เที่ยวอัมพวา..แบบคนที่โตมาแถวนี้ - วศิรา
“จะไปเที่ยวอัมพวา มีอะไรแนะนำบ้าง?”
นั่นคือประโยคคลาสสิคที่ฉันมักจะได้ยินอยู่เสมอ หากมีเพื่อนคนไหนสักคนถามถึงอัมพวา ซึ่งนั่นน่าจะเพราะเพื่อนๆคงคิดว่า ฉันรอบรู้และเชี่ยวชาญในอาหารการกินและแหล่งท่องเที่ยวในเขตจังหวัดเล็กๆที่สามารถเดินทางรอบจังหวัดได้ภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงแห่งนี้ ด้วยเพราะอยู่มานานมากกว่าครึ่งค่อนชีวิต
ในความรู้สึกของคนพื้นถิ่น อัมพวาไม่ใช่แหล่งรวมซึ่งของหรูหราตื่นตาตื่นใจหรือแสงสีอันตระการตามากมายอย่างที่ไหนๆ แต่อัมพวาคือสถานที่อันแสนเงียบสงบ ชุมชนเล็กๆที่ถึงแม้จะใกล้กรุงเทพเพียงช่วงไม่ถึง 100 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์เพียงไม่เกิน 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่กลับคงไว้ซึ่งบรรยากาศของต่างจังหวัดอย่างแท้จริง
ถ้าจะให้คนอย่างฉันแนะนำอัมพวาในแบบฉบับของเจ้าบ้าน ก็คงต้องเริ่มต้นที่ตลาดเช้า สถานที่ที่ผู้คนออกจากบ้านเพื่อจับจ่ายข้าวปลาอาหาร หลายคนมาวิ่งออกกำลังกายริมเขื่อนแม่น้ำแม่กลอง บางคนออกมาใส่บาตรพระริมน้ำ ส่วนคนช่างกินอย่างฉันคงจะหนีไม่พ้นแวะร้านน้ำเต้าหู้ร้อนๆกับปาท่องโก๋เจ้าดั้งเดิมที่มีอายุเกือบเท่าอายุของฉันเองที่ทอดร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน
พอท้องอิ่มตลาดวาย เริ่มสายสักหน่อย ถ้าไม่รู้จะไปไหนดีในเมืองเล็กๆแห่งนี้ ฉันก็มักจะแนะนำเพื่อนๆให้เดินสายไหว้พระ จังหวัดสมุทรสงครามคือจังหวัดของพระพุทธศาสนาโดยแท้จริง ด้วยจำนวนวัดทั้งจังหวัดที่มีมากกว่า 100 วัด แค่ในเฉพาะเขตอำเภออัมพวาเองก็มีเยอะเสียจนขนาดที่ว่า เดินออกจากบ้านไปไม่เกิน 200 เมตรก็จะเจอวัดแล้ว และด้วยความที่วัดส่วนใหญ่เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ทำให้ทั้งสถาปัตยกรรมและความสงบร่มเย็นเป็นที่ถูกอกถูกใจของใครต่อใครที่ได้มากราบไหว้สักการะ ฉันรับรองได้ว่าใช้เวลาเพียงครึ่งวันก็สามารถไหว้พระ 5 วัด 7 วัดได้อย่างสบาย หรือถ้าใครอยากจะให้ยิ่งได้บรรยากาศมากขึ้น แนะนำให้ลองนั่งเรือของคนในท้องถิ่นซึ่งมีทั้งแบบเหมาลำหรือไปร่วมกับคนอื่น ราคาไม่แพงแถมบริการดีเหมือนได้ไกด์ไปในตัวอีกตังหาก
แต่ถ้าใครไม่ชอบนั่งเรือ ก็แนะนำว่าต้องมาไหว้พระประจำจังหวัดอย่าง ‘วัดหลวงพ่อบ้านแหลม’ หรือที่เรียกเต็มยศว่า วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลม พระคู่บ้านคู่เมืองของคนสมุทรสงคราม ที่เดินทางสะดวกกว่าด้วยอยู่ใจกลางอ.เมืองเลยก็ได้เหมือนกัน
ไหว้พระให้อิ่มบุญกันแล้ว ก็ถึงเวลาต้องหาของใส่กระเพาะให้อิ่มท้องกันบ้าง ถ้ามาแบบง่ายๆไปเช้าเย็นกลับ ฉันก็แนะนำร้านอาหารริมน้ำหลากหลายที่ตั้งอยู่ระหว่างทางที่มีให้เห็นทั่วไป แต่ถ้ามีโอกาสได้พักค้างคืนและมีบ้านพักหรือโฮมสเตย์พร้อมที่ปิ้งย่าง ฉันมักจะแนะนำให้ซื้อของทะเลสดๆจากตลาดแม่กลองไปทำมากกว่า เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าเมืองสามน้ำ จึงทำให้มีทั้งปลาทะเล ปลาหมึก กุ้งก้ามกราม ปลาทูหน้างอคอหัก ไปจนถึงปูตัวโตๆให้เลือกทานอย่างจุใจ แถมราคาก็ไม่แพงอย่างที่คิด น้ำจิ้มรสเด็ดแซ่บๆอีกถ้วยพร้อมข้าวสวยร้อนๆก็อิ่มจนพุงกาง
เมื่อกินคาวแล้วอย่าลืมกินหวาน อัมพวาก็มีผลไม้พื้นถิ่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชมพู่ม่าเหมี่ยวสีแดงเข้มหวานอมเปรี้ยว มะพร้าวน้ำหอมเนื้ออ่อนๆ ลิ้นจี่ของดีประจำจังหวัดที่ทั้งหวานทั้งกรอบ หรือจะเป็นส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ ที่ลูกใหญ่มีให้กินกันได้ตลอดปี หรือจะกินขนมไทยชาววังที่มีมาตั้งแต่สมัยกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวานในรัชกาลที่ 2 ก็มีให้เลือกสรรใส่ท้องเช่นกัน
ยามเย็นหลังจากจบมื้ออาหาร อย่าลืมแวะไปเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาอีกสักรอบ ชื่นชมกับความรู้สึกของตลาดโบราณริมน้ำ ฉันรับรองจะต้องแปลกใจว่า ความครึกครื้นและแสงสีที่ได้พบเจอในยามค่ำคืนแบบนี้ คือสถานที่เดียวกับตลาดเช้าอันแสนเงียบสงบจริงๆหรือ
และหลังจากสี่ทุ่ม ทุกอย่างก็จะกลับมาสู่บรรยากาศของธรรมชาติอีกครั้ง ทุกพื้นที่เงียบสงบ ลมจากแม่น้ำแม่กลองพัดเอื่อยๆชวนสบาย แถมบางทีถ้าอากาศดีๆ หลังฝนตกอาจจะมีหิ่งห้อยตัวน้อยบินเข้ามาให้ได้เห็นถึงชานบ้าน
‘จะไปเที่ยวอัมพวา มีอะไรแนะนำบ้าง?’ ฉันก็คงจะตอบได้เพียงว่า มีความเงียบสงบ อิ่มอกอิ่มใจ อาหารอร่อย ผู้คนเป็นมิตร และพลังให้ชาร์จเต็มเปี่ยมก่อนจะลุยงานในเมืองหลวงอันแสนวุ่นวายอีกครั้ง
เสาร์อาทิตย์นี้ไปไหมล่ะ…. ไปพักบ้านฉัน อัมพวา