โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ชาวบ้านแห่เชื่อความฝัน ฮือไล่ 40 ชีวิต ออกจากหมู่บ้าน ขู่ฆ่าล้างโคตร

Amarin TV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เหลือเชื่อ! ชาวบ้านแห่เชื่อความฝัน ฮือไล่ตระกูลเก่าแก่ออกจากหมู่บ้านยกครัว 40 ชีวิต ขู่ฆ่าล้างโคตรถ้าไม่ย้ายออกเส้นตาย 10 ต.ค. นี้ ร้องเพจดังช่วยด่วน

เหลือเชื่อ! ชาวบ้านแห่เชื่อความฝัน ฮือไล่ตระกูลเก่าแก่ออกจากหมู่บ้านยกครัว 40 ชีวิต ขู่ฆ่าล้างโคตรถ้าไม่ย้ายออกเส้นตาย 10 ต.ค. นี้ ร้องเพจดังช่วยด่วน

วันที่ 6 ต.ค. 69 เกิดเหตุสุดพิศวง และไร้มนุษยธรรมขึ้น ในพื้นที่อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อหนุ่มลูกหลานตระกูลเก่าแก่ ที่ตั้งรกรากมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ต้องเดินทางเข้ามาร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากเพจ "สายไหมต้องรอด" หลังครอบครัวและเครือญาติรวมกว่า 40 ชีวิต กำลังตกอยู่ในความหวาดกลัวอย่างหนัก ถึงขั้นต้องทิ้งบ้านเรือนหนีตายออกมาอยู่ข้างนอก เนื่องจากถูกคนในหมู่บ้านรวมตัวกันขับไล่ออกนอกพื้นที่ โดยมีชนวนเหตุมาจาก "ความฝัน" ของคนในหมู่บ้านเพียงคนเดียว

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเด็กวัยรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีในหมู่บ้านเกิดอาการป่วยเรื้อรังติดต่อกัน จากนั้นได้ไปบอกกับพ่อแม่ว่า "ฝันเห็นปู่ย่าและน้าสาวคนสุดท้องของครอบครัวผู้เสียหาย ทำคุณไสยมนต์ดำใส่" จนเป็นเหตุให้ตนเองเจ็บป่วย และอ้างว่าอาการป่วยปริศนาของคนอื่นๆ ในหมู่บ้านก็เกิดจากปู่ย่าและน้าสาวเช่นกัน

เรื่องดังกล่าวแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว จนชาวบ้านเกิดความหวาดกลัวและปักใจเชื่ออย่างหนัก นำเรื่องเข้าปรึกษาผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะพากันฮือมารวมตัวล้อมบ้านและกดดันผู้เสียหาย ผู้ใหญ่บ้านจึงแก้ปัญหาด้วยการสั่งให้ลูกหลานของตระกูลนี้ ซึ่งแยกย้ายกันไปตั้งรกรากอยู่ต่างหมู่บ้าน ย้ายกลับมารวมกันอยู่ที่บ้านของปู่ย่าในหมู่บ้านเกิดเหตุเพื่อจำกัดพื้นที่

เดิมทีกลุ่มชาวบ้านและผู้นำชุมชนเจรจาจะให้มีการ "ดื่มน้ำสาบาน" และขับไล่เฉพาะ 2 ครอบครัว คือ ครอบครัวปู่ย่า และครอบครัวของน้าสาวคนสุดท้อง แต่เรื่องกลับยิ่งบานปลายเมื่อมีการพูดคุยเพิ่มเติม กลุ่มชาวบ้านยกระดับมาตรการความกดดัน เปลี่ยนใจเป็น "ขับไล่ไม่ให้อยู่ในหมู่บ้านทั้งตระกูล" ซึ่งมีลูกหลานรวม 6 คน 7 ครอบครัว สมาชิกมากกว่า 30 ชีวิต ทั้งที่ตระกูลนี้อยู่อาศัยและทำมาหากินในพื้นที่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ

ที่น่ากลัวที่สุดคือ กลุ่มชาวบ้านได้เอ่ยปากยื่นคำขาด ย่อท้อต่อกฎหมาย ขู่ขีดเส้นตายภายในวันที่ 10 ของเดือนนี้ หากครอบครัวผู้เสียหายไม่ยอมย้ายออกไป "จะฆ่าให้ตายยกครอบครัว"

เมื่อรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมและความไม่ปลอดภัย หนุ่มผู้เสียหายจึงเดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.กองก๋อย อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมประสานไปยังศูนย์ดำรงธรรม เพื่อขอความยุติธรรมและคุ้มครองความปลอดภัย

ทางเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เข้าเจรจาไกล่เกลี่ยกับกลุ่มชาวบ้านและผู้ใหญ่บ้าน ตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 19:00 น. รวมเวลากว่า 10 ชั่วโมงเต็ม แต่ผลสรุปการเจรจาและการบันทึกข้อตกลงกลับยิ่งทำให้ครอบครัวผู้เสียหายสิ้นหวัง เพราะข้อตกลงกลับเอียงไปทางความต้องการของกลุ่มชาวบ้าน ดังนี้

1. กำหนด deadline วันที่ 10: ให้ปู่ย่าและน้าสาว (รวม 2 ครอบครัว) ดื่มน้ำสาบาน และเมื่อดื่มเสร็จแล้ว ต้องเก็บข้าวของออกจากบ้านทันที โดยห้ามกลับเข้ามาในหมู่บ้านอีกเด็ดขาด

2. รื้อถอนบ้าน: กำหนดให้มีการรื้อถอนตัวบ้านของผู้เสียหายออกไป

3. บังคับยินยอม: มีผู้ยินยอมจำใจต้องออกจากหมู่บ้านในเบื้องต้น 4 คน (ปู่ย่า และ น้าสาว)

4. ตัดขาดความสัมพันธ์: ให้ทั้งสองฝ่ายยินยอมไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก

แม้จะมีการทำข้อตกลงดังกล่าว แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียด กลุ่มชาวบ้านยังคงแสดงท่าทีคุกคาม และครอบครัวผู้เสียหายเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยจริงตามที่ถูกขู่ฆ่ายกครัว จนกระทั่งปัจจุบัน สมาชิกในครอบครัวไม่สามารถกลับเข้าอาศัยในบ้านของตัวเองได้ ต้องพากันอพยพหลบหนีมาอาศัยอยู่ข้างนอกหมู่บ้านด้วยความยากลำบากและหวาดระแวง

ด้วยเหตุนี้ หนุ่มผู้เสียหายจึงตัดสินใจเดินทางเข้ามาร้องเรียนต่อ เพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอให้เป็นสื่อกลางในการประสานงานกับหน่วยงานระดับประเทศ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง เข้ามาช่วยเหลือคุ้มครองความปลอดภัย และคืนความยุติธรรมให้กับครอบครัว เนื่องจากมองว่าการถูกขับไล่และขู่ฆ่าเพียงเพราะ "ความฝัน" เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง

ด้านนายเอกภพกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นการใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ผู้เสียหายถูกขับไล่ ถูกขู่จะฆ่าให้ตาย ถ้าไม่ย้ายออกไปจากหมู่บ้าน วันที่ 10 ต.ค.นี้ เพราะความฟัน แม้ผู้เสียหายจะไปแจ้งตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็แก้ไขไม่ได้ เป็นไปได้ถึงขนาดนี้แล้วหรือเมืองไทย

หลังรับเรื่องร้องเรียนตนประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่แจ้งความแล้วว่าจะเรียกผู้เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยและทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...