โรดแมป 200 สว. สูตรเลือกไขว้ เดิมพัน 1,500 ล้าน คัดตัวขั้วอำนาจใหม่
คอลัมน์ : Politics policy people forum
และแล้วที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็เคาะ วัน ว. เวลา น. ในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ 200 คน
หลังจาก สว. 250 คนที่เป็น “นั่งร้าน” ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พ้นวาระ 10 พฤษภาคม 2567 เพราะดำรงตำแหน่งครบ 5 ปี หลังจากมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อ 11 พฤษภาคม 2562
ไทม์ไลน์การเลือก สว. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นให้ ครม.อนุมัติ วางตามโรดแมป ตามมาตรา 107 วรรคห้า ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งภายใน 5 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ ให้ กกต.กำหนดวันเริ่มดำเนินการเพื่อเลือกไม่ช้ากว่า 30 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับ ไทม์ไลน์จึงออกมาดังนี้ 13 พฤษภาคม 2567 เป็นวันประกาศวันกำหนดและวันที่รับสมัคร
เลือกระดับอำเภอ
จากนั้นวันที่ 9 มิถุนายน 2567 เป็นประกาศวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ สำหรับขั้นตอนในการเลือกระดับอำเภอแบ่งเป็น 2 รอบ
เลือกรอบแรก (เลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน) โดยผู้สมัคร 1 คน สามารถโหวตเลือกได้ 2 หมายเลข เช่น จะโหวตให้ตัวก็เองได้ และลงคะแนนให้ผู้สมัครคนอื่นในกลุ่มเดียวกันได้ 1 คะแนน โดยการโหวตจะต้องใส่ตัวเลขอารบิก ไม่ใช่การกากบาท จากนั้นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด 1-5 ของแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้ารอบที่ 2
เลือกรอบสอง (เลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน) ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบจะแบ่งสาย 4 สาย แต่ละสายจะต้องมี 3-5 กลุ่มอาชีพ โดยผู้สมัครสามารถเลือกเพื่อนผู้สมัครจาก “กลุ่มอื่น” ที่อยู่ในสายเดียวกัน กลุ่มละ 1 คน แต่จะเลือกจาก “กลุ่มเดียวกัน” หรือ “เลือกตัวเอง” ไม่ได้ ดังนั้น ผู้สมัคร 1 คนจะโหวตได้ 4 คะแนน เพื่อโหวตให้ผู้สมัครที่อยู่กลุ่มอื่น กลุ่มละ 1 โหวต
ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกของแต่ละกลุ่มจะผ่านเข้ารอบไปเลือกในระดับอำเภอ ในกลุ่มที่ตนเองสมัคร
เลือกระดับจังหวัด
ต่อมาวันที่ 16 มิถุนายน 2567 วันเลือกสมาชิกวุฒิสภาจังหวัด วิธีการเลือกเช่นเดียวกับระดับอำเภอ เลือก สว.ระดับจังหวัด แบ่งเป็น 2 รอบ
เลือกรอบแรก (เลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน) ผู้สมัครเลือกกันเองในกลุ่ม สามารถเลือกตนเองได้ และลงคะแนนให้คนอื่นได้ 1 คะแนน ผู้ได้คะแนนสูงสุด 5 อันดับแรก ถือเป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้น ผ่านเข้าไปเลือกรอบ 2
เลือกรอบสอง (เลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน) ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบจะแบ่งสาย 4 สาย โดยผู้สมัครสามารถเลือกผู้สมัครจาก “กลุ่มอื่น” ที่อยู่ในสายเดียวกัน กลุ่มละ 1 คน แต่จะเลือกจาก “กลุ่มเดียวกัน” หรือ “เลือกตัวเอง” ไม่ได้ ซึ่งผู้สมัคร 1 คนจะโหวตได้ 4 คะแนน เพื่อโหวตให้ผู้สมัครที่อยู่กลุ่มอื่น กลุ่มละ 1 โหวต เช่นเดิม เหมือนกับที่เลือกระดับอำเภอ
แต่ในระดับจังหวัดนั้น ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด 2 อันดับแรก ของแต่ละกลุ่มจะเป็นผู้ที่ถูกเลือกระดับจังหวัดในกลุ่มนั้น เพื่อไปเลือก สว.ระดับประเทศ
เลือกระดับประเทศ
10 วันต่อมา วันที่ 26 มิถุนายน 2567 วันเลือกสมาชิกวุฒิสภาประเทศ ทั้งนี้ แบ่งเป็น 2 รอบเช่นเดิม แต่วิธีการต่างไป
เลือกรอบแรก (เลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกัน) ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบระดับจังหวัดมาแข่งระดับประเทศ จะเลือกกันเองในกลุ่มได้ไม่เกิน 10 คน สามารถ “เลือกตัวเองได้” แต่จะลงคะแนนให้กับคนอื่นเกิน 1 คะแนนไม่ได้ จึงเท่ากับ 1 คนสามารถโหวตได้ 10 คะแนน
จากนั้น ผู้ที่ได้รับเลือก 1-40 ของกลุ่ม จะเข้าไปเลือกรอบที่ 2 ต่อไป แต่ถ้ากลุ่มไหนไม่ครบ 40 คน ก็ให้ถือตามจำนวนเท่าที่มี แต่จะน้อยกว่า 20 คนไม่ได้ โดยผู้อำนวยการเลือกตั้งระดับประเทศจะจัดให้ผู้ที่ไม่ได้รับเลือก ซึ่งยังอยู่ ณ สถานที่เลือกนั้น เลือกกันเองใหม่จนกว่ากลุ่มนั้นจะมีจำนวนอย่างต่ำถึง 20 คน
เลือกรอบสอง (เลือกผู้สมัครในกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน) ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบจะแบ่งออกเป็น 4 สาย โดยผู้สมัครสามารถลือก “ผู้สมัครกลุ่มอื่นที่อยู่ในสายเดียวกัน” กลุ่มละไม่เกิน 5 คน แต่จะเลือกผู้สมัครในกลุ่มเดียวกัน หรือเลือกตัวเองไม่ได้
ดังนั้น ถ้าในแต่ละสายมี 5 กลุ่ม ผู้สมัครก็จะมีสิทธิโหวต 20 โหวต ผู้ได้คะแนนสูงสุด 10 ลำดับแรกของแต่ละกลุ่มถือเป็นผู้ได้รับเลือกให้เป็น สว. สำหรับกลุ่มนั้น และผู้ที่ได้ลำดับที่ 11 ถึง 15 จะเป็นผู้ที่อยู่ในบัญชีสำรองของกลุ่มนั้น
สุดท้าย ประกาศผลเลือกตั้ง สว.วันที่ 2 กรกฎาคม 2567
เลือก สว.ใช้งบฯ 1.5 พันล้าน
สำหรับงบประมาณที่จะใช้เลือก สว. 200 คน กกต.ต้องการงบฯ ทั้งสิ้น 1,516,418,100 บาท แต่ทว่า กกต.ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 จำนวน 1,198,866,800 บาท
กกต.ยังต้องการเงินอีก 317,551,300 บาท ในการเผยแพร่ความรู้ รณรงค์ ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร การเตรียมความพร้อมในเรื่องต่าง ๆ ที่จำเป็นเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ก่อนมีพระราชกฤษฎีกาเลือก สว.
ขณะที่งบฯ ในกระเป๋า ซึ่งเป็นเงินนอกงบประมาณของ กกต.เหลือเพียง 90,445,800 บาท ยังไม่ถึงจำนวนเงินที่ต้องการคือ 1,516,418,100 บาท ที่จะนำไปใช้ในภารกิจเตรียมการเลือกตั้ง สว. ครม.จึงอนุมัติงบฯ กลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 227,105,500 บาท
เท่ากับว่าขณะนี้ กกต.ได้งบประมาณเพียงพอในการจัดเลือก สว.ตั้งแต่ขั้นตอนการณรงค์ ไปจนถึงขั้นตอนการเลือกทั้ง 3 ระดับ
อำนาจ สว.ช่วงสุญญากาศ
อย่างไรก็ตาม กว่าจะมี สว.ชุดใหม่ 200 คน ยังต้องใช้เวลาอีก 2 เดือนเต็ม ดังนั้น อำนาจ สว. 250 คนที่เป็น “มรดก คสช.” ยังจะต้องทำหน้าที่“รักษาการ” และมีอำนาจเต็มใน 3 ภารกิจ ตามที่ กกต.ระบุ
1.พิจารณาและการกลั่นกรองกฎหมาย พิจารณาและกลั่นกรองพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) และแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
2.ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งกระทู้ถาม เปิดอภิปรายทั่วไปในวุฒิสภา หรือที่ประชุมรัฐสภา การตั้งกรรมาธิการ (กมธ.)
3.ให้คำแนะนำ หรือให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
นับจากนี้อีกราว 3 เดือนจะได้เห็นโฉมหน้า สว.เลือกกันเองตามกลุ่มอาชีพ 200 คน
- ราชกิจจาฯเผยแพร่ ระเบียบการเลือกตั้งแนะนำตัวผู้สมัคร สว. วางกฎเข้ม
- ครม.อนุมัติ ร่าง พ.ร.ฎ.เลือก สว. 200 คน ให้งบฯ กกต. 227 ล้าน
- ถอดรหัส เลือกไขว้ สว. 200 คน ที่มา-คุณสมบัติ และแคมเปญ Hack ระบบ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โรดแมป 200 สว. สูตรเลือกไขว้ เดิมพัน 1,500 ล้าน คัดตัวขั้วอำนาจใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net