สบส. ลงสอบเนอร์สซิ่งโฮม อ.ท่าม่วง ผิดมาตรฐานหลายด้าน
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. เปิดเผยว่า จากกรณีหญิงสูงอายุร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน ว่าโดนนำไปกักขังในบ้านพักผู้สูงอายุแห่งหนึ่ง ในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งระหว่างนั้นมีการทำร้ายร่างกาย รวมถึงมีการดำเนินการที่ไม่ได้มาตรฐานหลายอย่าง ทั้งในด้านสถานที่ การบริการ ฯลฯ ล่าสุดวันนี้ ตนจึงนำพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรม สบส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ ณ สถานดูแลผู้สูงอายุดังกล่าว ตั้งอยู่ในอำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี โดยจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น พบว่าสถานดูแลผู้สูงอายุฯ มีการขึ้นทะเบียนให้บริการในประเภท การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง หรือเนอร์สซิ่งโฮม (Nursing Home) กับศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 กรม สบส.
โดยตรวจสอบพบว่าสถานที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับสภาพไปจากที่ได้รับอนุญาต โดยพบห้องลูกกรงเหล็กที่ล็อกกุญแจจากภายนอก พบการขึงลวดหนามหีบเพลงรอบบริเวณพื้นที่ให้บริการ และพบเตียงของผู้รับบริการที่มีการดัดแปลงเพิ่มโครงเหล็กลักษณะเป็นลูกกรงไว้สำหรับครอบปิดผู้ให้บริการเพื่อขังไว้อีกชั้นหนึ่ง มีการเพิ่มจำนวนเตียงเกินกว่าที่ได้รับอนุญาต จากเดิมที่ได้รับอนุญาต 50 เตียง แต่พบจริง ณ วันที่ลงตรวจ 129 เตียง และพื้นที่ให้บริการมีการขยายขนาดเพิ่มจากเดิมที่ได้รับอนุญาต ขนาด 1,600 ตารางเมตร เพิ่มเป็น 4,641 ตารางเมตร
อีกทั้งจากการตรวจมาตรฐานด้านสถานที่และความปลอดภัย พบว่าไม่มีระบบบำบัดน้ำเสีย พื้นห้องน้ำมีการทรุดตัว รอยแตกร้าว รอยแยกของผนัง ด้านประตูเปิดปิด จุดพักขยะไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง ห้องที่ให้บริการที่พื้นต่างระดับสูงไม่มีบันไดขึ้นลงถาวร และราวจับบันได ส่วนมาตรฐานด้านสุขาภิบาลอาหารและน้ำ พบการจัดพื้นที่ปรุงอาหาร เตรียมอาหารไม่เป็นสัดส่วน ไม่สะอาดเรียบร้อย ไม่มีระบบการระบายอากาศที่ได้มาตรฐาน การเก็บภาชนะไม่ถูกสุขลักษณะ เช่น การเก็บอุปกรณ์เตรียมอาหารและภาชนะไม่เก็บไว้ในที่มิดชิด มีการเก็บยาฆ่าแมลงปะปนไว้ร่วมกับวัตถุดิบที่ใช้การประกอบอาหาร
พบผู้รับบริการไม่ตรงตามประเภทที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ ผู้ป่วยได้รับยาจิตเวช ผู้ป่วยหลังบำบัดยาเสพติด และจากการตรวจเวชระเบียนของผู้รับบริการไม่พบใบรับรองคำวินิจฉัยจากแพทย์ ในการนำผู้ป่วยจิตเวชที่เข้ารับบริการตาม พ.ร.บ.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 ซึ่งกรม สบส. จะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อตรวจสอบ โดยอาจจะพิจารณาพักใช้ใบอนุญาต หรือเพิกถอนใบอนุญาตและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้านนายสมศักดิ์ กรีชัย รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า กรม สบส. ได้กำหนดมาตรฐานสถานประกอบการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงตามกฎหมาย โดยคุมเข้มทั้งด้านสถานที่ อาทิ สถานที่จะต้องมีความมั่นคง ปลอดภัย มีการแบ่งสัดส่วนการให้บริการให้ชัดเจน มีระบบระบายอากาศและแสงสว่างที่เหมาะสม ฯลฯ ด้านความปลอดภัย อาทิ มีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลและคู่มือการปฐมพยาบาลที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา มีระบบป้องกันอัคคีภัย สัญญาณเตือนภัย และอุปกรณ์ช่วยฟื้นคืนชีพ ฯลฯ ด้านการให้บริการ อาทิ มีแนวทางการปฏิบัติในการส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้รับบริการอย่างชัดเจน มีแนวทางหรือมาตรการในการควบคุม ดูแล และป้องกันผู้รับบริการจากการถูกกระทำต่อร่างกายและจิตใจ ฯลฯ โดยจะมีการตรวจประเมินก่อนอนุญาต (Pre-Audit) และติดตามประเมินภายหลังได้รับอนุญาต (Post-Audit) อย่างต่อเนื่อง เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการ ทั้งนี้หากพบเห็นหรือทราบเบาะแสการดำเนินการของสถานประกอบการเพื่อสุขภาพที่ไม่ได้มาตรฐาน หากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถแจ้งได้ที่กรม สบส. ทางหมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7002 แต่ถ้าหากอยู่ในส่วนภูมิภาคก็สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพในพื้นที่ได้.