โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ชาวออสเตรเลียแตกตื่น อยู่ ๆ “ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดง” พบต้นตอมาจากแสงของ “ไร่กัญชา”

CatDumb

เผยแพร่ 23 ก.ค. 2565 เวลา 12.01 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

เป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สร้างความฮือฮาให้กับชาวออสเตรเลียเป็นอย่างมากเลยล่ะครับทุกคน

เรื่องของเรื่องก็คือเมื่อช่วงดึกของวันที่ 19 อยู่ ๆ ท้องฟ้าในเมือง Mildura ที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย อยู่ ๆ ก็มีแสงสีชมพูลักษณะเป็นดวงขนาดใหญ่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า

ดูลักษณะแล้วเหมือนกับยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวกำลังลงจอด หรือ เป็นแสงจากสัตว์ประหลาดไคจูที่กำลังจะบุกโลกจนทำให้โลกล่มสลายยังไงอย่างงั้น

จากประเด็นดังกล่าวก็มีชาวเมืองหลายคนถ่ายรูปอัปโหลดลงโซเชียล จนกลายเป็นไวรัลขึ้นมา

หนึ่งในนั้นคือคคุณ Tammy Szumowski ที่งงมากว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะตรงนั้นมันไม่มีเมือง หรือถิ่นที่อยู่อาศัยของคนเลย

เมื่อสืบต้นตอไปเรื่อย ๆ ก็เลยทำให้ทราบแหล่งที่มาของแสงดังกล่าว และขอบอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายมากเลยล่ะครับ

หลังจากที่ภาพแสงสีชมพูประหลาดนั้นถูกแชร์ไปทั่วโซเชียล ไม่นานทางบริษัทเกี่ยวกับเภสัชกรรมที่ชื่อว่า Cann Group ก็ออกมายืนยันว่าแสงดังกล่าวนั้นมาจาก "ไร่กัญชา" ของทางบริษัทเอง

โดยทางบริษัทออกมาชี้แจงว่า "การปลูกกัญชาจะต้องใช้สเปกตรัมของแสงที่แตกต่างกันออกไป เมื่อทำให้มันเร่งกระบวนการเติบโต"

"สเปกตรัมแสงสีแดงมักจะถูกใช้อยู่บ่อย ๆ ในกระบวนการผลิตทั่วไปแล้วปกติจะต้องมีการกั้นแสงไม่ให้แสงสว่างเกินในตอนกลางคืน และในอนาคตเราจะดำเนินการจัดการโดยเร็ว เพื่อไม่ให้มันรบกวนต่อประชาชนที่อยู่ในละแวกนั้น"

อย่างไรก็ตามบริษัท Cann Group เป็นบริษัทที่ได้รับการอนุญาตให้ปลูกพืชกัญชาได้เพียงแห่งเดียวในออสเตรเลีย โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ในทางการแพทย์และการวิจัยเท่านั้น

เรียบเรียงโดย #เหมียวหง่าว

ที่มา : theguardian, bbc

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...