เขาเตือนอะไรกัน
หลายวันมานี้รัฐบาลแถวๆ ยุโรป ออกคำเตือน บ้างก็ว่าเป็นคำแนะนำให้ประชาชน กักตุนอาหาร น้ำดื่ม ของใช้ที่จำเป็น
แต่ไม่มีรัฐบาลประเทศไหนบอกตรงๆ ว่าเตือนเรื่องอะไร
ไปดูกันก่อนว่ามีรัฐบาลประเทศไหนออกคำเตือนบ้าง
ขณะนี้มีอยู่ ๓๓ ประเทศ
โซนยุโรป ๑๗ ประเทศ ประกอบด้วย
๑.สหราชอาณาจักร มีแคมเปญ Be Ready แนะนำ ๓ วัน
๒.ฝรั่งเศส แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
๓.เยอรมนี แนะนำ ๓-๑๐ วัน
๔.เนเธอร์แลนด์ แคมเปญ Think Ahead แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
๕.เดนมาร์ก แนะนำ ๓ วัน
๖.นอร์เวย์ แนะนำ ๑ สัปดาห์
๗.สวีเดน คู่มือ If Crisis or War Comes แนะนำ ๑ สัปดาห์
๘.ฟินแลนด์ แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
๙.เอสโตเนีย แนะนำ ๑ สัปดาห์
๑๐.ลัตเวีย แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
๑๑.ลิทัวเนีย แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
๑๒.โปแลนด์ แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
๑๓.สาธารณรัฐเช็ก แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
๑๔.ออสเตรีย แนะนำ ๑๐-๑๔ วัน
๑๕.สวิตเซอร์แลนด์ แนะนำ ๑ สัปดาห์
๑๖.ไอร์แลนด์ เน้นให้เตรียมพร้อมโดยไม่ระบุจำนวนวันตายตัว
๑๗.โครเอเชีย เน้นการเตรียมพร้อมรับภัยพิบัติโดยไม่ระบุจำนวนวันตายตัว
อเมริกาเหนือ ๓ ประเทศ ประกอบด้วย
๑.สหรัฐอเมริกา ประกาศผ่านเว็บไซต์ Ready.gov ของ FEMA แนะนำ ๓ วันขึ้นไปสำหรับประชาชน
๒.แคนาดา แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
๓.เม็กซิโก แนะนำ ๗๒ ชั่วโมง
อเมริกาใต้ ๔ ประเทศ
๑.ชิลี
๒.โคลอมเบีย
๓.อาร์เจนตินา
๔.บราซิล
เอเชีย ๖ ประเทศ
๑.ญี่ปุ่น แนะนำ ๓-๗ วัน
๒.ไต้หวัน คู่มือความปลอดภัยแนะนำ ๗ วัน
๓.สิงคโปร์ แนวทางสำรองสิ่งของประมาณ ๒ สัปดาห์
๔.อินเดีย มีข้อแนะนำจากองค์กรจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ ไม่ระบุจำนวนวัน
๕.ฟิลิปปินส์ ไม่ระบุจำนวนวัน
๖.อิสราเอล แนะนำ ๗ วัน
โอเชียเนีย ๒ ประเทศ
๑.ออสเตรเลีย คำแนะนำปรับตามความเสี่ยงพื้นที่ เช่น พายุ/ไฟป่า ไม่ระบุจำนวนวัน
๒.นิวซีแลนด์ คำแนะนำปรับตามความเสี่ยงพื้นที่ เช่น พายุ/ไฟป่า ไม่ระบุจำนวนวัน
แอฟริกา ๑ ประเทศ
๑.แอฟริกาใต้ ให้สำรองอาหาร-น้ำดื่มอย่างน้อย ๓ วัน
รวมแล้ว ๓๓ ประเทศ
ตามข่าวบอกว่าเป็นการเตือนปกติ
แต่ขอโทษเถอะครับ บรรยากาศแบบนี้มันไม่ปกติเลย
เล่นเตือนในเวลาใกล้เคียงกันถึง ๓๓ ประเทศ
ถ้าบอกว่าปกติจะมีสักกี่คนที่เชื่อ
ที่สำคัญสาเหตุไม่แน่ชัดว่าจะเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ยกตัวอย่างอังกฤษเป็นประเทศแรกๆ ที่ออกประกาศ รัฐบาลอังกฤษเปิดตัวโครงการ “Be Ready" ระยะเวลา ๓ วัน เพื่อให้ประชาชนทุกครัวเรือนเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจทำให้บริการพื้นฐานหยุดชะงัก
เวส สตรีตติง (Wes Streeting) รัฐมนตรีกลาโหมอังกฤษ เตือนว่าประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากรัฐที่เป็นปฏิปักษ์ กลุ่มก่อการร้าย อาชญากรรมไซเบอร์ และภัยธรรมชาติ
รัฐบาลแนะนำให้แต่ละครัวเรือนสำรองน้ำดื่มอย่างน้อยคนละ ๓ ลิตรต่อวัน รวม ๙ ลิตรสำหรับ ๓ วัน พร้อมอาหารกระป๋อง อาหารแห้ง และอาหารที่ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าปรุงสุก
นอกจากนี้ ควรเตรียมยาประจำตัว ชุดปฐมพยาบาล ไฟฉาย วิทยุใช้ถ่านหรือแบบหมุนมือ แบตเตอรี่สำรอง ผ้าห่ม เอกสารสำคัญ และเงินสด เผื่อระบบธนาคารหรือการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ขัดข้อง
สื่ออังกฤษรายงานความกังวลเกี่ยวกับภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง ซึ่งอาจกระทบผลผลิตทางการเกษตรและเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนอาหารในช่วงปลายปี
รัฐบาลอังกฤษยังประกาศแผนรับมือไฟป่าฉบับใหม่ รวมถึงการใช้เครื่องบินทหารสนับสนุนปฏิบัติการดับไฟป่า หลังเผชิญฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูง ภัยแล้ง และไฟป่ารุนแรง
สรุปคือเหมือนการให้เตรียมตัวรับมือทุกภัยที่อาจจะมาเยือน
แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่า แล้วทำไมประเทศเหล่านี้ ถึงได้ออกคำเตือนในลักษณะเดียวกัน ทั้งๆ ที่ภัยธรรมชาติมันเกิดขึ้นทุกปี
ส่วนภัยสงคราม ภัยเศรษฐกิจ บรรดาทุกภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น ก็ยังดำรงอยู่
ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าน่าจะใกล้เคียงสุดคือการโจมตีทางไซเบอร์ ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต่างๆ ก็อาจจะเป็นไปได้
จะเป็นวันสิ้นโลกอย่างนั้นหรือ
หรือจะเกิดสงครามนิวเคลียร์
ทำเป็นเล่นไปมีคนคิดแบบนี้จริงๆ เพราะเตือนกันรวดเดียวหลายประเทศ และคงจะมีอีกหลายประเทศออกคำเตือนตามมาอย่างแน่นอน
ตอนนี้ผู้คนไม่น้อยยืนงงอยู่ในดงคำเตือน
แต่หากดูจากระยะเวลาคำแนะนำให้ตุนอาหาร น้ำดื่ม ส่วนใหญ่ ๗๒ ชั่วโมง หรือ ๓ วัน แสดงว่าเหตุที่จะเกิดอาจไม่ยืดเยื้อยาวนาน
หลายประเด็นจึงต้องตัดออกไป เช่นสงครามนิวเคลียร์ หรือสงครามอื่นๆ เพราะคำว่าสงครามไม่มีทางจบใน ๓ วัน
ส่วนภัยธรรมชาติ น้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว การมีอาหารตุนไว้ ๓ วัน ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่
เช่นเดียวกับการโจมตีทางไซเบอร์ อาจใช้เวลาแก้ไขในเวลาอันรวดเร็ว แต่ใช่ว่าจะเสมอไป เพราะการโจมตีทางไซเบอร์เพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไม่ว่าจะด้านพลังงาน การขนส่งคมนาคม การเงิน ถือเป็นภัยคุกคามที่รุนแรง
ตุนอาหารไว้ ๓ วันอาจน้อยไป
หรือว่าอาจต้องเจอปัญหาจาก AI
ไปถาม AI ว่าที่ รัฐบาลหลายประเทศให้ตุนอาหาร มาจากภัย AI ใช่หรือไม่
ได้คำตอบว่าไม่ใช่ภัยจาก AI โดยตรง แต่ AI มีส่วนเกี่ยวข้องในแง่ของภัยคุกคามทางไซเบอร์ ที่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น
ก็ไม่รู้จะสรุปอย่างไร เพราะคนเตือนก็เตือนแบบหว่านแห คนรับข้อมูลก็งงเป็นไก่ตาแตก
ขณะที่รัฐบาลไทยยังไม่หือไม่อือ ก็ไม่รู้จะไปเรียกร้องให้ออกคำเตือนด้วยเรื่องอะไร
ก็ขอจบแบบงงๆ ครับ.