โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาวิกฤตเหลือเพียง 14 ตัว เร่งดันเป็นสัตว์ป่าสงวน
โลมาอิรวดีในพื้นที่ทะเลสาบสงขลาเข้าขั้นวิกฤต สำรวจพบเหลืออยู่ราว 14 ตัว ภัยคุกคามจากการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ติดอวน ป่วย ใบพัดเรือ หน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหา ขอความร่วมมือชาวประมงประกอบอาชีพอย่างถูกต้อง ด้านผู้เชี่ยวชาญผลักดันให้โลมาอิรวดีเป็นสัตว์ป่าสงวน
โลมาอิรวดี /โลมาหัวบาตร (Irrawaddy Dolphin) เป็นโลมาที่อยู่ในสถานะใกล้สูญพันธุ์ (Endangered) และปัจจุบันเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองของประเทศไทย มีลักษณะเด่นคือหัวที่มนกลม ลำตัวสีเทาเข้ม และมีครีบหลังเล็กๆ เป็นโลมาที่อาศัยอยู่ได้ทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด เป็นโลมาชายฝั่ง และโลมาประจำถิ่นของประเทศไทยพบในแม่น้ำเช่นแม่น้ำโขง อ่าวไทย ทะเลสาบเขมร ทะเลสาบสงขลา ทะเลอันดามัน และในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภัยคุกคามมีหลายด้านอย่างการติดอวนประมง และมลพิษของเสียในน้ำ
สำหรับโลมาอิรวดีในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง มีการสำรวจประชากรของโลกมาอิรวดี ล่าสุดเดือนมิถุนายน 2563 คาดว่าประชากรของโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา มีจำนวนประมาณ 14 ตัว ส่วนใหญ่มีสาเหตุการตายมาจากการติดเครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น เครื่องมือประมงประเภทอวนตาขนาดใหญ่ (อวนปลาบึก อวนปลากะพง) ร้อยละ 60 , การป่วยผสมสายพันธุ์เลือดชิดร้อยละ 38 , ใบพัดเรือร้อยละ 2 , การลดลงของสัตว์ที่เป็นอาหารของโลมาอิรวดี รวมถึงปัจจัยทางกายภาพ และชีวภาพที่เปลี่ยนแปลงไป
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 หน่วยงานในพื้นที่กำลังเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อแก้ไขปัญหาโลมาอิรวดีลดน้อยลงในทะเลสาบสงขลา และขอความร่วมมือชาวประมงประกอบอาชีพอย่างถูกต้อง ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีอย่างยั่งยืน ซึ่งจังหวัดสงขลา ได้รับหนังสือสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน แจ้งคำวินิจฉัยกรณีร้องเรียนกล่าวอ้างว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง จังหวัดพัทลุง-สงขลา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศเขตพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่าในทะเลสาบสงขลา (ทะเลหลวง) จังหวัดพัทลุง-สงขลา เพื่อคุ้มครองโลมาอิรวดี ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถทำการประมงในเขตดังกล่าวได้ จังหวัดสงขลาจึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการประชุมชี้แจงทำความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบอาชีพประมง
ซึ่งในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำในการทำประมงในพื้นที่คุ้มครองพิเศษการอนุรักษ์โลมาอิรวดี ทะเลหลวง สามารถทำงานได้ตามปกติ ยกเว้นเครื่องมือประมงที่เป็นอันตรายต่อปลาโลมาอิรวดี เช่น อวนปลาบึก อวนปลากระพงอย่างเด็ดขาด และอยู่ภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 เพื่อให้ชาวประมงประกอบอาชีพประมงอย่างถูกต้อง ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และส่งเสริมการอนุรักษ์โลมาอิรวดีอย่างยั่งยืนต่อไป
นอกจากนี้ยังได้มีความพยายามในการอนุรักษ์โลมาอิรวดี โดยเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล และรองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เผยถึงงานเสวนาเรื่องวาฬ และโลมาถึงการผลักดันให้โลมาอิรวดี เป็นสัตว์ป่าสงวน
โดยอาจารย์ธรณ์ให้ข้อมูลว่า วาฬและโลมาในไทยมี 27 ชนิด ในจำนวนนี้มี 3 ชนิดที่ “ใกล้สูญพันธุ์” โดย 3 ชนิดดังกล่าวคือวาฬสีน้ำเงิน วาฬหลังค่อม และโลมาอิรวดี ซึ่งวาฬ 2 ชนิดนี้แทบไม่พบในเมืองไทย จึงอาจไม่สามารถทำอะไรได้มาก
ผิดจากโลมาอิรวดีที่พบในบริเวณประเทศไทย อาจารย์ธรณ์เผยต่อว่าโลมาอิรวดีมีถิ่นฐานตั้งแต่อ่าวเบงกอลไปถึงนิวกินี เท่าที่ประมาณได้ ทั้งโลกมีอยู่ราว 7,000 ตัว ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนพะยูน (มีอยู่หลายหมื่นตัวทั่วโลก) และวาฬบรูด้าที่มีอยู่เกือบแสนตัว
นั่นจึงเป็นเหตุผลที่โลมาอิรวดีควรจัดอยู่ในสถานภาพเสี่ยงกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่นๆของไทย เนื่องจากใกล้สูญพันธุ์มากกว่าบรูด้าและพะยูน (ทั้งสองชนิดนี้เป็นสัตว์ป่าสงวนของไทยแล้ว)
"น้องโลมายังอยู่ชายฝั่ง หรือบางกลุ่มเข้าไปอยู่ในน้ำจืด เช่น ทะเลสาบสงขลา จึงได้รับผลกระทบจากมนุษย์เยอะ ข้อมูลกรมทะเลระบุว่า ปัจจุบันไทยเหลือโลมาอิรวดีในหลักร้อย ส่วนใหญ่อยู่อ่าวไทย มีบ้างอยู่ในอันดามัน และ 14 ตัวในทะเลสาบสงขลา ยังเป็นโลมาที่เกยตื้นจากกิจกรรมของมนุษย์มากที่สุดของไทยในช่วง 5 ปี (นับจาก 2560) สถานภาพโลมาอิรวดีลำบากกว่ามาก ทั้งโลกมีน้อย ในเมืองไทยมีน้อยมาก ถูกคุกคามสูง แม้ไม่ได้ถูกล่าโดยตรง
การผลักดันให้เป็นสัตว์สงวน จะส่งผลในการบริหารจัดการเป็นพิเศษ ดังเช่นที่เราเคยเห็นจากกรณีวาฬบรูด้า/เต่ามะเฟือง/ฉลามวาฬ การอนุรักษ์ดังกล่าวไม่ส่งผลต่อพี่น้องชาวประมงหรือคนอื่นๆ เพราะเป็นสัตว์คุ้มครองอยู่แล้ว แต่จะส่งผลต่อการสำรวจ/อนุรักษ์ งบประมาณ กระแสสังคม ฯลฯ
ผมนำเสนอแนวคิดนี้ในที่ประชุม MMPA และผ่านคณะอนุกรรมการฯ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการประมงแห่งชาติพิจารณา หวังว่าจะผ่านไปด้วยดีเถิด" อาจารย์ธรณ์เผย โดยชี้ว่าการผลักดันแนวทางนี้จะส่งผลดีทั้งต่อการอนุรักษ์ ประมง และการท่องเที่ยว
โลมาอิรวดี (Irrawaddy dolphin) และโลมาน้ำจืดอื่นๆทั่วโลก กำลังเผชิญภัยคุกคามต่างๆนานา ไม่ว่าจะเป็นมลพิษน้ำเสีย ขยะ การถูกทำลายแหล่งอาศัย การสร้างเขื่อน การประมงเกินขนาด ส่วนใหญ่กำลังใกล้สูญพันธุ์ พวกเขาเป็นหนึ่งในตัวอย่างผลกระทบของมนุษย์ต่อสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ และระบบนิเวศโดยรวม ที่เป็นบทเรียนราคาแพง จึงจำเป็นต้องปกป้องและอนุรักษ์อย่างเร่งด่วน
"ถ้าไม่เริ่มวันนี้ จะเริ่มเมื่อไหร่ ? เราจะปล่อยให้โลมาน่ารักที่สุดสูญพันธุ์ไปจากทะเลไทย โดยไม่ทำอะไรเลยหรือ ? จึงขอแรงเพื่อนธรณ์อีกครั้ง ช่วยกันบอกรัก ช่วยกันบอกต่อ
แม้อาจนานกว่าจะสำเร็จ แต่กระแสที่เกิดขึ้นในวันนี้ จะเริ่มการดูแลอย่างจริงจังไว้ล่วงหน้า จนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่ทะเลไทยมี “สัตว์สงวนทางทะเลหมายเลข 6” วันที่รอยยิ้มของน้องจะคงอยู่คู่ทะเลของเราตลอดไปครับ" ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ เผย
อนึ่ง สัตว์ป่าสงวน เป็นสัตว์ป่าหายากหรือกำลังจะสูญพันธุ์ จึงห้ามล่าหรือมีไว้ในครอบครอง ทั้งสัตว์ที่ยังมีชีวิตหรือซากสัตว์ เว้นแต่กระทำเพื่อการศึกษาวิจัยทางวิชาการ หรือเพื่อกิจการสวนสาธารณะ โดยได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมป่าไม้เป็นกรณีพิเศษ ปัจจุบันสัตว์ป่าสงวนในประเทศไทยตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มีสัตว์ป่าอยู่ 19 ชนิด ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ ดังนี้
#สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
1. กระซู่ (Didermocerus sumatraensis)
2. กวางผา (Naemorhedus griseus)
3. กูปรี หรือ โคไพร (Bos sauveli)
4. เก้งหม้อ (Muntiacus feae)
5. ควายป่า (Bubalus bubalis)
6. พะยูน (Dugong dugon)
7. แมวลายหินอ่อน (Pardofelis marmorata)
8. แรด (Rhinoceros sondaicus)
9. ละองหรือละมั่ง (Cervus eldi)
10. เลียงผา (Capricornis sumatraensis)
11. วาฬบรูด้า (Balaenoptera edeni)
12. วาฬโอมูระ (Balaenoptera omurai)
13. สมเสร็จ (Tapirus indicus)
14. สมัน (Cervus schomburgki)
15. นกกระเรียน
16. นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร (Pseudochelidon sirintarae)
17. นกแต้วแร้วท้องดำ (Pitta gurneyi)
18. เต่ามะเฟือง (Dermochelys coriacea)
19. ปลาฉลามวาฬ (Rhincodon typus)
นอกจากนี้ ล่าสุดสัตว์ป่าสงวนกำลังจะมีเพิ่มเป็น 20 ชนิดแล้ว เพราะ วันที่ 8 มี.ค.2564 คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ผ่านความเห็นชอบให้นกชนหิน (Helmeted Hornbill) เป็นสัตว์ป่าสงวน ลำดับที่ 20 ของไทย
ที่มา
https://thainews.prd.go.th/…/Detail/TCATG211119185249141
https://www.facebook.com/100000156385897/posts/5248837435131417/?d=n
https://www.iucnredlist.org/species/15419/123790805…
https://www.dmcr.go.th/detailAll/13931/nws/16…
https://www.facebook.com/environman.th/posts/3743162022478884
https://www.facebook.com/people/ศูนย์วิจัยทรัพยากร-ทางทะเลและชายฝั่ง-อ่าวไทยตอนล่าง/100010813236790/
ร่มธรรม ขำนุรักษ์