ราคาน้ำมันโลกดิ่ง 3.48% WTI หลุด 90 เหรียญ ปิด 89.38 เหรียญ หลังส่งออกตะวันออกกลางฟื้น
ราคาน้ำมันโลกสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงกว่า 3% ในวันอังคาร (29 ก.ย.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการส่งออกน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเริ่มฟื้นตัว
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบเป็นรายเดือน เนื่องจากตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงันในช่วงเวลาที่สงครามระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านยังคงดำเนินอยู่
- สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 3.22 เหรียญ หรือ 3.48% ปิดที่ 89.38 เหรียญ/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนพ.ย. ลดลง 2.69 เหรียญ หรือ 2.56% ปิดที่ 102.59 เหรียญ/บาร์เรล
นักวิเคราะห์จาก BOK Financial ระบุว่า ราคาน้ำมันปรับตัวลงหลังมีรายงานว่าปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่ง East-West Pipeline ของซาอุดีอาระเบียปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป โดยแม้ว่าทั้งสองฝ่ายยังคงมีความเห็นต่างกันอย่างมากม แต่ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามหาทางออก
แหล่งข่าวทางการค้าและข้อมูลการเดินเรือระบุว่า ซาอุดีอาระเบียได้กลับมาดำเนินการขนถ่ายน้ำมันจากท่าเรือยันบูในทะเลแดง หลังจากเปิดดำเนินการท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline อีกครั้ง ซึ่งช่วยให้การส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางปรับตัวดีขึ้น
ส่งออกน้ำมันผู้ผลิตตะวันออกกลางฟื้นตัว
ข้อมูลจาก Kpler เมื่อวันจันทร์แสดงให้เห็นว่า การส่งออกน้ำมันดิบจากกลุ่มผู้ผลิตในตะวันออกกลางฟื้นตัวขึ้นในเดือนก.ย. สู่ระดับ 16.328 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ในช่วงปลายเดือนก.พ.
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาตลอดทั้งเดือนก.ย. ราคาน้ำมันดิบเบรนท์มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นราว 13% และคาดว่าราคาน้ำมัน WTI มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นราว 4%
แหล่งข่าวระบุว่า ทำเนียบขาวได้เรียกร้องให้สหภาพยุโรป (EU) ระบายน้ำมันดีเซลออกจากคลังสำรองฉุกเฉินเพื่อฉุดราคาน้ำมันในตลาดโลกให้ปรับตัวลดลง โดยรัฐบาลทรัมป์ระบุว่า ประเทศสมาชิก EU หลายประเทศยังไม่ได้ระบายน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมออกจากคลังสำรองตามที่ได้สัญญาไว้