเงินที่ได้จากการทำงานนะ เป็นพรีเซ็นเตอร์นะ ที่ให้มา แกบอกอย่างนี้ตลอด แกนี่เงินแม่นะ เราไปทำกิจกรรมกัน พอเวลาแกพูดแบบนี้ หนูก็ไม่ได้สงสัย คิดว่เป็นเงินส่วนตัว

แต่มันเขียนว่าองค์กรทำดีนะ?

องุ่น :ใช่ค่ะ เพราะเขาบอกว่าเป็นเงินแม่นะ ใส่ไว้เพื่อให้ทุกคน เวลาถามแม่คะ มีเงินบริจาคเข้ามาเยอะมั้ย แม่ก็ตอบว่าไม่เยอะหรอกแก มีเข้ามาทีละ 9 บาท 19 บาท หนูก็จะอ๋อค่ะ

จะบอกว่าคุณคิดว่าเงินทุกบาทที่บุ๋มได้เงินมา ไม่เอาเข้าบัญชีเขาเลย แต่ทำบุญหมดเลย เอาเข้าองค์กรทำดีหมดเลย คุณคิดอย่างนั้นเหรอ?

องุ่น :เขาพูดกับทีมงานทุกคนว่าแม่ใส่เต็มที่นะ แม่อยากให้มูลนิธิช่วยคนได้เยอะนะ ด้วยคำพูดพวกนี้ เราก็จะอ๋อ ได้ค่ะ พวกหนูจะทำให้ดีที่สุด เพราะแม่ยอมเสียสละขนาดนี้ แม้กะทั่งที่ดินหรืออะไรของมูลนิธิ แกบอกว่าแม่ทำไปเพื่อให้เป็นสมบัติแผ่นดินนะ ถ้าเขาไม่มีงาน ไม่ได้ทำงานอะไรเลย หนูยังพอเอ๊ะบ้าง แต่นี่เขาทำงานตลอดเวลา 24 ชม. เขามีงานเยอะมาก มีพรีเซ็นเตอร์เยอะมาก มันเลยทำให้เราเห็นว่าเขาทำงานเพื่อมาลงกับมูลนิธินะ

อาคม :ถามว่าทำไมเดือนละล้านไม่สงสัย ลองดูรายละเอียดลึกๆ เขาโอนทีละ 5 หมื่น ทีละ 2 หมื่น วันนึงโอนสองสามรอบ มี ถามว่าเงิน 5 หมื่นเอาไปใช้ยังไงบ้าง ทางนี้ก็รายงานกลับไป พอเงินหมด เขาก็โอนก้อนใหม่มา

องุ่น : หนูจะถ่ายรูปส่งค่ะ

อาคม :แล้วช่วงปี 68 สตง.มีนาฯ ก็ใช้ช่วงเวลานึง หมดสตง. ชายแดน ก.ค.68 ยาวไปถึงธ.ค.68 ก็จะหมดแล้ว ทั้งปี เราก็ตั้งคำถามว่าเป็นไปได้มั้ยว่าช่วงทั้งปี ใช้เงิน 10 กว่าล้าน สิ่งที่สั่งานเขาคือทุกรายการโอนเงินคุณต้องแยกออกมาเป็นวันๆ เลย เขาทำอยู่

องุ่น : ตอนสตง. ได้พักไม่ถึงเดือน ก็ไปชายแดนต่อเลย ก่อนสตง.ก็แม่สายก่อน

อาคม : น้ำท่วมหาดใหญ่ พ.ย. มันต่อเนื่องตลอด

องุ่น : ทีมงานลงพื้นที่บางทีเราต้องไปดูเขา เพราะเขาไม่กล้าคุยกับเราว่าขาดอันนี้ ไม่มีอันนี้

เวลารายงานว่าเอาเงินไปใช้ รายงานยังไง?

องุ่น :จะพิมพ์รายละเอียดแล้วถ่ายให้ดูว่ายอดนี้หนูจ่ายไปเท่าไหร่

เอกภพ :มีสิ่งที่น้องอธิบายมา ไม่ได้สัมพันธ์กับยอด ความคิดผม เหมือนผมรู้สึกว่าพอน้องได้เดือนละล้านๆ จากคุณบุ๋ม เหมือนพอใจกับยอดนี้ มีเงินใช้จ่ายของฉันเอง ส่วนนึงจ่ายกับมูลนิธิ ส่วนนึงจ่ายเรื่องอะไรไม่รู้ เพราะมันไม่มีรายละเอียดให้ดูไงพี่

อาคม :อันนี้มองร้ายมากไป มันไม่ใช่เอามาทีละล้าน ต้องมองเป็นรายวัน รายครั้ง ถ้าคุณมองภาพรวมแบบนี้คุณกล่าวหาเขาในทางที่เสียหาย

เอกภพ : ยิ่งมองรายวัน ผมยิ่งแปลกใจเลยพี่โจ้ บางวันโอนสองรอบสามรอบ โอนแสน แสน ผมพยายามถามเขาก่อนแล้วว่าในแต่ละวันเขาทำหน้าที่อะไร ในเมื่อเขาตอบว่าเฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3 แสน แต่คุณรับมาเดือนร่วมล้านๆ ไล่มา เช้าเย็นคุณมีภารกิจอะไร แล้วดูเอกสารมันไม่ได้สัมพันธ์กัน

อาคม :คุณเอกตั้งคำถามในช่วงเขาไม่มีงาน แต่ในรายการที่เขามีภารกิจ ผมบอกแล้ว 68 เขามีภารกิจ

เอกภพ :ผมถามเขาว่าทั้งปี เขามีภารกิจทั้งปีมั้ย เขาตอบว่าไม่ทั้งปี ส่วนใหญ่ไม่มีภารกิจ

อาคม :คุณถามเขาปีไหนล่ะ ผมบอกแล้วปี 68 มันมีตั้งแต่ต้นปี ตั้งแต่สตง.ถึงหาดใหญ่ ชายแดน ทั้งปี แล้วจะบอกว่าไม่มีได้ยังไง

เอกภพ :ปี 68 ยอด 14 ล้าน เกือบ 15 ล้านที่น้องรับมา น้องเลยรู้สึกว่าเขาบริหารจัดการ แต่หน้าที่หลักของการเป็นเหรัญญิกคือการตรวจสอบการเงินทั้งระบบของมูลนิธิ ซึ่งการเงินทั้งหมด มีเงินหมุนเวียนในมูลนิธิ เกือบ 1,800 ล้านบาท พอเราเห็นทุกคนตกใจ เพราะเป็นหน้าที่หลักของเหรัญญิกที่ต้องตรวจสอบ เขากลับละเลยไม่ตรวจสอบ แต่กลับไปจับเงินที่มีมูลค่าน้อยมากๆ ผมเลยถามว่าด้วยเหตุผลอะไร หรือว่าเขารู้สึกว่าได้เงินมาแล้วเขาก็โอเคแล้ว และที่ถามวันนี้ไม่ใช่คุณจะไปโยนให้คุณบุ๋มรับผิดหมดคนเดียว ในเมื่อคุณยังไม่สามารถอธิบายว่ายอดเงินเอาใช้จ่ายอะไรด้วย ผมตั้งคำถามตามตัวเลข ตามเอกสารที่มีหน้าโต๊ะเลยครับ

อาคม :ประเด็นเดียวที่ติดคือหน้าที่ หน้าที่เหรัญญิกมีหน้าที่ควบคุมการเงิน อันนี้บกพร่อง แต่ถ้าบอกว่ารายละเอียดธุรกรรมที่เข้าเขาแต่ละครั้ง ผมเชื่อว่าเขาตอบได้ทุกครั้งด้วยนะ มีพันครั้งเขาก็ตอบได้พันครั้ง

องุ่น :เราไม่ได้มีภารกิจหน้างานก็จริงค่ะ แต่เรายังมีทีมรถพยาบาล คอยรับส่งผู้ป่วย อย่างที่เห็นกิจกรรม เรายังมีการรับส่งร่างผู้เสียชีวิตฟรี เรายังมีโครงการพวกนี้อยู่ทุกวันค่ะ รันทุกวัน โครงการเพิ่งหยุดไปเมื่อตอนปลายเดือนนี้เองค่ะ ตลอดเวลาเราจะมีทีมลงพื้นที่ภัยพิบัติอีกทีมค่ะ

เอกภพ :มันเพิ่งเปิด ไม่มีใครรู้เลยว่ามีเงินหมุนเวียนตั้ง 1,800 ล้าน พี่โจ้เอามาให้นะ พี่โจ้ก็เพิ่งทราบใช่มั้ย

อาคม :น่าตกใจเหมือนกัน

ทนายอาคมเอามา ในนี้ประกอบด้วย 3 บัญชี ที่เราเข้าใจมี 2 บัญชี แต่จริงๆ มีอีกบัญชีที่เห็นมา คือสมทบทุนสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี บัญชีแต่ละบัญชี บัญชีที่หนึ่งองค์กรทำดีโดยน.ส.ปนัดดา กับบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี และบัญชีที่สาม คือสมทบทุน ยอดเงินที่หมุนอยู่ตั้งแต่ปี 67 ให้ดูทีละยอด ยอดเงินฝาก ที่ผมเคยบอกว่าผมเห็นเส้นเงินช่วงหลัง คือ 1.8 ล้านครั้ง ไม่รวมก่อนหน้านี้อีกล้านกว่าๆ อีกหนึ่งช่วง ยอดเงินที่เข้ามา 910,786,686.38 บาท นี่กระทบยอดตั้งแต่วันที่ 1 เดือน 1 ปี 67 จนถึง 30 เดือน 10 ปี 69 นะ คนโอนเข้ามาเกือบพันล้าน ขณะเดียวกัน ยอดที่ถอนออกไป ไม่รู้เอาไปช่วยใคร ถอนไป 876,763,453.85 บาท ยอดคงเหลือ ณ ปัจจุบัน คือวันที่ 30 เดือน 10 ปี 69 กระทบยอดจาก 3 บัญชี 34,205,342.52 บาท

เอกภพ :ถอนเกือบ 900 ล้าน ฝากมาเกือบพันล้าน

อาคม :เป็นเรื่องน่าตกใจ และไม่น่าเกิดขึ้นเลย เยอะมาก

เอกภพ :ผมถึงถามว่าคุณเป็นเหรัญญิก มีหน้าที่ตรวจสอบเงินตัวนี้ของประชาชน คุณกลับละเลยมัน โดยคุณไปรับเงินแค่นี้ แล้วบริหารใช้จ่ายเงินเท่านี้ ทั้งที่หน้าที่คุณยิ่งใหญ่มากในการตรวจสอบเงินของประชาชน

ในฐานะทนายความ ยอดนี้ตัวเงินเท่าที่ทราบ เขาเอาไปใช้ประโยชน์กับประชาชนน้อยมากนะ?

อาคม :ก็เอกบอก 2 เปอร์เซ็นต์

เอกภพ :ที่กำลังจะพูดต่อไปเงินเข้ามาเกือบพันล้าน เขาใช้ไป 14 ล้าน ตัวเลขอยู่ในนี้นี่ไง ถ้า 14 ล้าน จากพันล้าน เท่าไหร่ อยู่ที่ไอ้นี่ 14 ล้าน ใช้จ่ายจัดการของมูลนิธิ

2 เปอร์เซ็นต์จริงมั้ย?

องุ่น :หนูไม่ทราบเลยค่ะ

คุณคิดว่าองค์กรทำดีที่คุณทำมาตั้งแต่แรก จนถึงวันนี้ ใช้เงินถึง 20 ล้านมั้ย?

องุ่น : ณ ตอนนั้นด้วยความเราเห็นเขาก่อสร้างสำนักงาน ก่อสร้างอาคารโกดัง แกจะพูดตลอดว่าแม่ได้มาจากเงินพรีเซ็นเตอร์นะ

เอกภพ :เงินก่อสร้างกับเงินที่เขาช่วยผู้ประสบภัย มันคนละส่วนกัน

องุ่น :หนูทราบแค่ว่าเป็นเงินที่แม่ทำงาน เราเข้าใจแค่นี้จริงๆ พี่ เพราะเราไม่เคยไปแบบว่า แม่ขอดูหน่อยได้มั้ย มีเงินเข้ามาเท่าไหร่ เราไม่เคย

กลัวมั้ย?

องุ่น :ไม่ค่ะ หนูยินดีให้ความร่วมมือทุกๆ หน่วยงานค่ะ

ยอดเงินในบัญชีน่าตกใจ ยอดเงินฝากบัญชีองค์กรทำดีโดยน.ส.ปนัดดา กระทบมาแล้ว 678,692,171 บาท บัญชีที่สองมูลนิธองค์กรทำดี 196,682,402 ล้าน บัญชีที่สาม 35,412,113 ล้าน บัญชีที่ถูกถอนออกไปเยอะที่สุด คือองค์กรทำดี ถูกถอนไปเกือบจะหมดเลย 671,752,655 บาท เหลือยอดคงเหลือในบัญชี องค์กรทำดี ที่เป็นประเด็นคือ 7 ล้าน แต่ยอด 600 ล้าน เงินที่ออกไปจากมูลนิธิ ไหลไปอยู่ที่องค์กรทำดีด้วย ตัวเลขมันหมุน ถอนจากมูลนิธิไปใส่องค์กรทำดี?

อาคม : บางทีออกไปใส่บัญชีส่วนตัว แล้วออกไปใช้จ่ายซื้อทรัพย์สิน เป็นฟอกเงิน

นักกฎหมายบางท่านมองยักยอก พี่มองไง?

อาคม : เฉพาะเงินในมูลนิธิที่กรรมการมาชุดเมื่อวาน ถ้าเป็นทรัพย์สินมูลนิธิแล้วไปใช้ส่วนตัว โอเคยักยอก ผิดตามพรบ.ที่พี่เอกอธิบายไปเมื่อวาน เข้าใจได้ แต่ฉ้อโกงประชาชน เป็นมูลฐานฟอกเงิน ยักยอกเป็นปกติธุระ ก็เป็นมูลฐานฟอกเงิน ฟอกเงินเป็นฐานใหญ่ ที่จะดูเส้นทางการเงินว่าจะไปตกถึงใคร ไม่ว่าผู้โอน ผู้รับโอน หรือเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สินเป็นความผิดฐานฟอกเงิน แล้วสมคบกันสองคนขึ้นไป เพื่อฟอกเงินและฟอกเงินตามสมคบ จะเป็นข้อหาที่เหนื่อยหน่อย

ตกลงคุณทำมาหากินอะไร?

องุ่น :หลายคนไม่เชื่อว่าหนูขายส้มแผ่น บ้านหนูนครสวรรค์ เรามีกลุ่มแม่บ้านพ่อบ้านแต่ละที่ เขาทำส้มแผ่น ที่บ้านหนูจะทำด้วย แต่ลูกค้าเราเยอะ ก็ไม่สามารถผลิตได้ทัน ก็จะมีบ้านลุงบ้านป้า บ้านตา บ้านยายแต่ละหลัง เขาจะทำมาส่งหนู หนูจะเอามาใส่ในติ๊กต๊อกขาย มีการเปิดตะกร้า วันนึงหนูมีส้มแผ่นขายวันละ 500 600 กิโลต่อวัน หนูมีการยื่นภาษีตลอดค่ะ

อาคม :ปี 68 เขาขายส้มแผ่นได้ 3 ล้านกว่า ก็ยื่นภาษีเงินได้ต่อสรรพากรก็ 3 ล้านกว่า เท่าที่ขายนั่นแหละ

องุ่น :หนูเริ่มขายตั้งแต่ปี 66 ค่ะ เพียงแต่ว่ามันขอออนไลน์ย้อนหลังไม่ได้

คุณบริจาคที 5 แสน?

องุ่น : ใช่ค่ะ วันนั้นวันเกิดหนู เลยวันเกิดมาหน่อย เราตั้งใจค่ะว่าขอทำบุญเพื่อต่ออุปกรณ์ที่เกี่ยวกับรพ.สักครั้งในชีวิต เพราะหนูเคยป่วยวิกฤตมาก่อน แล้วเรารอดจากตรงนั้น ในเมื่อวันนึงมีโอกาสแล้วก็อยากส่งต่ออุปกรณ์ดีๆ ให้ผู้ป่วยคนอื่น แค่นั้นเลยค่ะ

ทองหยองไปไหนหมด

องุ่น :ไม่มีเลยค่ะ (หัวเราะ) ถ้าไปเปิดที่บ้าน หนูมีทองสองสลึงอยู่ไม่กี่ชิ้น

เอาภาพออกมา?

องุ่น :นี่เป็นช็อกโกแลตตอนไหว้เจ้า (หัวเราะ)

ตายแล้วกูนึกว่าทอง เอาจิบไวน์มาซิ?

องุ่น : น่าจะเป็นเอไอค่ะ หนูไม่เคยไปสถานที่นี้ และไม่เคยใส่นาฬิกาค่ะ หนูไม่ดื่มแอลกอฮอล์ค่ะใครทำหนูไม่ทราบเลยค่ะ หนูไม่เคยใส่นาฬิกาค่ะ

คุณยืนยันว่าไม่ได้มีฐานะร่ำรวย?

องุ่น :พออยู่ได้ โดยหนูสามารถไปกิจกรรมได้โดยหนูไม่เดือดร้อนค่ะ

แอดมินมันยังไง ที่อยู่ในกลุ่มทั้งหลาย?

องุ่น :เวลาเราลงพื้นที่ไป เราไม่สามารถเข้ามาดูหลังบ้านได้ ก็จะมีพี่ๆ อาสามาช่วย มี 3-4 คน ที่เขาเข้ามาช่วยกันตอบข้อความ เวลาขาดเหลืออะไรพี่เขาเป็นคนไปช่วยหาสปอนเซอร์มาให้ แกอยู่หน้างานขาดอะไร พี่คะน้องขาดเสื้อชูชีพ แกก็จะไปหาสปอนเซอร์มาให้ แล้วมาช่วย มาช่วยตอบหลังบ้าน

คือสรปุกนี่แหละ สรปุกล้มทั้งยืนเหมือนกันตอนนี้?

องุ่น :ไม่อยากใช้คำนี้เลยนะ พี่ว่าเราถูกหลอกมั้ย เขาบอกกูไม่อยากเชื่อว่าเป็นแบบนี้ หนูก็บอกว่าหนูไม่อยากเชื่อ เราเห็นเขาทำงานแล้วเต็มที่กับทุกอย่าง แกดีกับทีมงานทุกอย่าง ในสายตาเรา เขาเป็นคนเพอร์เฟกต์ เก่ง

คุณไม่รู้เรื่องเงิน 900 กว่าล้าน?

องุ่น : ใช่ค่ะ หนูรู้พร้อมสื่อว่ามีเงินเข้ามาขนาดนี้ และคิดว่าน่าจะเป็นเพราะองค์กรโตแบบก้าวกระโดดด้วยค่ะ ภาพลงพื้นที่มันเยอะ เลยทำให้ความเติบโตสูงขึ้น โดยแกอาจบริหารจัดการไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ในมุมหนูนะคะ

มี 9 บาทก็โอนมา?

เอกภพ : คนไม่มีเงินก็โอนน้อย

องุ่น : ใช่ค่ะ แกจะพูดว่ามีคนโอนมาไม่เยอะนะ ทีละ 9 บาท 19 บาท เราก็เข้าใจว่ามีประมาณนี้นะ

โคตรสงสารเลย เขาอยากทำบุญก็เลยโอนมา 39 บาท บาทนึงยังมีเลย แกล้งหรือเปล่า?

อาคม :อันนี้อาจจะโอนช่วงหลังที่มีปัญหาแล้ว

เอกภพ :9 บาท 19 บาทก็เห็นได้อยู่แล้ว

อาคม :เมื่อเข้าดูข่าวท่านประธานมั้ย เห็นภาพนั้น คุณในฐานะกรรมการ รู้สึกยังไง

องุ่น : ในความรู้สึกหนู หนูพยายามไม่เปิดข่าวแกดูเลย หนูทำใจไม่ได้ หนูรักแกมากนะคะ พูดง่ายๆ เลยเหมือนแกให้โอกาสเราได้ทำกิจกรรมนั่นนี่ หลายอย่าง พอเห็นแล้วรู้สึกรับไม่ได้ด้วยค่ะ ที่เห็นแกอยู่ในสภาพแบบนั้น และไม่คิดว่าแกจะทำได้ถึงขนาดนี้ค่ะ

ตรง 2 เปอร์เซ็นต์อาจเทียบไม่ได้แล้ว พอยอดสูงขนาดนี้ เราไปตีจาก 600 ล้าน?

เอกภพ :ต้องมองว่าเวลาแกเปิดรับบริจาค แกบอกว่าเอาไปช่วยผู้ประสบภัย เอาไปออกโรงครัว เพราะบัญชีที่เอาไปสร้างมูลนิธิ ก็มีเข้าอยู่ 30 กว่าล้านมั้ง ตัวสมทบทุนสร้างมูลนิธิ มีเข้ามา 30 กว่าล้าน ก็ต้องตัดอันนั้นออก ก็มีบัญชีสมทบทุนช่วยผู้ประสบภัย 800 กว่าล้าน แล้วตัวเลขที่องุ่นเขาถืออยู่ก็ชัดเจนว่าเขาใช้เงินเท่านี้บริหารจัดการจริงๆ มันก็สัดส่วนประมาณนั้น 2 เปอร์เซ็นต์

จะไปหาตร.วันไหน?

อาคม :จริงๆ ประสานไป เขาให้รอหมายเรียกไป

ไม่คิดเข้าไปก่อน?

อาคม :อยากเข้าไปก่อน ถ้าเป็นหมายจับก็ต้องทำใจ อยากไปก่อน แต่เขาจะสอบเรามั้ยล่ะ เขาบอกว่ายังไม่ถึงเวลา

พี่ดูมีอะไรน่าสงสัยมั้ย?

อาคม :ส่วนตัวไม่ได้สงสัย คิดว่าหมายเรียกหรือหมายจับ ผมบอกเขาแล้วไม่เกินสัปดาห์หน้า

องุ่น : ยืนยันคำเดิมค่ะ หนูยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ค่ะ หรือจะเอาโทรศัพท์หนูไปดูดข้อมูลว่าหนูคุยอะไรกับแกบ้าง ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยค่ะ

ผิดหวังมั้ย?

องุ่น :พอหนูเห็นยอดตัวเลข หนูรู้สึกว่าถ้าเราได้บริหารจัดการตามความเป็นจริง หนูจะดูแลทีมงานให้ดีกว่านี้อีกค่ะพี่

อาคม : ผมเคยถามน้องๆ ทีมงานในมูลนิธิ ไปอยู่ต่างจังหวัดออกพื้นที่ 4 เดือนได้เงินหมื่นกว่าบาท

องุ่น : ใช่ แกก็จะให้บอกเป็นค่าใช้จ่ายนะ

เมื่อวานก็บอกสองท่านว่ามันพลาดตรงที่หนึ่งคุณเป็นกรรมการ มุมการรับผิดชอบในข้อบังคับของข้อเท็จจริงที่อยู่ในกฎหมายมูลนิธิก็มีอยู่ ตรงนี้ต้องเป็นสัดส่วนรับผิดชอบไป จะปฏิเสธเลยคงไม่ได้?

อาคม : ผิดก็คือผิดครับ

เอกภพ : ถ้าองุ่นจะรอด ต้องชี้แจงได้ทุกบาททุกสตางค์ ว่าเงินที่คุณรับมา 14 15 ล้าน คุณเอาไปทำอะไร เพราะเขาให้อธิบายละเอียดเลยครับ

ถ้าเขาถามมีหลักฐานมั้ยแล้วตอบว่าส่วนใหญ่มี?

เอกภพ :ไม่ได้ โดนครับ แสดงว่ามีไม่หมด ถ้าบอกทุกอย่างมีหมด ก็รอด แล้วชี้แจง 1 2 3 4

อาคม :อธิบายรายธุรกรรม ว่าก้อนนี้เอาไปใช้อะไร ที่เป็นปัญหาสำหรับองุ่น เท่าที่ผมทราบ เวลาอยู่หน้างานแล้ว คุณบุ๋มโอนเงินมา ทางนี้ถอนเงินสด อย่างนี้อธิบายยังไง เป็นปัญหาของเขา

เอกภพ :ผมเอาของไปช่วยมูลนิธิองค์กรทำดี แล้วพอเราเห็นภาพ ผมส่งของไปช่วยเป็นคันรถนะ ปรากฏพอเห็นภาพของที่กองพะเนินทิ้ง มันรู้สึก โอ้โห เสียใจเลยจริงๆ

องุ่น :อันนั้นหนูเพิ่งเห็นและเพิ่งรู้ว่าเป็นที่เขา เพราะถ้ามูลนิธิ โกดังอาคาร 1 2 3 เปิดดูได้เลย เราทำเป็นเชลล์ เป็นชั้นไว้เก็บของเป็นหมวดหมู่ค่ะ

พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบท. ปอศ. คดีนี้เป็นคดีใหญ่มาก?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ก่อนหน้านี้เรื่องมูลนิธิเราเห็นพระ ปัจจุบันมาที่มูลนิธิ สิ่งที่ทำให้คนบริจาค แม้แต่คุณหนุ่มเองบริจาคเข้าไป ผมใช้คำว่าสะเทือนใจแล้วกัน กับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังอยู่ในขั้นตอนสอบสวน จะผิดจะถูกหรือลงโทษยังไง ขึ้นอยู่กับศาล

เท่าที่ทราบมา หลายคนบอกว่าเหตุที่เกิดขึ้นอาจเป็นแค่การยักยอกหรือเปล่า อาจไม่ได้ไปถึงข้อหาฉ้อโกงประชาชนหรือฟอกเงิน?

พ.ต.อ.นิตติโชติ :ส่วนที่เราทำการสอบสวนมา เราก็มองว่าการที่เขาตั้งเพจที่มีการชักชวนประชาชนทั่วไปให้เข้าถึง ตัวเขาเองคือคุณบุ๋ม ปนัดดา เขามีการโพสต์เชิญชวนให้มาทำบุญ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและสาธารณประโยชน์ต่างๆ ตั้งหลายปีก่อนทำมูลนิธิ เป็นองค์กร จากนั้นมีการเรี่ยไรมาเรื่อยๆ ทั้งเฟซบุ๊ก จัดคอนเสิร์ต เพื่อรับบริจาคเงินเข้ามา เงินก็หลั่งไหลเข้ามา แต่เราตรวจสอบพบว่าเงินจำนวนนึงไม่ได้ใช้ตามที่โฆษณาบอก ผิดวัตถุประสงค์คนบริจาค คนบริจาคก็เชื่อในคุณบุ๋ม แต่ไม่ได้ใช้ไปตามที่มีการบอก เช่นเขาบอกว่าจะใช้ในน้ำท่วม เรื่องผู้ประสบภัย แต่สุดท้ายตร.หรือพนักงานสอบสวนของปอศ.เอง พบว่าเงินบางส่วนมันไม่ชอบมาพากล ไปที่ส่วนตัวบ้าง ไปที่คนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับมูลนิธิ

ไปที่นายก๊อต?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : จะบอกอย่างนั้นก็ได้ มันไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกิจการของเรื่องการทำสาธารณประโยชน์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการที่เขาโฆษณามูลนิธิ มองว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชนคือมีการหลอกลวงว่าจะเอาเงินไปทำอะไร แล้วสุดท้ายไม่ได้ทำตามนั้นเหมือนเขาบอกจะเอาไปช่วยน้ำท่วมนะ เอาไปช่วยคนที่หาดใหญ่แต่สุดท้ายเราเจอว่าไม่ได้ใช้ตามนั้นจริง ก็เข้าเงื่อนไขฉ้อโกง แล้วถ้ามีการโฆษณาให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบก็จะกลายเป็นฉ้อโกงประชาชน

ทราบว่ามีเส้นเงินจำนวนนึง เข้ามาแล้วออกปั๊บ ที่ออกไป ไม่ได้ออกไปใช้ตามวัตถุประสงค์คนบริจาค?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : มีครับ เวลาเงินเข้ามา สมมติมีคนโอนมา 1 ล้าน แล้วออกไป 1 ล้าน ไม่ใช่เพราะเงินในบัญชีมีเงินหมุนเวียนอยู่ตลอด แต่เราเคยเห็นว่าเข้ามาแล้วออกไปเลย เวลาเงินเข้ามารวม มันแยกไม่ได้หรอกว่าเป็นของใครตอนนั้นอาจมีเงินอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่เขาโอนออกไป แต่มี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราต้องทำการตรวจสอบเส้นเงินให้ละเอียด วันนี้เราเพิ่งไปควบคุมตัวคุณบุ๋มคุณก๊อต ก็ต้องเปิดโอกาสให้เขาชี้แจงรายละเอียดที่เรามีการกล่าวหาไป เขามีสิทธิ์ชี้แจงว่าเงินส่วนนั้นที่ออกไปเขาออกไปใช้ในกิจการอะไรเราเป็นการตั้งข้อกล่าวหาเขาก่อน เขาต้องชี้แจงว่าทุกบาททุกสตางค์เข้าบัญชีเขาก็จริง เข้ามูลนิธิก็จริงแต่เป็นเงินที่ประชาชน ชาวบ้าน เขาบริจาคเพื่อให้คุณเอาไปใช้สาธารณประโยชน์ตามที่คุณโพสต์ ฉะนั้นเงินก็ต้องเอาไปใช้ตามเจตนารมณ์ผู้บริจาค

เขามีเอาไปใช้สาธารณประโยชน์จริงๆ ใช่มั้ย?

พ.ต.อ.นิตติโชติ :ในส่วนนี้เรายังไม่ทราบ เพราะเราต้องให้เขาชี้แจง แต่ในภาพข่าวหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็มีการทำกิจกรรมอย่างนั้นจริง

เงินที่ถูกนำไปใช้ส่วนตัว กับใช้สาธารณประโยชน์ต่างกันเยอะมั้ย?

พ.ต.อ.นิตติโชติ :ที่เอาไปใช้สาธารณประโยชน์ เนื่องจากในการรายงานให้นายทะเบียนเรายังไม่พบ วันนี้เราได้พบเจอคุณบุ๋มครั้งแรก ต้องให้โอกาสเขาชี้แจงก่อน แต่ที่เราเจอ มันออกไปกับบุคลหรือธุรกรรมไม่น่าเกี่ยวข้อง ถามว่ามีมากมั้ย มีมาก ออกไปจำนวนมาก

ออกไปมากกว่าเอาไปใช้ประโยชน์มั้ย?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ที่เจอ ณ ตอนนี้ก็มากกว่า ซึ่งคุณบุ๋มไม่ได้ชี้แจง ว่าที่ออกไป บัญชีส่วนตัวบ้าง บัญชีคุณก๊อตบ้าง บัญชีอื่นบ้าง คุณโอนไปใช้เรื่องอะไร แต่ ณ ปัจจุบันที่เจอ พอเป็นมูลนิธิคุณต้องทำรายละเอียดยื่นเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะนายทะเบียน แต่ปัจจุบันยังไม่เจอ อย่างบางบัญชีไม่ควรจะไป แต่มันไป แต่เขาก็มีสิทธิ์ชี้แจงได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีคำชี้แจงพร้อมหลักฐาน เลยเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงตั้งข้อหาฉ้อโกงประชาชน

ยอดเงินกระทบ รวมสามบัญชีเยอะมาก?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : เรามองว่าเขาโอนมาเพื่อใช้ในกิจการหรือสาธารณประโยชน์ตามที่คุณประกาศไว้ เพราะเป็นไปได้ยาก ชื่อบัญชีก็บอกอยู่แล้วองค์กรทำดี แล้วประกาศในเฟซบุ๊กว่าใช้บัญชีนี้รับบริจาค คนก็โอนเข้ามา รวมๆ แล้ว 3 ล้านธุรกรรม บัญชีที่ตรวจสอบ ตอนนี้ 3 บัญชี ในนามมูลนิธิ 1 บัญชี แล้วองค์กรทำดีอีกหนึ่ง มีสมทบอีกหนึ่ง

ประชาชนที่โอนเข้ามากี่บัญชี?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : 3 บัญชี รวมๆ ประมาณ 9 แสนกว่าราย ที่บอกว่าตอนที่เราดู เรายังไม่ได้ดูรายละเอียดเฉพาะเจาะจงไป ดูคดีหลักๆ ก่อนที่กระทบความรู้สึกประชาชนจำนวนมาก เราเลยเร่งพยานหลักฐานให้ได้รายละเอียดเท่าที่ได้ก่อน วันนี้ก็ได้รายละเอียดพอสมควรแล้วกัน เราประชุมกันว่าเหมาะสมแล้วที่เราจะออกหมายจับเพื่อให้เข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม เรายังเปิดโอกาสให้คุณบุ๋มหรือคนเกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจง

มีจับเพิ่มมั้ยนอกจากสองคนนี้?

พ.ต.อ.นิตติโชติ :ณ ขณะนี้ยัง แต่การจับกุมใคร หรือดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด ต้องเข้าคณะกรรมการ

ร่วมกันฉ้อโกง แสดงว่ามีคนอื่นๆ อีก?

พ.ต.อ.นิตติโชติ :เบื้องต้นเป็นมูลนิธิก่อน ส่วนมีคนอื่นหรือไม่อย่างไร ใครบ้าง พนักงานสอบสวนจะพิจารณาอีกที หลังสอบสวนคุณบุ๋มและคุณก๊อต ใครบ้างจะเข้าข่าย

เอกภพ : คณะกรรมการที่มานั่งเมื่อวาน จะเป็นพยานหรือผู้ต้องหา

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ขึ้นอยู่กับหลักฐาน รายละเอียดที่เราพบว่าเขาเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน เราไม่ได้บอกว่าทุกคน หรือใครก็แล้วแต่เป็นผู้ต้องหาทั้งหมด ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่เราได้มา คุณเข้าข่ายที่จะโดนดำเนินคดีหรือไม่ครับ

เอกภพ :กลุ่มพี่ๆ แอดมินเพจองค์กรทำดี เขาจะเดือดร้อนมั้ย เพราะเขาโพสต์ข้อมูลรับบริจาคไป แต่เขาไม่รู้คุณบุ๋มจะเอาไปใช้ทางอื่น

พ.ต.อ.นิตติโชติ : เวลาเราพูดต้องมีหลักฐานและมีพฤติการณ์เพียงพอว่าคุณไม่รู้ อะไรบ้างที่คุณไม่รู้ หรือคุณควรจะไม่รู้ กฎหมายใช้คำว่ารู้หรือควรจะรู้ แต่อย่างที่บอก สามารถพิสูจน์ในคดีได้ คุณต้องมีหลักฐานว่าทำไมถึงเชื่อ ขึ้นอยู่กับทางพยานเลยครับ

เราคงไม่ได้ไปล้วงลึกสำนวนในคดี เอาที่ท่านตอบได้ และเป็นความรู้ให้ประชาชน รวมถึงเป็นบรรทัดฐานต่อไปสำหรับมูลนิธิอื่นๆ ไม่ได้ชี้ช่องชี้โพรง ผมในฐานะเข้าไปเห็นการทำงานของสอบสวนกลาง การทำงานของปอศ. ยังเรียนท่านผู้การว่าถ้ายังไงเห็นผมทำผิดสักวัน จับผมไปเลย ไม่ต้องตรวจบัญชีผมมาก เพราะผมโอนไปให้หลายคน?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : เราอยากให้อะไรก็ตามที่ทำเพื่อสาธารณประโยชน์ ทำเพื่อสาธารณประโยชน์จริงๆ เรามองคนออกมาทำเรื่องสาธารณประโยชน์เป็นเรื่องที่ดีประชาชนที่บริจาคเข้าไป เขาก็ต้องการทำบุญ คนไทยเป็นคนใจบุญ มีอะไรก็แล้วแต่ คนบริจาคเยอะมาก เราไม่อยากให้เรื่องเกิด แต่ถ้าเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ต้องเป็นหน้าที่ของตร.ไปดำเนินการโดยเด็ดขาด

จะมีโอกาสคัดค้านการประกันตัวมั้ย?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : วันนี้ก่อนครับ เขามีโอกาสมีสิทธิ์ยื่นประกันตัว แต่อยู่ที่ดุลยพินิจเจ้าหน้าที่ก่อน ว่าพิจารณาแล้วมันควรมั้ย หนึ่งขึ้นอยู่กับการสอบสวนวันนี้ และพยานหลักฐานที่มีด้วย พฤติการณ์ต่างๆ ที่เขามีด้วย ณ ปัจจุบันเป็นอำนาจผู้บังคับการว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาต

ถ้าตร.ไม่อนุญาตก็ไปต่อที่ชั้นศาล แต่เอาจริงๆ เท่าที่คุยกัน อย่างพี่อัจฉริยะเอง มูลเหตุคดีไม่ได้หนักเท่านี้ เขาก็ไม่ได้รับการอนุญาตประกันตัว หรือท่านอลงกตเอง เป็นเรื่องใหญ่ ตัวเงินเยอะ ไปฉ้อโกงประชาชนก็เป็นคดีที่หนักเหมือนกัน แล้วเรื่องฟอกเงิน ปปง.ต้องเข้ามาดูแล?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ในส่วนปปง.เราได้รายงานไปแล้ว เชื่อว่าทางปปง.คงมีขยับเรื่องการตรวจสอบแล้วด้วย ตร.ดูเรื่องคดีอาญา แต่ปปง.ก็ตรวจสอบทางแพ่งไป ปปง.ก็เป็นหน่วยงานหลักการฟอกเงิน

ไม่ทำแบบนี้เลย มันเป็นศรัทธาของคน เท่าที่ดูข้อมูลทั้งหมด เขาทำมานานหรือยัง?

พ.ต.อ.นิตติโชติ :ขออยู่ในกระบวนการสอบสวน เพราะเป็นเรื่องเซนซิทีฟ เราตรวจสอบตั้งแต่เริ่มรับบริจาค เริ่มโพสต์เข้ามา เช่นเส้นทางเงิน ออกจากบัญชีรับบริจาคแล้วไปที่ไหนต่อ ต้องดูอีกที

ตร.จะแถลงมั้ย เป็นความสนใจของประชาชนเหมือนกัน?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ก็น่าจะแถลงให้ประชาชนรับทราบ เงินที่ได้จากการบริจาค ไปดำเนินการอย่างไรบ้าง ต้องมีการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานอีกที

ตอนนี้ตร.ยังทำงานอยู่ ในฐานะผมบริจาคไปปี 67 ผมก็อยากทราบว่าเงินที่ผมส่งไปฟื้นฟูที่เชียงราย เม็ดเงินนั้นได้ถูกส่งต่อไปหรือเปล่า มันไปไหน หรือเปลี่ยนไปเป็นที่ดินที่ภูเก็ต ผมจะได้รู้ไว้ว่าผมเป็นหุ้นส่วนที่ดินสักแปลง วิลล่าอะไรแบบนี้?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ต้องใช้คำว่าตรวจสอบทุกมิติแล้วกันนะครับ ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบทั้งหมด ไม่ว่าทรัพย์ที่มีทะเบียน หรือไม่มีทะเบียน เราตรวจสอบทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นเรื่องที่สามารถชี้แจงได้และชัดเจนที่สุด ประชาชนสนใจเรื่องนี้มาก ดูในภาพข่าวก็เจอแต่เรื่องนี้เรื่องเดียว ผมใช้คำว่าประชาชนทั่วประเทศไม่ว่าคนมีฐานะสูงหรือปานกลาง บางคนมีน้อยบริจาคน้อย คนมีมากก็บริจาคมาก เราต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่าง เป็นอุทาหรณ์สำหรับคนที่อยากกระทำต่อไป แต่เราจะตรวจสอบให้เห็นข้อเท็จจริงทั้งหมด รวบรวมพยานหลักฐาน ส่งไปตามขั้นตอนกระบวนการยุติธรรมต่อไป

นายก๊อตทำไมโดนร่วมกันฉ้อโกง?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ตอนนี้ยังดำเนินคดีในข้อหาสมคบฟอกเงินครับ แต่เขารับมาหลายปีแล้วครับ

ถ้าใช้คำว่าร่วมกัน แสดงว่าต้องมีคนอื่นอีกแน่ๆ?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ใช้คำว่าน่าจะมี

คำว่าร่วมกันมันไม่ได้มีหนึ่งไง ต้องมีอีก รอว่าจะเป็นใคร?

เอกภพ : ท่านคงเห็นแล้วล่ะว่ามีใครบ้าง ถ้าเขาเคยร่วมทำบุญเข้าไปช่วยคนน้ำท่วม แต่เขาไม่ได้เอาไปช่วย เขาอยากได้เงินคืน จะเป็นไปได้มั้ย

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ถ้าใครเป็นผู้เสียหายก็เข้ามาได้ อย่างคุณหนุ่มบอกว่าเป็นผู้เสียหายในคดี ก็มีโอกาสได้คืน แต่ต้องดูว่าทรัพย์ต่างๆ ที่ยึดมา มันเกี่ยวข้องกันมากน้อยแค่ไหน ต้องไปดูกันอีกที ขั้นตอนคืนหรือเฉลี่ยทรัพย์เป็นเรื่องปปง. แต่เราว่ากันในคดีอาญา

กรณีเจนนี่ ได้หมดฯ เขาบริจาคเงินสดเป็นก้อน ล้านนึง เงินนั้นจะไปตรวจสอบได้ยังไงเขาเอาไปทำอะไร?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ถ้าเรื่องเงินสด ทางคุณเจนนี่สามารถเข้ามาได้ มีหลักฐานการบริจาคเข้าไปจริง เราก็ไปสอบสวนคุณบุ๋มว่าเอาไปไหน ทำอะไร

ถ้าเขาบอกเอาไปซื้อเรือ?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ก็ต้องโชว์ให้เห็น ต้องมีหลักฐานทั้งหมด กล่าวอ้างได้แต่ต้องมีหลักฐาน มีพยาน เราดูทุกมิติอยู่แล้ว

มีมูลนิธิอื่นที่อยู่ในความสนใจของปอศ.บ้างมั้ย?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตรวจสอบแล้วไปเจอมากน้อยแค่ไหน คุณหนุ่มยิ้มเลยนะ (หัวเราะ) ถ้ามีข้อมูลประชาชนแจ้งเราได้มา เราตรวจสอบให้ทั้งหมดครับ

อย่าเอาศรัทธาประชาชนไปเป็นมูลเหตุใช้ส่วนตัว อันนี้เป็นครั้งแรกในมูลนิธิที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่เป็นวัด แล้วเป็นอินฟลูฯ อินฟลูฯ อื่นๆ ที่กำลังชมรายการอยู่ คุณทำอะไรผิด ผมบอกเลยว่าไม่รอด ผมไปเห็นปอศ.มา ผมยอมรับว่าตกใจจริงๆ วันนั้นไม่ได้ตั้งใจไปเห็นเลยนะ แต่บังเอิญว่าสลิปที่โอนไป ของพี่เขียนว่าวันที่ 18 ก.ย.67 เวลา 11.00 น. ตร.เอาสำนวนมาให้เซ็น พี่ก็อ่าน ตร.เอามาให้เขียนคือ 11.17.21 วินาที ก็บอกตร.ว่าพี่ของผมไม่มี 21 วินาทีนะ เดี๋ยวจะไม่เป็นธรรมกับเขา เขาบอกว่าคุณหนุ่มจะเอาตามนี้มั้ย หรือจะเอาตามบัญชีที่คุณหนุ่มโอนไปวันนั้น ผมถามพี่มีด้วยเหรอบัญชีที่ผมโอนให้เขา เขาบอกใช่ เอามาเทียบกับของผมไง ผมถามว่าใช่เหรอ 21 วินาทีเหรอ ในจอภาพ เป็นจุดเล็กๆ เต็มหน้าจอไปหมดเลย ผมก็งงอะไรวะ จุดเล็กๆ จุดเดียวขยายขึ้นมา ก็เป็นบัญชีของผมที่โอนเข้าไปให้ เป็นตัวเลข เหมือเครื่องบินกำลังบิน แล้วมีเส้นขีดระโยงระยาง เข้าบัญชี ออกบัญชี ทำได้ยังไง เป็นล้านๆ บัญชี ไม่เหนื่อยเหรอต้องดูขนาดนั้น?

พ.ต.อ.นิตติโชติ :อย่างที่บอก เราต้องตรวจสอบอย่างละเอียดให้ได้หลักฐานที่ชัดเจนที่สุด ธุรกรรมมันเยอะมาก เราต้องตรวจสอบทั้งหมดครับ

เอกภพ : มีใกล้เคียงเคสก่อนหน้านี้มั้ย

พ.ต.อ.นิตติโชติ : เคสนี้เคสแรก ก่อนหน้านี้เราจะเห็นคดีเกี่ยวกับพระ หรือแชร์ลูกโซ่ แต่ยังไม่เยอะเท่านี้ เนื่องจากวงจรของแชร์ลูกโซ่จะอยู่ไม่นาน ช่วงนึงจะแตกไป

แต่อันนี้ผมอ่านข่าวมากับพี่หมวย จีนเทายังทำเนียนกว่านี้เลย มันดูชะล่าใจ มันเข้าแล้วออกไปเลย เอาบัญชีไปซื้อของใช้ส่วนตัว ซื้อกระเป๋า?

เอกภพ :ผมเข้าใจเอฟซีมาก เอฟซีพี่บุ๋มด่าผมทุกวัน ไอ้เอกหิวแสง มานั่งทำไมตรงนี้ทุกวัน ผมไม่ได้โกรธเอฟซี เพราะเขาไม่ได้เห็นในสิ่งที่เราเห็น หลักฐานหลายอย่างที่มีอยู่บนโต๊ะก็ดี พี่หนุ่มเปิดหลักฐาน 10 เปอร์เซ็นต์ที่เขาได้เห็น เพราะบางเรื่องไม่สามารถพูดได้ ถ้าเปิดทั้งหมดพี่ๆ เอฟซีจะตกใจกว่านี้ แต่ก็เข้าใจได้ เราคุ้นเคยรักใคร่กับพี่บุ๋มมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว วันแรกที่คุยกับพี่หนุ่ม ผมยังบอกเลยว่าเป็นไปไม่ได้หรอก ไอ้ก๊อตหลอกพี่บุ๋ม

วันแรกจะไม่มา เอกบอกรู้จักกัน ไปแล้วไม่ดีหรอก รักเขา อย่าทำให้ลำบากใจ?

เอกภพ :ไม่อยากมาจริงๆ วันแรกคิดว่าก๊อตหลอกเขาแน่ แต่พอนั่งกับพี่เริ่มมีหลักฐาน คนเริ่มส่งมา พี่หนุ่มได้มา เรามองหน้ากันเลิ่กลั่ก

หลักฐานไหลมาเยอะมาก พอไปปอศ. กลับออกมาความคิดเปลี่ยนทันที เป็นไปได้ยังไง ใช่เหรอ นี่เรารู้จักเขาจริงๆ ใช่มั้ย เขาจะทำอย่างนี้กับเราทำไมวะ เหมือนเราไปอยู่ในสมการเขาตั้งแต่แรกๆ ที่เขาให้เราไปตามหาลูกเลย พอเห็นข้อมูลทีหลังมันเชื่อมโยงกันตลอดเลย?

เอกภพ : เราคุยกันถึงกระทั่งว่าจุดเริ่มต้นเป็นแก ไม่พูดดีกว่า

ให้เป็นหน้าที่ตร. จะแถลงเมื่อไหร่?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : อาจเป็นพรุ่งนี้ แต่แถลงความคืบหน้าคดี เรื่องนี้สื่อมวลชน ประชาชนให้ความสนใจ จะได้มีความชัดเจนและกระจ่างในด้านของคดี ขั้นตอนดำเนินคดี หรือแนวทางดำเนินคดี คงไม่ได้มาแถลงเนื้อหาคดีมากนัก จะได้เข้าใจข้อหากระบวนการดำเนินคดีต่อไป แต่ต้องรอคอนเฟิร์มอีกครั้ง

วันนี้คุณบุ๋มอยู่ปอศ.ไปก่อน?

พ.ต.อ.นิตติโชติ : วันนี้คงมีทนายยื่นเรื่องประกันตัวมา คิดว่าจะพิจารณาเรื่องการประกันตัว ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาว่าจะให้ประกันตัวหรือเปล่า จากนี้ไป ถ้าไม่ได้ประกันตัวก็ต้องนำตัวไปฝากขัง น่าจะภายในวันเสาร์ เนื่องจากมีระยะเวลาควบคุมตัว 48 ชม.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...