โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บสย. ลดดอกเบี้ย 0.25% ช่วยกลุ่มเปราะบาง โชว์ไตรมาสแรกดันยอดค้ำพุ่ง 14,432 ล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 เม.ย. 2567 เวลา 05.17 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2567 เวลา 04.55 น.
สิทธิกร ดิเรกสุนทร

บสย. ค้ำเติมทุน เสริมแกร่ง SMEs ดันยอดค้ำประกันสินเชื่อไตรมาส 1/2567 ม.ค.-มี.ค. พุ่ง 14,432 ล้านบาท ช่วย SMEs 36,142 ราย สร้างสินเชื่อในระบบ 15,378 ล้านบาท ย้ำชัดช่วยต่อเนื่อง ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามประกาศ 0.25% ช่วย SMEs รายย่อยและกลุ่มเปราะบางตามนโยบายรัฐบาล มีผล 1 พ.ค.นี้

วันที่ 26 เมษายน 2567 นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เผยผลดำเนินงาน บสย. ไตรมาส 1/2567 (ม.ค.-มี.ค.) ภายใต้นโยบายเชิงรุกเพื่อเสริมสภาพคล่อง SMEs ต่อเนื่องอนุมัติวงเงินค้ำประกันสินเชื่อรวมกว่า 14,432 ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการ SMEs 36,142 ราย ได้สินเชื่อ โดยมีสัดส่วนค้ำประกันสินเชื่อในกรุงเทพฯ 42% และต่างจังหวัด 58% โดยยอดค้ำประกันสูงสุด 3 ลำดับแรกมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17% ภาคใต้ 13% และภาคเหนือ 12%

ประเภทธุรกิจค้ำประกันสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ 1.ภาคบริการ 29% (4,287 ล้านบาท) 2.ภาคการผลิตสินค้าและการค้าอื่น ๆ 14% (2,085 บาท) 3.ภาคสินค้าอุปโภคบริโภค 11% (1,490 ล้านบาท) 4.ภาคธุรกิจสินค้าและเครื่องดื่ม 9% (1,288 ล้านบาท) และ 5.ภาคเกษตรกรรม 8% (1,168 ล้านบาท)

โครงการค้ำประกันสินเชื่อที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากสถาบันการเงิน ได้แก่ 1.โครงการค้ำประกันสินเชื่อดอกเบี้ยถูก พ.ร.ก.สินเชื่อฟื้นฟูระยะที่ 2 สัดส่วน 51% (7,201 ล้านบาท 1,296 ราย) สิ้นสุดรับคำขอ 9 เม.ย. 2567) 2. โครงการตามมาตรการรัฐ “บสย. SMEs เข้มแข็ง” (PGS 10) สัดส่วน 27% (3,833 ล้านบาท 33,857 ราย) 3.โครงการที่ บสย.ดำเนินการเอง สัดส่วน 21% (3,398 ล้านบาท 1,002 ราย) ได้แก่ โครงการ BI 7 (Bilateral) โครงการ Hybrid Guarantee

ขณะที่มาตรการช่วยลูกหนี้แก้หนี้ยั่งยืน ได้รับความสนใจจากลูกหนี้ บสย. จำนวนมากเข้าร่วมโครงการปรับโครงสร้างหนี้ ผ่อนน้อย เบาแรง หนี้ลด หมดเร็ว พร้อมอัตราดอกเบี้ย 0% สามารถช่วยลูกหนี้ได้รับการประนอมหนี้ ระหว่าง เมษายน 2565-31 มีนาคม 2567 รวมกว่า 14,000 ราย ขณะที่มาตรการ “ปลดหนี้” ไตรมาส 1/2567 (ม.ค.-มี.ค. 2567) มีลูกหนี้ร่วมโครงการจำนวน 66 ราย มูลหนี้กว่า 14 ล้านบาท โดยโครงการปลดหนี้เป็นโครงการนำร่องเฟสแรก ระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุด 30 มิ.ย. 2567

สำหรับการดำเนินงานในไตรมาส 2 ยังคงเน้นนโยบายเชิงรุก ตั้งเป้าช่วยผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงสินเชื่อต่อเนื่อง โดยมีโครงการที่ บสย.ดำเนินการเอง รองรับความต้องการสินเชื่อ ได้แก่ โครงการ BI 7 (Bilateral) โครงการค้ำประกันสินเชื่อ Hybrid Guarantee โครงการค้ำประกันสินเชื่อค่าธรรมเนียมค้ำประกันตามระดับความเสี่ยง (Risk Based Pricing : RBP)

โดย บสย.อยู่ในระหว่างการนำเสนอโครงการต่าง ๆ ต่อกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาอนุมัติ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อของผู้ประกอบการ SMEs ได้แก่

1.โครงการตามนโยบายรัฐ IGNITE Thailand วงเงินค้ำประกัน 5,000 ล้านบาท ร่วมกับธนาคารพันธมิตร ขณะนี้อยู่ในระหว่างเสนอต่อ ครม.

2.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS11 วงเงิน 50,000 ล้านบาท กำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการขออนุมัติและเสนอ ครม. คาดว่าจะช่วยผู้ประกอบการ SMEs กว่า 76,000 ราย

3.โครงการแก้ไขประกาศกระทรวงการคลัง การกำหนดให้นิติบุคคลผู้ให้บริการสินเชื่อเป็นสถาบันการเงิน (Non-Bank) ที่คาดว่าจะสามารถช่วยผู้ประกอบการเข้าในระบบได้มากกว่า 400,000 ราย

4.โครงการร่วมลงทุนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ (JV AMC) อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบความร่วมมือ เพื่อดำเนินการ ภายใต้กรอบเวลาตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ บสย. พร้อมให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล สมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามประกาศ 0.25% เพื่อช่วยเหลือ SMEs รายย่อย และกลุ่มเปราะบางต่อเนื่อง มีผล 1 พฤษภาคมนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บสย. ลดดอกเบี้ย 0.25% ช่วยกลุ่มเปราะบาง โชว์ไตรมาสแรกดันยอดค้ำพุ่ง 14,432 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...