โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน! นายก อบต.ดัง ถูกจับคาโต๊ะทำงาน เบื้องหลังสุดอื้อฉาว

สยามนิวส์

อัพเดต 09 ต.ค. เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. เวลา 09.41 น. • ผู้สื่อข่าวนครบาล
ตำรวจ บก.ปปป. จับกุมนายก อบต.บ้านใหญ่ จ.นครนายก อายุ 63 ปี ตามหมายจับคดีเรียกรับผลประโยชน์ช่วยฝากเข้ารับราชการ หลังพบข้อมูลขบวนการเรียกเก็บเงินจากผู้สมัครสอบ พร้อมเปิดเส้นทางเงินที่เกี่ยวข้องสูงถึง 155 ล้านบาท มีรายชื่อผู้สมัครสอบนับพันราย แต่ผลสอบกลับไม่เป็นไปตามที่ตกลงไว้ เบื้องต้นผู้ต้องหาปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ในข่าว

วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. จับกุมนางภาณี หรือ นายกอร อายุ 63 ปี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ จังหวัดนครนายก ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือให้ผู้สมัครสอบแข่งขันได้รับการบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมได้ภายในองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่งมอบหมายให้ พล.ต.ต.ฤทธินันท์ ปุ้ยพันธวงศ์ ผู้บังคับการ ปปป. และ พ.ต.อ.อภิชาต โพธิจันทร์ รองผู้บังคับการ ปปป. รักษาราชการแทนผู้กำกับการ 5 บก.ปปป. นำกำลังเข้าดำเนินการจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ตามหมายจับที่ จ.87/2569 ลงวันที่ 7 ตุลาคม 2569

สำหรับข้อกล่าวหาในคดีนี้คือ เรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น เป็นการตอบแทนในการที่จะจูงใจหรือได้จูงใจเจ้าพนักงาน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัดหรือสมาชิกสภาเทศบาล โดยวิธีอันทุจริต หรือผิดกฎหมายหรือโดยอิทธิพลของตนให้กระทำการหรือไม่กระทำการในหน้าที่อันเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใด

คดีดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมกราคม 2567 หลังนายอานนท์ ผู้เสียหาย ถูกบุคคลในขบวนการชักชวนให้สมัครสอบแข่งขันเพื่อเข้ารับการบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยอ้างว่าสามารถฝากบุคคลให้เข้ารับการบรรจุได้ผ่านนายยศภัสห์ หรือ เสี่ยน้อย พร้อมเรียกเงินจำนวน 350,000 บาท เป็นค่าดำเนินการแลกกับการช่วยเหลือให้ผู้เสียหายได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ

ต่อมา นายอานนท์ได้สมัครสอบแข่งขันในตำแหน่งเจ้าพนักงานจัดเก็บรายได้ และสามารถสอบได้ลำดับที่ 1 ก่อนจะได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้เข้าปฏิบัติงานที่เทศบาลเมืองพัทลุง อย่างไรก็ตาม ภายหลังกลับถูกยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้และพ้นจากตำแหน่ง ตามประกาศคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2569

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายทราบว่าเงิน 350,000 บาทที่จ่ายไปเพื่อแลกกับการช่วยเหลือให้ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการนั้น ถูกนำไปรวบรวมและส่งต่อให้นางภาณี หรือ นายกอร ผู้ต้องหารายนี้ แต่ผลที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามข้อตกลง ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย

หลังรับเรื่องร้องเรียน พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปปป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยหนึ่งในผู้ให้ข้อมูลคือ นายประวิทย์ หรือ เสี่ยเฮง ซึ่งถูกจับกุมดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้ โดยให้ข้อมูลถึงลักษณะการดำเนินงานของขบวนการว่า ตนเป็นผู้แนะนำให้นายยศภัสห์ติดต่อหาบุคคลที่สนใจสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ก่อนจะพาไปรู้จักกับกลุ่มของนายอิทธิพล หรือ วิคเตอร์ และนายอนุรักษ์ หรือ ต่อ อดีตเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ซึ่งทั้งสองรายถูกจับกุมดำเนินคดีไปแล้วเช่นกัน

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการส่งรายชื่อผู้ที่ประสงค์จะสอบเข้ารับราชการจำนวน 1,738 รายชื่อ พร้อมตกลงวางเงินมัดจำรวม 100 ล้านบาท โดยนายยศภัสห์ได้จ่ายเงินให้แก่กลุ่มของนายอิทธิพลและนายอนุรักษ์ไปก่อนจำนวน 20 ล้านบาท เมื่อวันที่ 5 และ 6 ธันวาคม 2568

อย่างไรก็ตาม ต่อมานายยศภัสห์เริ่มไม่มั่นใจว่าบุคคลทั้งสองกลุ่มจะสามารถช่วยเหลือให้ผู้สมัครสอบได้รับการบรรจุเข้ารับราชการได้จริง จึงเปลี่ยนไปติดต่อและจ่ายเงินให้นางภาณี ซึ่งรู้จักกันมานานกว่า 20 ปี จำนวน 80 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดเงินตามข้อตกลงเดิมครบ 100 ล้านบาท เมื่อนับรวมเงิน 20 ล้านบาทที่จ่ายให้กลุ่มก่อนหน้า

ต่อมาเมื่อมีการประกาศผลสอบ ปรากฏว่าจากรายชื่อผู้สมัครทั้งหมด 1,738 รายชื่อ มีผู้สอบผ่านเพียง 108 รายเท่านั้น นางภาณีจึงติดต่อแจ้งนายยศภัสห์ให้หักเงินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครสอบที่ไม่ผ่านออกจากยอดเงินดังกล่าว แล้วนำไปดำเนินการกับการสอบแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้แทน

หลังจากนั้น นายยศภัสห์ได้รวบรวมรายชื่อบุคคลที่ต้องการให้ช่วยเหลือในการสอบแข่งขันในพื้นที่ภาคใต้จำนวน 602 รายชื่อ พร้อมรวบรวมเงินจากนายหน้าสายภาคใต้ส่งมอบให้นางภาณีเพิ่มเติมอีก 30 ล้านบาท เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569

กระทั่งวันที่ 9 เมษายน 2569 มีการประกาศผลสอบแข่งขันรอบสุดท้าย ซึ่งประกอบด้วยภาค ก. ภาค ข. และภาค ค. โดยปรากฏว่าจากรายชื่อผู้สมัครในกลุ่มสายภาคใต้ มีผู้สอบผ่านจำนวน 577 ราย นางภาณีจึงติดต่อขอรับเงินส่วนที่เหลือจากนายยศภัสห์

ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 มีการส่งมอบเงินเพิ่มเติมอีก 5 ครั้ง ประกอบด้วยเงินจำนวน 6 ล้านบาท, 4 ล้านบาท, 5 ล้านบาท, 7 ล้านบาท และ 3 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 25 ล้านบาท เมื่อนับรวมเงินที่จ่ายให้กลุ่มก่อนหน้า 20 ล้านบาท และเงินที่จ่ายให้นางภาณีอีก 80 ล้านบาทกับ 30 ล้านบาท ทำให้ยอดเงินที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามข้อตกลงทั้งหมดอยู่ที่ 155 ล้านบาท

จากพยานหลักฐานและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปปป. จึงรวบรวมข้อมูลเพื่อยื่นคำร้องขอศาลออกหมายจับนางภาณี หรือ นายกอร ก่อนเข้าจับกุมตัวได้ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหญ่ จังหวัดนครนายก ตามหมายจับที่ออกไว้

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปปป. เพื่อสอบสวนและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...