โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.การสื่อสารฯ ชี้มีมาเฟียนวัตกรรม-ปาดหน้าเค้กงบรัฐ ผุดแคตตาล็อกกลางลดซ้ำซ้อน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“ภาวุธ” ผุดแคตตาล็อกกลาง รวบรวมบริการดิจิทัลของไทยไว้ในจุดเดียว ประหยัดงบรัฐ ลดความซ้ำซ้อน “การดี” ชี้ “มาเฟียนวัตกรรม-ปาดหน้าเค้ก” งบรัฐ เผย โครงการพันล้านแอบอ้างสเปกนอก จี้ยึดนโยบาย Thailand First

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ รองประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คนที่สาม และนางการดี เลียวไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการฯ คนที่ห้า ร่วมกันแถลงผลการหารือแนวทางบูรณาการบริการดิจิทัลของภาครัฐ เพื่อประหยัดงบประมาณและลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน

นายภาวุธ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) (DGA) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง เข้าร่วมหารือแนวทางบูรณาการบริการดิจิทัลของประเทศไทย โดยปัจจุบันมีบริการดิจิทัลที่มีศักยภาพจำนวนมาก แต่กระจายอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหลายหน่วยงาน ทั้งบริการจากภาคเอกชนและสตาร์ทอัพในบัญชีดิจิทัลของ depa ระบบโครงสร้างพื้นฐานของ DGA และบัญชีนวัตกรรมไทยของ NIA ซึ่งที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐบางส่วนเลือกพัฒนาซอฟต์แวร์ขึ้นใหม่แทนการใช้บริการที่มีอยู่แล้ว ส่งผลให้เกิดการลงทุนซ้ำซ้อนและสิ้นเปลืองงบประมาณ

ที่ประชุมจึงมีแนวทางจัดทำแคตตาล็อกกลาง รวบรวมบริการดิจิทัลของไทยไว้ในจุดเดียว เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเลือกใช้บริการที่มีอยู่แล้วได้โดยไม่ต้องพัฒนาระบบใหม่ ขณะเดียวกัน จะหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อพิจารณานำระบบตรวจสอบความซ้ำซ้อนมาเชื่อมต่อกับแคตตาล็อกดิจิทัลกลาง หากพบว่ามีบริการอยู่แล้ว จะพิจารณาตัดงบประมาณการจ้างพัฒนาระบบใหม่

“การดี” ชี้ “มาเฟียนวัตกรรม-ปาดหน้าเค้ก” งบรัฐ

ด้านนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ เปิดเผยถึงความผิดปกติในการใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภาครัฐ โดยระบุว่า กมธ. ได้เร่งศึกษากรณีการใช้งบประมาณอย่างสิ้นเปลืองและซ้ำซ้อน พร้อมชี้ให้เห็นถึงพฤติกรรมปาดหน้าเค้ก ของโครงการจัดซื้อจัดจ้างขนาดใหญ่ระดับร้อยล้านถึงพันล้านบาท

นางการดี กล่าวว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐมักเลือกทำโครงการมูลค่าสูงเกินความจำเป็น ทั้งที่สามารถใช้โซลูชันจากบัญชีบริการดิจิทัล ที่รัฐสร้างขึ้นมาเอง ซึ่งมีต้นทุนเพียงไม่กี่แสนบาทได้ แต่รัฐกลับเมินเฉยแล้วปล่อยให้โครงการพันล้านส้มหล่นใส่บริษัทต่างประเทศ ส่งผลให้เงินงบประมาณรั่วไหลออกนอกประเทศอย่างน่าเสียดาย นอกจากนี้ ยังพบปัญหากระบวนการจัดซื้อที่เข้าข่ายมาเฟียนวัตกรรม ทั้งการล็อกสเปกตั้งแต่เริ่มต้น การอ้างสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมาประกอบในไทยเพื่อสวมสิทธิ์เป็นนวัตกรรม รวมถึงการตั้งราคาสูงกว่าท้องตลาดอย่างผิดปกติ

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงได้นำเสนอแนวทาง “Thailand First” เพื่อเปลี่ยนการใช้บัญชีบริการดิจิทัลจากภาคสมัครใจ สู่ภาคบังคับ ผ่าน 6 ข้อเสนอหลัก ได้แก่

1. บังคับใช้ตั้งแต่ต้นทาง (Screen-in Checklist): สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางต้องกำหนดให้โครงการดิจิทัลทุกโครงการตรวจสอบว่า มีสินค้าหรือบริการในบัญชีบริการดิจิทัลที่ทดแทนได้หรือไม่ หากมีแต่ไม่เลือกใช้ หน่วยงานต้องชี้แจงเหตุผลเป็นลายลักษณ์อักษร

2. รัฐต้องเป็นลูกค้ารายแรก (First Customer): กำหนดสัดส่วนขั้นต่ำ (Quota) ของงบดิจิทัลที่ต้องจัดซื้อจากสตาร์ทอัพและ SME ดิจิทัลไทย โดยต้องมีมาตรฐานรองรับ (เช่น ISO/IEC 42001 สำหรับ AI) เป็นกิจการที่จดทะเบียนในไทย และไม่มีประวัติทุจริต

3. ใช้มาตรฐานนิยาม SME เดียวกัน: ให้ทุกหน่วยงานยึดนิยาม SME ตามมาตรฐานของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และปรับขยายวงเงินให้สอดคล้องกับมูลค่าโครงการจริง

4. บูรณาการสนับสนุนแบบเบ็ดเสร็จ (SME Springboard): เชื่อมโยงการทำงานระหว่าง depa, สสว. และ SME D Bank เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุน การรับรองมาตรฐาน และตลาดภาครัฐได้ในระบบเดียว

5. ลดความซ้ำซ้อนในการลงทุน: ก่อนตั้งงบพัฒนาระบบใหม่ รัฐต้องพิจารณาแพลตฟอร์มที่คนไทยพัฒนาและใช้งานได้ผลจริงแล้ว (เช่น แพลตฟอร์ม Traffy Fondue) เพื่อป้องกันการใช้งบประมาณซ้ำซ้อน

6. สร้างความโปร่งใส ป้องกันการผูกขาด: บัญชีนวัตกรรมไทยและบัญชีบริการดิจิทัลต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องไม่กลายเป็นระบบผูกขาดสำหรับกลุ่มทุนเดิม

“แม้จะมีการปรับลดระยะเวลาการคุ้มครองสิทธิ์ในบัญชีนวัตกรรมจาก 8 ปี เหลือ 5 ปี แต่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) ต้องทำหน้าที่ตื่นตัวและเข้มงวดกว่านี้ สินค้าใดที่มีการขายทั่วไปในตลาดแล้ว ต้องตัดออกจากบัญชีนวัตกรรมทันที ไม่ใช่ปล่อยให้กลายเป็นช่องทางล็อกสเปกแสวงหาผลประโยชน์” นางการดี ระบุ

พร้อมกันนี้ นางการดี ย้ำว่า ข้อเสนอแนะของ กมธ. ไม่ใช่เรื่องที่จะให้หน่วยงานไปเลือกพิจารณาตามใจชอบ แต่เป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำทันที ซึ่งหากปรับปรุงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างโดยตรวจสอบผ่าน 3 หน่วยงานหลักอย่างเป็นระบบ จะช่วยประหยัดงบประมาณแผ่นดินได้หลายพันถึงหลายหมื่นล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ยังขอให้รัฐบาลยึดหลักนโยบาย “Thailand First” ด้วยการสนับสนุนและใช้ประโยชน์จาก Local Content ให้หน่วยงานรัฐทำหน้าที่เป็นลูกค้ารายแรก (First Customer) ให้แก่สตาร์ทอัพและ SME ไทยที่มีศักยภาพ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เติบโตและสร้างความเข้มแข็งแก่เศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างแท้จริง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กมธ.การสื่อสารฯ ชี้มีมาเฟียนวัตกรรม-ปาดหน้าเค้กงบรัฐ ผุดแคตตาล็อกกลางลดซ้ำซ้อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...