โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

RS ชี้ธุรกิจสื่อฟื้นตัว ดันกำไรไตรมาส 1 โต 67% แตะ 92 ล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 พ.ค. 2566 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2566 เวลา 08.16 น.
สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์

อาร์เอส กรุ๊ป ชี้ธุรกิจสื่อฟื้นตัว-รายได้ลิขสิทธิ์คอนเทนต์สูงขึ้น ดันกำไรไตรมาส 1 โต 67% แตะ 92 ล้านบาท แย้มไตรมาส 2 ทำนิวไฮ ชู RS Music ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมเดินหน้าลุยธุรกิจ Petconomy เต็มสูบ

วันที่ 16 พฤษภาคม 2566 นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 92 ล้านบาท จากรายได้รวม 813 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 67% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจสื่อ และรายได้จากการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ที่สูงขึ้น รวมไปถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น CHASE บางส่วน

ส่วนรายได้รวมจากการขายและบริการในไตรมาส 1/2566 อยู่ที่ 813 ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ลดลง เนื่องจากเป็นช่วง Low season ของกิจกรรม อาทิ คอนเสิร์ต และอีเวนต์สปอนเซอร์

ทั้งนี้ แม้ในช่วงต้นปี จะเป็นช่วง Low season ของธุรกิจสื่อโฆษณา แต่รายได้ของกลุ่มธุรกิจสื่อของอาร์เอส กรุ๊ป กลับเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับโครงสร้างบริหารการขายทุกสื่อโฆษณาให้มารวมศูนย์อยู่ภายใต้สายงานการตลาดและขายสื่อโฆษณา (Media sales and Marketing) รวมไปถึงการจำหน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ไปสู่ OTT platform และต่างประเทศที่สูงขึ้น ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 419 ล้านบาท

ปรับกลยุทธ์-เพิ่มทางเลือก

ในส่วนของธุรกิจคอมเมิร์ซนั้น RS Mall ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มจำหน่ายสินค้าของบริษัท ได้ปรับกลยุทธ์เพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้า ทั้งเครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มอาหารเสริมอื่น ๆ ที่ไม่ได้ทับซ้อนกับสินค้าที่พัฒนาภายใต้บริษัท RS Livewell จึงทำให้ลูกค้ามีทางเลือกเพิ่มขึ้นและเป็นการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นด้วย

ส่วน RS Connect ที่ประกอบด้วย ULife กับ DeBeste ก็มีการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของรายได้ในระยะยาว ทำให้รายได้จากธุรกิจคอมเมิร์ซของไตรมาสแรกอยู่ที่ 395 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังรับรู้กำไรพิเศษจากการขายหุ้น CHASE บางส่วน

“มองว่าในไตรมาส 2/2566 รายได้จะกลับมาทำ New High อีกครั้งจากการจัดกิจกรรมทั้งคอนเสิร์ต อีเวนต์ รวมไปถึงการเพิ่มรายได้ใหม่ ๆ จากธุรกิจคอมเมิร์ซ”

อย่างไรก็ดี ในไตรมาส 2 จนถึงสิ้นปี 2566 อาร์เอส กรุ๊ป มีแผนการดำเนินงานและเป้าหมายสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ

เพิ่มความหลากหลาย-ขยายช่องทาง

รายงานระบุว่า RS Livewell เดินหน้าออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ในหมวดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนตัวภายใต้แบรนด์ well u, Vitanature+ ในส่วนของแบรนด์ Lifemate ล่าสุดได้ออกผลิตภัณฑ์ Lifemate Natural Pet Deo-Nourishing Spray สเปรย์ดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ และ Lifemate Booster อาหารพักฟื้นสูตรโภชนาการครบถ้วน สำหรับสัตว์พักฟื้น ทานน้อย ต้องการสารอาหารและการบำรุง

ด้าน RS Mall เพิ่มความหลากหลายของสินค้าจากพาร์ตเนอร์ พร้อมขยายช่องทางการขายไปยังสถานีโทรทัศน์ช่องอื่น ๆ เพื่อขยายกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1/2566

RS Connect พัฒนาโมเดลธุรกิจให้มีความหลากหลาย สามารถขายสินค้าได้ง่ายขึ้น มีการเปิดตัวยูไลฟ์ สเปซ ศูนย์บริการสำหรับลูกค้าและตัวแทนจำหน่าย (Business Partners) แบบครบวงจร พร้อมด้วยโซนช็อปปิ้งที่เปิดให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์นวัตกรรมคุณภาพสูงของยูไลฟ์ได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อยิ่งขึ้น
รวมไปถึงการสร้างรายได้จากการแตกไลน์โมเดลธุรกิจ “ปิ่นโต” ธุรกิจโมเดลใหม่สำหรับจำหน่ายสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพแบบ Subscription เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน

ลุยธุรกิจ Petconomy เต็มสูบ

RS Pet All เริ่มต้นธุรกิจด้วยการเข้าลงทุนใน บริษัท ฮาโตะ เพ็ท เวลเนส เซ็นเตอร์ จำกัด (Hato Pet Wellness Center) ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตสัตว์เลี้ยงครบวงจรและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน “Preventive Program” โปรแกรมการป้องกันดูแลและส่งเสริมให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพแข็งแรงชั้นนำของประเทศไทย ในสัดส่วน 51%

ซึ่งล่าสุด ได้ทำการเปิดตัวโรงพยาบาลสัตว์กรุงเทพ-ชัยพฤกษ์ ศูนย์สุขภาพสัตว์เลี้ยงครบวงจร เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่แมสมากขึ้น นำเสนอบริการคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ โดย อาร์เอส กรุ๊ป พร้อมที่จะสนับสนุนให้ Hato เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

“รวมทั้งในปี 2566 เรามีแผนที่จะเปิด Pet Shop ในรูปแบบแฟลกชิปสโตร์ของเราเอง โดยตั้งเป้าจะเปิดประมาณ 6-7 สาขา ในกรุงเทพฯ ใช้งบฯลงทุน 10-15 ล้านบาทต่อสาขา ซึ่งคาดว่าสาขาแรกจะเปิดในเดือนกรกฎาคมนี้ โดยจะมีบริการตั้งแต่ขายอาหารและอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงบริการอาบน้ำตัดขน ทำสปาด้วยเช่นกัน อีกทั้งมีแผนระยะยาวที่จะดันธุรกิจ RS Pet All เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 3 ปีข้างหน้า”

ผลิตภัณฑ์ RS Pet

ช่อง 8 เรตติ้งพุ่งต่อเนื่อง

ในส่วนของ RS Multimedia สำหรับช่อง 8 หลังจากมีการปรับกลยุทธ์ตามยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสโลแกน “ข่าวช่อง 8 ที่นี่ของจริง” และการกลับมาอ่านข่าวอีกครั้งของ “พุทธ อภิวรรณ” ในรายการ “ลุยชนข่าว” ส่งผลให้เรตติ้งพุ่งแรงต่อเนื่อง ล่าสุดคว้าเรตติ้ง Nationwide 1.2% และสามารถเข้าถึงฐานผู้ชมกว่า 3.2 ล้านคน และจากนี้จะได้เห็นการปรับผังรายการต่าง ๆ ให้มีความเข้มข้นโดนใจกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น

ชู RS Music ดันเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ปี’67

สำหรับ RS Music กำลังเปิดรับออดิชั่นคนรุ่นใหม่ที่มีความฝันก้าวสู่การเป็นศิลปินในสังกัด RS Music ภายใต้ โปรเจ็กต์ RS Newcomers ในส่วน โปรเจ็กต์ RS Homecoming นั้น มีการเปิดตัวศิลปินเบอร์แรก “บีม กวี” ที่กลับมาครั้งนี้พกพาความสนุกมาแบบคูณสาม กับการรวมตัวครั้งสำคัญของพ่อพ่อบีมกับแฝดตัวแสบอย่างพี่ธีร์น้องพีร์ใน Single ใหม่ แนวเพลง Electronic Pop กับเนื้อหาเพลงของตัวพ่อสายเปย์ “Calll Me Daddy” ที่พร้อมทุ่มทั้งหัวใจ เปย์ไวแบบ Full Option! ติดตามชมความสนุกแบบจัดเต็มใน Music Video เพลง “Call Me Daddy”-Beam ft. Thee Phee 30 พฤษภาคมนี้

ในขณะเดียวกัน RS Music ได้เตรียมแต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมนำ RS Music เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯภายในเดือนพฤษภาคมนี้เช่นกัน

รงมทั้งในปีนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงอื่น ๆ อีกมากมาย อาทิ “VIBE SQUARE” จาก 4th Apple โชว์เคสพิเศษจากศิลปินไทยที่จะโรดโชว์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ คอนเสิร์ตและมิวสิกเฟสติวัลที่จัดขึ้นโดย COOLive และคอนเสิร์ต Grammy-RS ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ อีก 3 คอนเสิร์ต

ขณะเดียวกัน RS Music ยังมีแผนปิดดีลกับพาร์ตเนอร์ต่างประเทศในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นดีลขนาดใหญ่ที่จะสร้างมูลค่าให้ทั้งกลุ่มและเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการผลักดัน RS Music ให้มีศักยภาพ ขยายธุรกิจให้เติบโตได้ทั้งในประเทศและระดับโลก และมีการปรับโครงสร้างธุรกิจเพลงใหม่ โดยรวมธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับเสียงเพลงทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน ได้แก่ 3 ค่ายเพลงหลัก, สถานีเพลง COOLFahrenheit, โชว์บิส, การทำการตลาดออนไลน์และออนกราวนด์ รวมถึง Artist Management

ซึ่งการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภายในให้ชัดเจน และการปรับกลยุทธ์ของแต่ละธุรกิจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อยู่เสมอ ตอกย้ำให้เห็นว่า อาร์เอส กรุ๊ป เป็นองค์กรที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และพร้อมเดินหน้ามุ่งสู่การเป็น “Life Enriching” พร้อม “ยกระดับในทุกมิติการใช้ชีวิต” ของลูกค้า ภายใต้โมเดลธุรกิจ Entertainmerce ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้องค์กรเติบโตขึ้นในหลากหลายมิติ

“เรามั่นใจว่าครึ่งปีหลังรายได้จะเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก ซึ่งคาดว่าปี 2566 จะทำรายได้ประมาณ 5,000-5,500 ล้านบาท และกำไรประมาณ 10-12%” นายสุรชัยกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...