โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พี่ชายโอด! คลินิกศัลยกรรมทําน้องสมองพิการตลอดชีวิต

INN News

เผยแพร่ 29 ก.พ. 2567 เวลา 06.33 น. • INN News

พี่ชายโอด! น้องสาว ถูกคลินิกศัลยกรรมทําพลาดสมองพิการป่วยติดเตียงตลอดชีวิต แถมถูก รพ.ฟ้องค่ารักษาร่วม 30 ล้านบาท

วันนี้(29 ก.พ. 67) นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พร้อมด้วย นายกองตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นําพี่ชายของหญิงสาว ถูกคลินิกศัลยกรรมทําการรักษาผิดพลาด เป็นเหตุให้น้องสาวกลายเป็นผู้ป่ววติดเตียง นอนโรงพยาบาล นานกว่า 4 ปี แต่ไม่ได้รับการเยียวยาค่าเสียหายใดๆทั้งสิ้น

กัน จอมพลัง กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีการฟ้องร้องเป็นคดีอาญาและเพ่ง ซึ่งศาลเพ่งตัดสินให้คลินิกกับตัวหมอชดใช้ รวม 29 ล้านบาท แต่คลินิกกับหมอกับนิ่งเฉยไม่มีการเยียวยาใดๆ ส่วนคดีอาญา ยังไม่ส่งฟ้องศาล ซึ่งทางครอบครัวมีการตามเรื่องตั้งแต่ปี 62 แต่ตํารวจบอกว่าต้องรอแพทย์สภาให้คำตอบก่อน ซึ่งรอจนกระทั่งปี 65 แพทย์สภามีมติออกมาเรียบร้อย แต่เมื่อกลับไปตามคดี

ตำรวจกลับบอกว่าให้รอสอบสวนเพิ่มก่อน จนปัจจุบันคดียังอยู่ในชั้นสอบสวน ซึ่งทางพี่ชายเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงมาร้องของให้ตนช่วยเหลือในการติดตามความคืบหน้าทางคดีอาญา หลังถูกทางโรงพยาบาลที่ทําการรักษาฟ้องเรียกเงินค่ารักษาพยาบาลร่วม 30 ล้านบาท และขอให้ออกจากโรงพยาบาล

ด้าน นายกองตรีธนกฤต กล่าวว่า หลังจากผู้เสียหายเกิดอาการชักเกร็ง คลินิกได้ส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีเครื่องมือไม่เพียงพอซึ่งผลการตรวจระบุว่าสมองพิการตลอดชีวิต ส่วนเรื่องการที่โรงพยาบาลมีการฟ้องร้องเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลร่วม 30 ล้านนั้น ตนจะเป็นตัวกลางในการเรียกทุกฝ่ายเข้ามาพูดคุยกันว่าสามารถช่วยเหลือหรือหาทางออกอย่างไรได้บ้าง

อย่างไรก็ตามหลังเกิดเรื่องขึ้นทางแพทยสภามีคําสั่งให้แพทย์ที่ทําการรักษาหยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นเวลา 2 ปี ส่วนคลินิกถูกสั่งปิด แต่เบื้องต้นทราบว่ามีการกลับมาเปิดใหม่ โดยเปลี่ยนชื่อ ซึ่งทาง “กัน จอพลัง” จะลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับทีมกฎหมายของกระทรวงสาธารณสุขว่าคลินิกดังกล่าวมีการขออนุญาตเปิดถูกต้องหรือไม่

และขอฝากถึงผู้ที่รักความสวยความงามด้วยว่า การเลือกคลินิกศัลยกรรมขอให้ตรวจสอบให้ดีก่อน รวมถึงผู้ประกอบสถานพยาบาลลักษณะดังกล่าวด้วยว่าการรักษาจะต้องเป็นแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเท่านั้น ผู้ช่วยหรือผู้ที่มีความรู้แต่ไม่มีใบแพทย์หากทําถือว่าผิดกฎหมายทั้งสิ้น

ด้าน พ.ต.อ.พร เทพ เฉลิม เกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร ระบุว่า ทางผู้ถูกกล่าวหาได้ติดต่อเข้าพบเจ้าหน้าที่ตํารวจแล้วในวันที่ 5 มีนาคม เวลา 13.00 น. เบื้องต้นจะแจ้งข้อกล่าวหา “กระทําการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส” และขอฝากถึงญาติผู้เสียหายด้วยว่า ตํารวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งหลังตนเข้ามารับตําแหน่งก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลได้ทั้งหมด ขอยืนยันจะดําเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่

ขณะที่พี่ชายของผู้เสียหาย กล่าวว่า ตอนนี้น้องสาวกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง แพทย์ระบุว่าสมองขาดออกซิเจน โดยหลังเกิดเรื่องทางคลินิกบอกจะรับผิดชอบ ซึ่งช่วงแรงมีการเยียวเป็นเงินประมาณล้านเศษ แต่หลังจากนั้นก็หายเงียบ จนตนรู้สึกไม่ได้รับการเยียวที่เป็นรูปธรรม บอกแต่ว่าไม่ใช่ความผิดของเขา ตนจึงยื่นฟ้องร้องต่อศาล ซึ่งศาลชั้นต้นตัดสินชดใชเป็นเงินจํานวน 37 ล้านบาท

แต่เขาต่อสู้ในชั้นอุทธรณ์ลดลงเหลือ 29 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างฎีกา ส่วนเรื่องโรงพยาบาลเบื้องต้นน้องสาวยังต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ ศาลจึงวินิจฉัยคุ้มครองให้นอนพักรักษาตัวต่อได้

โดยพี่ชายของผู้เสียหาย ยอมรับว่า รู้สึกเป็นกังวลมากเพราะจํานวนเงินที่โรงพยาบาลฟ้องร่วม 30 ล้านบาทนั้น ยังมากกว่าเงินที่ศาลเพ่งตัดสินจํานวน 29 ล้านบาท ซึ่งยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกมากมายต่อเดือนประมาณ 3-4 แสนบาท ทั้งนี้ยืนยันว่าน้องสาวไม่ได้กินอาหารก่อนทําการศัลยกรรมตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ โดยผลตรวจร่างกายยืนยันได้ว่าไม่มีการกินอาหารก่อนผ่าตัดอย่างแน่นอน ซึ่งแพทย์ระบุว่าเคสของน้องตนเองนั้น มีการให้ยาสลบเกินขนาดประกอบกับผลของแพทยสภาออกมาว่า การดูแลผู้ป่วยที่ยังไม่ฟื้นจากยาสลบไม่ได้มาตรฐาน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...