โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครูใช้เข็มจิ้มปากทำโทษเด็ก ไหว้ขอโทษ อ้างไม่มีเจตนา

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 26 ม.ค. 2567 เวลา 19.34 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. 2567 เวลา 12.34 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สมุทรปราการ 26 ม.ค. – กลายเป็นประเด็นร้อน หลังครูประถมฯ โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สมุทรปราการ ใช้เข็มกลัดจิ้มปากเด็ก ป.2 เพื่อลงโทษ เพียงเพราะไม่ยอมรับว่าทิ้งหมากฝรั่งลงพื้นห้องเรียน ผู้ปกครองรับไม่ได้กับการกระทำของครู จะเอาเรื่องถึงที่สุด ล่าสุดครูถูกแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายแล้ว แม้จะออกมาขอโทษ โดยอ้างว่าไม่มีเจตนาก็ตาม

เหตุการณ์ที่ครูยกมือไหว้ขอโทษทั้งน้ำตา เกิดขึ้นหลังจากตกเป็นข่าวใหญ่ กรณีครูชั้น ป.2 ใช้เข็มกลัดทิ่มปากนักเรียนยกห้องทั้งหมด 36 คน เพื่อทำโทษที่ทิ้งหมากฝรั่งบนพื้น แต่ไม่มีใครยอมรับ จนกระทั่งมีเด็กในชั้นเรียนคนหนึ่งบอกผู้ปกครองว่าถูกครูใช้เข็มจิ้มด้านในริมฝีปากจนเป็นแผล นำไปสู่การเรียกร้องให้ครูและโรงเรียนรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

หลังจากการประชุมร่วมกับผู้ปกครอง เมื่อช่วงเช้าจบลง ทางโรงเรียนได้เสนอดูแลค่าใช้จ่ายในการตรวจร่างกาย รวมถึงนำทีมสหวิชาชีพเข้ามาดูแลทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของเด็กแล้ว โดยได้ประสานให้ผู้ปกครองเข้าแจ้งความกับ สภ.สำโรงเหนือ

ด้านผู้ปกครอง กล่าวว่า หลังจากที่ได้คุยในที่ประชุมแล้วยังไม่รู้สึกพอใจนัก เนื่องจากสาเหตุที่เข้ามาวันนี้คืออยากพบครูคนที่ลงโทษ อยากได้รับคำขอโทษ และถามว่าคิดอะไรถึงได้ลงโทษเด็กแบบนี้ ยืนยันว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และต้องการให้ลงโทษทางวินัยครูโดยการไล่ออก

ขณะที่ครูปุ๊กที่ใช้เข็มจิ้มปากเด็ก ยอมรับว่าทำจริง แต่ไม่มีเจตนาทำร้าย และไม่เคยลงโทษเด็กรุนแรงมาก่อน แค่ขู่เพราะต้องการให้กล้าทำกล้ายอมรับ ขณะที่ครูจ๋า ซึ่งเป็นครูประจำชั้น และถูกตั้งคำถามว่าทำไมถึงไม่คิดที่จะห้ามปราม ทั้งที่ครูปุ๊กทำเกินกว่าเหตุ ก็อ้างว่าตนยืนอยู่หลังห้อง จึงมองไม่เห็นว่าที่หน้าห้อง ครูปุ๊กได้ใช้เข็มทิ่มไปที่ปากเด็ก และไม่คิดว่าจะทำจริง

หลังจากนี้เมื่อตำรวจสอบสวนเสร็จและมีผลจากแพทย์มาประกอบด้วย เบื้องต้นจะเป็นการแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายกับครูปุ๊กก่อน ในส่วนของครูจ๋า ถ้าชัดเจนว่ามีส่วนรู้เห็นสนับสนุนด้วยก็จะต้องโดนด้วยทั้ง 2 คน สุดท้ายแล้วครูทั้งสองจะได้รับโทษถึงขั้นให้ออกจากงานหรือไม่ จะมีการสอบสวนทางวินัยต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...