โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน ออกหมายจับ เบน สมิธ-ยิมเลียก-แคทรียา ปมฟอกเงิน อั้งยี่ โยงหุ้น 1.6 หมื่นล้าน

Thaiger

อัพเดต 27 ตุลาคม 2569 เวลา 21.54 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นักวิชาการและผู้ดำเนินรายการข่าว โพสต์ผ่าน Facebook เปิดเผยความคืบหน้าคดีที่เกี่ยวข้องกับ เบน สมิธ หรือ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์, ยิม เลียก นักธุรกิจกัมพูชา และ แคทรียา บีเวอร์ ภรรยาของเบน สมิธ โดยระบุว่ามีการออกหมายจับในข้อหาฟอกเงินและอั้งยี่ จากการตรวจสอบเส้นทางเงินที่เชื่อมโยงกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

ข้อมูลที่ศิโรตม์เผยแพร่ระบุถึงการลงทุนหรือถือครองหุ้นในบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP, บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC รวมมูลค่าประมาณ 16,000 ล้านบาท ผ่านบุคคล กองทุน และนิติบุคคลที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเครือข่าย

ตัวเลขนี้สอดคล้องกับข้อมูลการถือหลักทรัพย์ที่เคยถูกเปิดเผยก่อนหน้านี้ โดยใน BCP มีชื่อแคทรียาและบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด อยู่ในกลุ่มผู้ถือหุ้น ส่วน VGI มีชื่อ CAI OPTIMUM FUND VCC และ OPUS-CHARTERED ISSUANCES S.A. ขณะที่ MFC มี OPUS-CHARTERED ISSUANCES S.A. เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ของกลุ่มเหล่านี้ในช่วงเดือนมีนาคม 2569 รวมกันอยู่ในระดับใกล้ 1.6 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม การมีบุคคลหรือนิติบุคคลที่ถูกตรวจสอบเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจดทะเบียนที่ถูกซื้อหุ้นเข้าไปมีส่วนร่วมในการกระทำผิด ศิโรตม์ระบุในโพสต์ว่า ก.ล.ต. ย้ำประเด็นนี้เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกับ BCP, VGI และ MFC โดยการสอบสวนมุ่งไปที่แหล่งที่มาของเงิน เจ้าของผลประโยชน์ที่แท้จริง และเส้นทางธุรกรรมของผู้ลงทุน

ก.ล.ต. เคยดำเนินการกับยิม เลียกในประเด็นตลาดทุนโดยตรงมาก่อน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 กล่าวโทษยิมต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หลังพบว่าเขาเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ที่แท้จริงของกองทุนแห่งหนึ่งซึ่งซื้อหุ้นเพิ่มทุน VGI จนถือเกินร้อยละ 5 แต่ไม่ได้ยื่นแบบรายงานการได้มาหลักทรัพย์ 246-2 ภายในเวลาที่กำหนด

คดีเครือข่ายนี้ไม่ได้เริ่มจากการซื้อหุ้น BCP, VGI และ MFC เพียงอย่างเดียว แต่เจ้าหน้าที่ติดตามเส้นทางเงินมาหลายปี โดยข้อมูลของตำรวจระบุว่า จุดหนึ่งของคดีเริ่มตั้งแต่ปี 2559 เมื่อนักลงทุนต่างชาติรู้จักเบน สมิธ ซึ่งนำเสนอการลงทุนในประเทศไทย ก่อนมีการลงทุนหลายโครงการทั้งหุ้น อสังหาริมทรัพย์ เครื่องบินเจ็ต และธุรกิจพลังงาน ต่อมาผู้เสียหายเข้าแจ้งความหลังอ้างว่าสูญเงินรวมกว่า 1,000 ล้านบาท

ปลายปี 2568 การสอบสวนขยายไปถึงเส้นทางการเงินของยิม เลียก เบน สมิธ และบุคคลใกล้ชิด หลัง ปปง. พบธุรกรรมที่เชื่อมกับบุคคลและนิติบุคคลจำนวนมากทั้งในและต่างประเทศ พร้อมยึดและอายัดทรัพย์สินหลายประเภท เช่น ที่ดิน ห้องชุด เงินฝาก หลักทรัพย์ รถยนต์ และทรัพย์สินอื่น

หนึ่งในทรัพย์สินที่ถูกอายัดคือหลักทรัพย์ในบัญชีชื่อบริษัท อัลฟ่า ชาร์เตอร์ด เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งใช้เงินประมาณ 5,885 ล้านบาทเข้าซื้อหุ้น BCP ส่วนแคทรียาถูกอายัดหลักทรัพย์และเงินในบัญชีรวมประมาณ 879 ล้านบาท ขณะที่ ปปง. ยังพบโครงสร้างบริษัทและเส้นทางเงินที่เชื่อมโยงไปยังกลุ่ม CAI และ OPUS ซึ่งปรากฏชื่อในโครงสร้างผู้ถือหุ้น VGI และ MFC ด้วย

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติส่งสำนวนหลายคดีให้อัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับยิม เลียก เบน สมิธ แคทรียา และผู้เกี่ยวข้อง มีทรัพย์สิน 68 รายการ มูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ศาลอาญาออกหมายจับเบน สมิธ ตามหมายเลข 1155/2569 และแคทรียา บีเวอร์ ตามหมายเลข 1156/2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง สมคบกันเพื่อฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน จากคดีนักลงทุนต่างชาติที่ตำรวจสอบสวนกลางรับเรื่องไว้ ก่อนเปิดเผยหมายจับต่อสาธารณะในวันที่ 2 มีนาคม

ตำรวจตรวจพบภายหลังว่าเบนและแคทรียาเดินทางออกนอกประเทศไทย และอยู่ระหว่างประสานองค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศเพื่อขอออกหมายแดงติดตามตัวกลับมาดำเนินคดีในไทย ส่วนทนายความของเบนออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าลูกความไม่ได้เกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์

เดือนเมษายน 2569 ปปง. อายัดทรัพย์เครือข่ายเพิ่มอีกประมาณ 8,269 ล้านบาท ทำให้ยอดทรัพย์สินที่รัฐดำเนินการกับเครือข่ายยิม เลียกและเบน สมิธเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 20,000 ล้านบาท โดย ปปง. ระบุว่าการตรวจสอบครอบคลุมเส้นทางเงินจากต่างประเทศเข้าสู่ไทย ก่อนเคลื่อนย้ายต่อและย้อนกลับมาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และหลักทรัพย์

ความเคลื่อนไหวล่าสุดวันที่ 27 ตุลาคมจึงเป็นการขยายผลจากเส้นทางเงินและโครงสร้างการลงทุนที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมาต่อเนื่อง โดยศิโรตม์ระบุถึงหมายจับเบน สมิธ ยิม เลียก และแคทรียาในข้อหาฟอกเงินและอั้งยี่ ซึ่งเชื่อมโยงกับการลงทุนใน BCP, VGI และ MFC

ณ เวลาที่ตรวจสอบ ยังไม่พบประกาศจากหน่วยงานรัฐในช่องทางสาธารณะที่ยืนยันรายละเอียดของหมายจับชุดล่าสุดครบทั้งหมดตามโพสต์ของศิโรตม์ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าทั้งสามคนถูกจับกุมตามหมายชุดนี้แล้ว จึงต้องแยกสถานะ “ออกหมายจับ” ออกจาก “จับกุม” อย่างชัดเจน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...