โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ชี้ตลาดสื่อโฆษณาไทยยังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะครึ่งปีหลังของปี 65

TODAY

อัพเดต 16 ส.ค. 2565 เวลา 10.56 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2565 เวลา 10.55 น. • workpointTODAY

สมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ชี้ตลาดสื่อโฆษณาไทยยังฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะครึ่งปีหลังของ 65 เติบโตในทิศทางบวกระหว่าง 5% และ 8% ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ รวมทั้งภาพที่แท้จริงของ media landscape ของประเทศไทย

ในครึ่งปีแรกของปี 65 คุณภวัต เรืองเดชวรชัย อุปนายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) กล่าวว่า จากข้อมูลของ Nielsen และ DAAT มีตัวเลขของการใช้สื่อเติบโตสูงถึง 5% จากยอด 53,802 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 64 มาเป็น 56,655 ล้านบาทในครึ่งปีแรกของปี 65 นำโดยอุตสาหกรรมค้าปลีก เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ธุรกิจธนาคาร และการโฆษณาจากภาครัฐ โดยสื่อยอดนิยมยังคงเป็นสื่อออนไลน์ และ out-of-home เนื่องจากการปลดล็อกของมาตรการของรัฐบาลและสถานการณ์ที่ดีขึ้นอย่างมากของโรคระบาด

ทั้งนี้ยังมีผู้เล่นใหม่หลากหลายรายในตลาดที่สร้างเม็ดเงินสะพัดผ่านการลงทุนในสื่อโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์มากขึ้น ทั้งหมดนี้สอดคล้องไปในทางเดียวกันกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นการส่งออก การท่องเที่ยว หรือแม้กระทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น โดยการฟื้นตัวยังครอบคลุมไปถึงภาคส่วนการเกษตร ที่พักและอาหาร การค้าปลีก การขนส่งและการสื่อสารอีกด้วย

คุณกนกกาญจน์ ประจงแสงศรี ที่ปรึกษาสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) เสริมถึงภาพรวมครึ่งหลังของปี 65 ว่า แม้ว่าตลาดโดยรวมจะมีแนวทางบวก และการคาดการณ์ของ GDP ที่มีเพิ่มขึ้นกว่า +2.8% แต่ยังคงมีหลากหลายปัจจัยที่อาจส่งผลให้ชะลอตัวการเติมโตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัย Inflation และหนี้ครัวเรือนที่มีผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องลดรายจ่ายลง เพื่อชำระหนี้ ทั้งนี้ปัจจัยด้าน Inflation อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทำให้ผู้ลงโฆษณาบางรายที่ต้องชะลอเงินโฆษณา หรือเลื่อนการใช้จ่ายเพื่อประเมินสถานการณ์

จึงสามารถสรุปการคาดการณ์จะมีสอง Scenario ประกอบด้วย

  • Worst Scenario เนื่องจาก Inflation นั้นยังคงเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาดมีเดียโดยรวมในปี 65 โดยอุตสหกรรมค้าปลีกอาจมีการชะลอตัวในการลงทุนในสื่อเนื่องจากการใช้จ่ายที่ลดลง ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะมีการเติบโตของตลาดอยู่ที่ +5%
  • Best Scenario ในทางกลับกันหากปัญหา Inflation ลดลงจะทำให้ตลาดมีเดียเติบโตอยู่ที่ +8% ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยจะมีผู้เล่นมือใหม่ในตลาดอาจจะมีโอกาสในการลงทุกในสื่อโทรทัศน์มากขึ้น

อย่างไรก็ตามทั้งสอง Scenario จะยังคงมีการบริโภคสื่อออนไลน์ ที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มเชิงบวกสำหรับการเลือกใช้สื่อนอกบ้านอยู่

ดร.ธราภุช จารุวัฒนะ นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่ และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) กล่าวว่า ด้วยอัตราส่วนตัวเลขด้านสื่อ Digital ที่เพิ่มมากขึ้น จึงมีการนำรายได้จากสื่อของจากต่างประเทศเข้ามาประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งความพยายามที่จะกำหนดความถูกต้องของตัวเลขที่เผยแพร่นั้นประกอบด้วยสามวิธี ดังนี้

  • วิธีที่ 1 การหา deduction ของแต่ละสื่อโดยการเปรียบเทียบข้อมูลจาก Adex ของ Nielsen กับตัวเลขรายงานรายได้โฆษณาของสื่อ จากรายงานประจำปีของบริษัทเจ้าของสื่อโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งวิธีนี้คือสามารถใช้ได้กับสื่อโทรทัศน์, Outdoor, Transit, In store and Cinema ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ที่เป็นเจ้าของสื่อจะ listed ในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว
  • วิธีที่ 2 การหา deduction ของแต่ละสื่อโดยการเปรียบเทียบข้อมูลจากการเปรียบเทียบข้อมูลจาก Adex ของ Nielsen และส่วนลดของค่าโฆษณาของเอเยนชี่โดยรวมซึ่งวิธีนี้คือสามารถใช้ได้กับสื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และวิทยุ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมแก่ธุรกิจโฆษณาในภาพรวมมากที่ สุดเนื่องจากวิถีการซื้อและลงทุนด้านสื่อส่วนใหญ่มักถูกดำเนินการผ่านเอเยนชี่เป็นหลัก
  • วิธีที่ 3 การคำนวณหายอดโฆษณาออนไลน์ โดยใช้ข้อมูลจาก Online Ad report ของ DAAT และข้อมูลจากกรมสรรพากรที่มีการเรียกเก็บภาษีที่มีการเรียกเก็บจาก platforms ออนไลน์ต่าง ๆ ในประเทศไทย จะเห็นได้ว่ายอดโฆษณาออนไลน์ในครึ่งปี 65 จะสูงถึง 38,422 ล้านบาท

การใช้วิธีที่ 1 และ วิธีที่ 2 แสดงให้เห็นถึงภาพที่แตกต่างมากขึ้น โดยสื่อออนไลน์จะมีสัดส่วนมากขึ้นจาก 21% ขึ้นมาเป็น 38% ซึ่งใกล้เคียงกับสื่อโทรทัศน์ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 41%

หากรวมวิธีคำนวณแบบที่ 3 ที่ได้นำข้อมูลจากกรมสรรพากร มาใช้คำนวณยอดโฆษณาออนไลน์เข้าไป เราจะเห็นภาพ media landscape ที่แท้จริงของประเทศไทยที่สื่อออนไลน์ได้แซงสื่อทีวีไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นภาพเดียวกันกับหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตามสื่อโทรทัศน์ยังคงเป็นสื่อยอดนิยมที่ถูกเลือกใช้ อีกทั้ง content จากสื่อโทรทัศน์ ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลาย ๆ platforms ประกอบกับมีความรวดเร็วที่สุดในการเข้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งแตกต่างจากบริการสื่อผ่านอินเทอร์เน็ต (OTT) ก็ยังมีเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ยากและซับซ้อนกว่า พร้อมยังมีการแข่งขันที่รุนแรงทั้งด้านเนื้อหาและคุณภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...