โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ลวงโลก?!! ใช้สายรัดประหยัดน้ำมัน อันตรายระวังกลายพันธุ์!!

Car2day

อัพเดต 14 ก.ค. 2565 เวลา 10.54 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2565 เวลา 10.54 น. • Car2Day

หลังจากที่เฟซบุ๊กเพจดังหลายเพจต่าง ๆ ได้เสนอข่าวถึงนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดการใช้น้ำมันในรถยนต์ได้ ทำให้ประหยัดค่าน้ำมันไปได้เยอะ คือ "สายพลังงานประหยัดน้ำมัน" ซึ่งพบว่าผู้จำหน่ายเป็นไฮโซหญิงรายหนึ่ง เธอได้โพสต์ลงทั้งเพจของสินค้าและเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีดาราชื่อดังหลายคนช่วยโปรโมต รวมไปถึงอู่รถยนต์และบริษัทต่าง ๆ

สินค้าอุปกรณ์เสริมช่วยประหยัดน้ำมันนี้ ถูกโพสต์ขายบน Facebook Fanpage : EnSave สายพลังงานประหยัดน้ำมัน และ Piwaterthailand ซึ่งสายรัดสีฟ้าหรือสีเขียวที่ว่านี้ทางผู้ผลิตได้ระบุว่ามีการใช้ซิลิโคนที่ผลิตด้วย Black Technology ผสมกับแร่ชนิดพิเศษที่มีชื่อว่า ซูเปอร์พาย 2 ซึ่งได้ผ่านการคิดค้นร่วมกับสถาบันวิจัยในประเทศญี่ปุ่นมานานกว่า 15 ปี เสริมด้วยแร่แกรฟีนและหินลาวา ซึ่งจะส่งผลให้เกิดพลังงานควอนตัม (Quantum) ทำให้เกิดพลังงานแผ่รังสี “แกรมม่าเรย์” ช่วยให้น้ำมันเชื้อเพลิงนั้นนั้นมีขนาดโมเลกุลที่เล็กลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อรถของคุณดังต่อไปนี้

  • ช่วยให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากถึง 20%
  • ช่วยเพิ่มแรงม้าของเครื่องยนต์ ให้อัตราเร่งที่ดีขึ้น ออกตัวดีขึ้น
  • ช่วยลดควันดำของเครื่องยนต์ดีเซล
  • ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
  • EnSave สายพลังงานประหยัดน้ำมัน

นอกจากนี้ทางผู้ผลิตยังได้มีการตรวจวัดค่าพลังงานที่ปล่อยออกมาด้วยเครื่อง ion tester รวมถึงยังได้มีการกล่าวอ้างว่าสินค้าตัวนี้ผ่านการตรวจสอบจากสถาบันนิวเคลียแห่งชาติอีกด้วย

โดยล่าสุดทาง รศ.ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. พร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์บริการเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า บริษัท เอสบีพี อินโนเวชั่น จำกัด ได้มาขอรับบริการตรวจวิเคราะห์ธาตุของสาย Ensave ซึ่งเป็นงานบริการปรกติของสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) และคิดค่าบริการปรกติตามอัตราที่ สทน.กำหนด โดยได้รับสินค้ามา เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 สทน.ได้ตรวจวิเคราะห์องค์ประกอบธาตุ โดยวิธี X-rays Fluorescent (XRF) และออกผลให้เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2565 ซึ่งในเอกสารแจ้งผลว่าพบธาตุใดบ้างที่ประกอบอยู่ในตัวผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้น สทน.ยังได้ตรวจปริมาณการแผ่รังสีของผลิตภัณฑ์เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบของธาตุกัมมันตรังสีอยู่ และออกใบรับรองผลปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาจากวัตถุ โดยออกใบรับรองผลการสอบเทียบให้เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2565

ฉะนั้น ตามที่มีการระบุว่า สทน. ให้การรับรองการประหยัดพลังงานของสายรัดนั้นไม่เป็นความจริง เราไม่มีภารกิจในการตรวจสอบเรื่องการประหยัดพลังงาน และตามหลักวิชาการยังไม่มีงานวิจัยที่ระบุว่ารังสีที่อยู่ในสายรัดจะทำให้เกิดการแตกตัวของอนุภาคน้ำมันแล้วทำให้เกิดการประหยัดพลังงาน หรือหากผู้เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์มีผลวิจัยนั้นก็ต้องนำออกมาแสดงให้สังคมสิ้นสงสัย และอาจจะมีบางท่านได้ทดลองนำไปใช้แล้วระบุว่าได้ผล นั่นก็เป็นเรื่องของเฉพาะบุคคล

และยังมีผู้เชี่ยวชาญอื่น ๆ มาช่วยผนึกยืนยันถึงข้อมูลลวงโลกนี้ โดยมี นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ หรือ อาจารย์เจษฎ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ถึงประเด็นนี้ด้วยว่า

“เตือนระวัง อย่าหลงเชื่อโฆษณาหลอกขาย อุปกรณ์ประหยัดน้ำมัน” ในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้นมากอย่างตอนนี้ ก็มีอุปกรณ์ที่อ้างว่าสามารถทำให้ยานพาหนะประหยัดการใช้พลังงานขึ้นได้ ออกมาจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อเลยครับ

ซึ่งหลักๆ แล้ว มักจะเป็นอุปกรณ์ที่แอบอ้างหลอกลวง หรือโฆษณาเกินจริงด้วยการใช้คำพูดเชิง pseudo science วิทยาศาสตร์ลวงโลก มาทำให้ดูน่าเชื่อถือ … แล้วตามด้วยการอ้าง “ผู้ใช้” มาบอกต่อกันว่าประหยัดจริงๆ อย่างนั้นอย่างนี้ (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นอุปาทานไปกันเอง เพราะไม่ได้ใช้เครื่องมือวัดที่ถูกต้อง .. หรือว่าเป็นหน้าม้าร่วมด้วย)

1.อย่างภาพโฆษณาของสินค้าเก่าที่พอจะหาภาพเจอ (ขายในปี พ.ศ. 2558) อันนี้ ที่เอาไปพันกับท่อในเครื่องยนต์แล้วอ้างว่าประหยัดน้ำมันได้ ก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการอธิบายถึงการหลอกขายได้ เช่น

  • อ้างเรื่องพลังงานที่ไม่มีอยู่จริง คือ พลังงานสเกล่าร์ ซึ่งอ้างว่าเป็นพลังงานธรรมชาติจากหินลาวาภูเขาไฟ ทำให้ร่างกายสมดุล มาผลิตเป็นเครื่องประดับ (ซึ่งถ้าใครจำได้ มันคือเรื่อง “เหรียญควอนตัม” หลอกลวง นั่นแหละครับ) ซึ่งก็ชัดเจนว่าไม่ได้
  • อ้างเรื่องที่มีอยู่จริง คือ แม่เหล็ก แต่เอาไปเคลมแบบมั่วๆ ว่าเป็นพลังงานที่เอาไปใช้เสริมสร้างร่างกาย รักษาโรคได้ ทำให้สมดุลร่างกายดีขึ้น (ซึ่งก็ไม่จริงนะ เป็นเรื่องอ้างมั่วๆ กันมานานแล้ว) ดังนั้น เมื่อเอามาใช้กับเครื่องยนต์ จะทำให้เครื่องยนต์เกิดสมดุลขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น (เชื่อมโยงกันยังไงเนี่ย สมดุลในร่างกายคน กับสมดุลในเครื่องยนต์รถ)
  • อีกเรื่องที่มีอยู่จริง แต่มาอ้างมั่วๆ คือ ฟาร์ อินฟาเรด ซึ่งจริงๆ ก็เป็นแค่ช่วงคลื่นของแสงที่อยู่เหนือช่วงอินฟาเรด (ช่วงคลื่นของแสงที่ตามองไม่เห็น และทำให้เกิดความร้อน) ขึ้นไป ซึ่งมีคนเยอะเลยที่ชอบเอามาอ้างกันเกินจริง ว่ามีผลดีต่อสุขภาพอย่างนั้นอย่างนี้ ทำให้โมเลกุลของน้ำแตกตัว เล็กลง นำออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายเร็วขึ้น ฯลฯ (ซึ่งก็ไม่จริงนะ อ้างกันมั่วๆ ) แล้วเอามาเชื่อมโยงกับน้ำมันรถยนต์ อ้างว่าทำให้โมเลกุลน้ำมันหรือแก๊สแตกตัว เล็กลง เผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น (ซึ่งทั้งไม่จริง และทั้งเชื่อมโยงได้มั่วมาก)
  • จากนั้น ก็ตามด้วยการเอา “ผู้ใช้” มาอ้างว่าใช้แล้วประหยัดน้ำมันขึ้น ซึ่งเราไม่มีทางรู้ว่าเป็นเรื่องจริง หรือเป็นการหลอกโดยหน้าม้า หรือว่าเป็นแค่อุปาทานของคนนั้นคิดไปเอง ซึ่งการจะรู้ได้ว่าประหยัดน้ำมันแค่ไหนจริง แต่ผ่านการทดสอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์เฉพาะ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะหลงเชื่อไปใช้สินค้าที่บรรยายสรรพคุณที่ไม่น่าเชื่อถือต่าง ๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน จะได้ไม่เสียเงินโดยใช่เหตุ และหากท่านใดพบเห็นการขายสินค้าหรือบริการลวงโลกนี้ ให้แจ้งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที เพื่อที่จะได้ไม่ให้มีผู้เสียหายเป็นวงกว้างอีก

บทความอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...