โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสีย ระหว่าง รถยนต์ไฟฟ้า และ รถยนต์น้ำมัน

Car2day

อัพเดต 05 ก.ย 2567 เวลา 15.18 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2566 เวลา 07.31 น. • Car2Day

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปัจจุบันมีหลายค่ายที่นำเอารถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาตีตลาดในไทยนั้น เป็นการจุดกระแสของรถ EV ให้กลายเป็นที่พูดถึง และได้รับความสนใจมากมายจากคนทั้งประเทศ ผู้ใช้รถหลายคนเริ่มตระหนักถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่รถใช้น้ำมันได้หรือไม่ รถแบบไหนเป็นรถยนต์ที่ดีและมีความคุ้มค่ามากกว่ากัน วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลข้อดีและข้อเสียมาเปรียบเทียบรถยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์น้ำมันให้ได้เห็นถึงความแตกต่าง เพื่อเป็นทางเลือกมาให้แล้วครับ

เปรียบเทียบ รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์น้ำมัน

รถ EV (Electric Vehicle) คือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% โดยรถยนต์ไฟฟ้าจะมีองค์ประกอบหลักในการทำงาน 3 ส่วน คือ แบตเตอรี่ อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า และมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งขั้นตอนการทำงานของรถ EV จะเริ่มต้นจากแบตเตอรี่ที่เป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้ากระแสตรง ตัวแปลงกระแสไฟฟ้าจะดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปเปลี่ยนเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ และจะส่งต่อไปยังตัวมอเตอร์เพื่อขับเคลื่อนเครื่องยนต์ของตัวรถให้สามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้

เปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย รถยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์น้ำมัน

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า

  • ชาร์จไฟถูกกว่าเติมน้ำมัน หากขับขี่ในระยะทางที่เท่ากัน รถ EV จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่ารถใช้น้ำมัน ซึ่งทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับขนาดของเครื่องยนต์ อายุการใช้งาน รุ่นของรถ และพฤติกรรมในการขับขี่
  • ชาร์จเองที่บ้านได้ หากติดตั้งเครื่องชาร์จไฟที่เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย เราก็สามารถชาร์จไฟเองที่บ้านได้โดยไม่ต้องขับออกไปไหน
  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถ EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ทำให้ตัวรถไม่สร้างมลพิษเหมือนรถที่ใช้น้ำมัน ถือว่าเป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก
  • มีเสียงเงียบ เบา ไม่มีเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์ เพราะรถ EV ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ตัวรถมีเสียงที่เบาและเงียบกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน
  • มีการออกตัวและอัตราเร่งที่ดีกว่ารถยนต์น้ำมัน เนื่องจากรถ EV ทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าก็ทำให้มีอัตราเร่งและการออกตัวที่ดีกว่ารถใช้น้ำมันอย่างเห็นได้ชัด

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

  • จุดบริการชาร์จไฟยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าไม่ตอบโจทย์ต่อการเดินทางไกลหรือในบางสถานที่ที่ไม่มีจุดชาร์จคอยให้บริการ
  • ใช้เวลาชาร์จไฟนาน การชาร์จไฟแต่ละครั้งจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความจุของตัวแบตเตอรี่หรือรุ่นของรถ
  • ราคาแพง รถ EV ในปัจจุบันยังมีราคาที่ค่อนข้างแพง เพราะรถทั้งคันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมล้ำสมัยที่ถูกนำมาใช้
  • อะไหล่แพง โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่มีราคาค่อนข้างสูง ชิ้นส่วนอื่น ๆ ก็มีให้เปลี่ยนได้ไม่มาก ขาดความหลากหลาย ไม่สามารถปรับแต่งหรือทดแทนได้เท่าที่ควร
  • มีระยะการขับที่สั้นกว่ารถใช้น้ำมัน คนใช้รถ EV จำเป็นต้องคำนวณเส้นทางหรือระยะเวลาในการขับขี่ให้ดี ว่าพลังงงานไฟฟ้าจะเพียงพอต่อการเดินทางหรือไม่ ซึ่งทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับความจุของตัวแบตเตอรี่ว่าสามารถเก็บพลังงานไฟฟ้าได้มากขนาดไหน
  • เบี้ยประกันภัยแพง และไม่สามารถครอบคลุมในการเคลมได้ทั้งหมดหากเกิดความเสียหายของรถยนต์ เท่าที่ควร
เปรียบเทียบ รถยนต์ไฟฟ้า รถยนต์น้ำมัน

ข้อดีของรถยนต์น้ำมัน

  • เติมน้ำมันได้ทุกที่ สามารถขับหรือเดินทางได้ทุกเส้นทางเพราะปั๊มน้ำมันมีอยู่ทุกที่ ทุกเมือง ทุกจังหวัด อีกทั้งยังเติมได้อย่างรวดเร็วไม่ต้องคอยนานเหมือนการชาร์จไฟ
  • มีอะไหล่หรือชิ้นส่วนให้เปลี่ยนมากมาย หาง่าย และสามารถปรับแต่งหรือเพิ่มเติมชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายทั้งภายในและภายนอก อีกทั้งยังมีราคาที่ถูกกว่าและหาซื้อได้ง่ายกว่าอีกด้วย
  • ราคาถูก รถยนต์ใช้น้ำมันมีหลายรุ่นหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกสรร อีกทั้งบางรุ่นก็มีราคาที่ถูกกว่ารถ EV อย่างเห็นได้ชัด

ข้อเสียของรถยนต์น้ำมัน

  • สร้างมลภาวะทางอากาศ รถใช้น้ำมันจะสร้างมลพิษจากควันที่ออกมาจากท่อไอเสีย ซึ่งส่งผลเสียโดยตรงต่อธรรมชาติและสุขภาพของเรา
  • น้ำมันแพง อย่างที่ทราบกันดีว่าราคาน้ำมันในยุคปัจจุบันนี้กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งราคาน้ำมันที่แพงขึ้นเรื่อย ๆ นี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ผู้ใช้รถต้องคอยแบกรับและไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
  • เสียงเครื่องยนต์ดัง รถใช้น้ำมันจะมีเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกว่ารถ EV ทำให้สร้างมลพิษทางเสียงได้มากกว่าหลายเท่า
เปรียบเทียบ ข้อดี ข้อเสีย ระหว่าง รถยนต์ไฟฟ้า และ รถยนต์น้ำมัน

แม้รถยนต์แต่ละประเภทจะมีข้อดีและข้อเสีย จุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทไหน เราก็จำเป็นที่จะต้องคอยดูแลรถของเราให้ดีที่สุดอยู่เสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าการใช้งานรถยนต์ประเภทไหนเหมาะกับการใช้ชีวิตประจำวันกับคุณมากกว่ากัน ความคุ้นค่า ความเหมาะสมก็จะขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตที่คุณจะเลือกใช้ได้มากกว่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...