รุ่นพี่ชี้แนะ! รีวิว คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เรียนอะไรบ้าง ต้องเก่งเลขจริงไหม?
พอเห็นหรือได้ยินคำว่า “เศรษฐศาสตร์” แล้วนึกถึงอะไรกันบ้างคะ นึกถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข? การคำนวณ? การเงิน? เศรษฐกิจ? การลงทุน? แนวโน้มและการวิเคราะห์? ถ้าน้องๆ นึกถึงสิ่งเหล่านี้ ยินดีด้วย! ถือว่ามาถูกเกือบเสี้ยวหนึ่งของทางแล้วค่ะ แต่ในวันนี้เราจะมาเติมเต็มความรู้และความเข้าใจที่มีต่อคณะเศรษฐศาสตร์ให้มากยิ่งขึ้นกับรีวิวจากรุ่นพี่ "คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์"อย่ามัวเสียเวลา มาดูกันเลยดีกว่า!
รุ่นพี่ชี้แนะ! รีวิว คณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ เรียนอะไรบ้าง ต้องเก่งเลขจริงไหม?
คณะเศรษฐศาสตร์ เรียกได้ว่าเป็นคณะสายสังคมที่น่าเรียนอีกคณะหนึ่ง ซึ่ง “อีคอน มธ.” เรียกได้ว่ามีหลักสูตรที่ครบครันและตอบโจทย์ในทุกๆ ด้านเลย อาทิ เศรษฐศาสตร์ทางการเมือง เศรษฐศาสตร์การเงิน และเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ พร้อมด้วยรายวิชาทันสมัยอีกมากมาย ซึ่งทุกหมวดวิชาต่างสอดแทรกแนวคิด ความรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองเพื่อสร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพค่ะ ดังนั้นในวันนี้เราจะมาดูกันว่าคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. มีความเป็นมา หลักสูตร และค่าธรรมเนียมการศึกษาเป็นยังไงบ้าง จากนั้นจึงมาดูรีวิวจากรุ่นพี่คณะนี้กันค่ะ
ความเป็นมาของ “คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นคณะเศรษฐศาสตร์แห่งแรกของประเทศไทย ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2492 อีกทั้งเป็น 1 ใน 4 คณะแรกของมหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบไปด้วย คณะนิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ที่ปรับมาจากหลักสูตรการศึกษาธรรมศาสตรบัณฑิตตอนเริ่มแรก อยากอ่านประวัติแบบเต็มๆ อ่านได้เลย
หลักสูตรที่เปิดสอน/อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับปริญญาตรี/ภาคการศึกษา
หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรภาษาไทย)
วิทยาเขต :ศูนย์รังสิต
- อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา : 14,200 บาท
หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ)
วิทยาเขต : ท่าพระจันทร์
- อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา : ปี 1 : 67,240 บาท / ปี 2, 3, 4 : 66,950 บาท
ดูอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาเพิ่มเติม
รีวิวจาก พี่เทล นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
หลักสูตรที่เรียนเป็นยังไงบ้าง?
หลักสูตรภาคปกติจะเป็นหลักสูตร 4 ปี แต่สามารถเรียนจบไป 3 ปีครึ่งได้ แม้ว่าหลักสูตรเขากำหนดไว้ 4 ปีแต่ทางคณะจะมีบอกไว้อยู่แล้วว่าต้องเรียนกี่หน่วยกิต เราก็ไปดูว่าอยากเรียนวิชาไหนเราก็เก็บตามหน่วยกิต หน่วยกิตครบก็จบได้
หลักสูตรของเราจะเป็นปี 61 ซึ่งเป็นปีที่เปลี่ยนหลักสูตรพอดี ตอนแรกใช้หลักสูตร 56 จุดเด่นของ เศรษฐศาสตร์ มธ. คืออาจารย์จะให้เสรีในการออกความคิดเห็น แล้วก็ไม่ได้เป็นฟีลแบบคิดเลขจ๋าอะไรขนาดนั้น เพราะจะเน้นวิเคราะห์และบรรยาย
ส่วนตัวทำไมเลือกสาขานี้?
ตอนมัธยมอยู่สายศิลป์-คำนวณ แต่ชอบเลขมากกว่าอังกฤษ แล้วได้คะแนน PAT1 โอเค ซึ่งตอนนั้น เศรษฐศาสตร์ มธ. รับ PAT1 อยู่ที่ 50% เลยคิดว่าน่าจะสู้ได้ อย่างตอนแรกไม่ได้อยากเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ แต่อยากเข้า มธ. เพราะคุณอาเรียนปริญญาโทที่นั่น แล้วเคยได้ไปก็เลยชอบ เราก็ดูว่ามีคณะไหนที่พอจะตรงกับสายที่เราเรียนมาแล้วเราค่อนข้างชอบบ้าง ตอนแรกคาดหวังแค่เราอาจจะสามารถดูสภาพเศรษฐกิจหรือวิเคราะห์เศรษฐกิจได้ แต่ก็รู้สึกว่าเป็นคณะที่ดูมีความท้าทายและน่าสนใจที่จะได้วิเคราะห์
แล้วมีรับน้องกับมีกิจกรรมอะไรบ้าง?
มีรับน้องของคณะกับรับน้องโต๊ะ แต่เราไม่ได้ไปรับน้องคณะเพราะตอนนั้นติดธุระ แล้วเขาก็ไม่ได้บังคับ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องว้ากแบบโซตัส เพื่อนๆ ที่ไปก็ยังไม่เห็น เหมือนแค่ไปทำกิจกรรมสนุกๆ อย่างเช่นเล่นเกมหรือแสดงละครเพื่อทำงานเป็นทีมแล้วจะได้รู้จักกัน ส่วนรับน้องโต๊ะก็ไม่ได้บังคับ แต่ส่วนใหญ่ก็จะไปกัน คณะเศรษฐศาสตร์จะมีการจับโต๊ะก่อนเข้ามาเรียน อย่างเราได้อยู่โต๊ะไม้สัก ในเครือข่ายโต๊ะก็จะจองที่เที่ยว ตอนนั้นเราได้ไปทะเลก็มีทำกิจกรรมคล้ายๆ รับน้องคณะ แต่อันนี้จะมีการจับสายรหัส ถ้าไม่ไปพี่เขาก็จะจับไว้ให้แล้วเดี๋ยวบอกภายหลัง
ส่วนกิจกรรมที่ให้เข้าร่วมกับมหา’ลัย เขาจะไม่ใช้คำว่ารับน้อง แต่ใช้คำว่ารับเพื่อนใหม่ ตอนแรกจะมี TU First Meet ที่ให้ไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ โดยแบ่งย่อยไปตามคณะในห้องใหญ่ๆ และพี่ๆ จะเข้ามาโปรโมทชมรม และมีวันแสงสีเสียงที่ไปรวมตัวกันที่ท่าพระจันทร์ โดยช่วงเย็นจะให้เข้าไปในหอประชุมฟังประวัติต่างๆ ของมหา'ลัย มีให้เลือกด้วยว่าเราจะไปทำจิตอาสาฐานไหน ตอนนั้นเราก็เลือกไปพิมพ์หนังสือให้คนตาบอด โดยส่วนตัวชอบ มธ. ตรงที่ว่าทุกอย่างอิสระหมดเลย ถ้าเราไม่อยากทำกิจกรรม เขาก็ไม่ได้บังคับให้เข้าร่วม หรือใครชอบกิจกรรมก็มีกิจกรรมให้ทำเยอะมากๆ
ม.ธรรมศาสตร์ ใส่ชุดอะไรมาเรียนก็ได้?
จริงๆ ตอนแรกเราก็มีความกังวลว่าไม่บังคับจริงๆ หรอ วันแรกก็ใส่ชุดนักศึกษาไปแต่เป็นส่วนน้อยมาก ส่วนใหญ่เขาจะใส่ชุดธรรมดาอย่างเสื้อยืดกับกางเกงขายาวเข้าเรียนกัน แต่มีอาจารย์บางคนที่อาจจะอยากให้ใส่ชุดนักศึกษา เพราะเพื่อนเคยพูดว่าเหมือนมีบางคณะที่ยังต้องใส่ชุดนักศึกษาอยู่ แต่คณะเราไม่บังคับเลย อยากจะใส่อะไรมาก็ได้ แต่ให้ดูตามความเหมาะสมนิดนึง
พูดถึงการเดินทางในมหา’ลัยหน่อยค่ะ
ธรรมศาสตร์กว้างมากๆ แทบจะเหมือนอาณาจักรหนึ่งเลย ส่วนใหญ่เราเริ่มเรียนกันตอน 09.30 น. เวลาไปเรียนก็จะขึ้นรถเอนจี้ (NGV) ซึ่งตอนนี้เหมือนจะเปลี่ยนจากรถร้อนเป็นรถแอร์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแทน แต่ช่วงใกล้ๆ เข้าคาบเรียน คนจะแน่นมาก ถ้าไม่ได้เร่งรีบก็อาจจะเดินไปกับเพื่อน แต่ถ้ารีบก็จะเรียกวิน แล้วช่วงปี 1 ที่มหา’ลัยใจดีมากๆ เขามีจักรยานสีเหลืองๆ ชื่อ “ออฟโฟ” ให้เราสแกนแล้วใช้ฟรีตามจุดต่างๆ ปั่นเล่นในมอได้
พูดถึงบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมในมหา’ลัยหน่อยค่ะ
มธ. ต้นไม้เยอะ แต่แดดก็ยังร้อนอยู่ดี แต่อยู่ไปสักพักก็จะรู้ว่ามันมีทางไหนให้เดินเชื่อมไปแต่ละตึกได้ แล้วคอนเฟิร์มว่ามีน้องตัวเงินตัวทองเยอะจริง เดินไปแต่ละตึกเจอบ่อยมากๆ แล้วน้องตัวใหญ่มากเหมือนจระเข้ เห็นบางทีแล้วตกใจ
ได้อยู่หอไหม มีหออะไรบ้าง แล้วหอโอเคไหม?
อย่างเราไม่ได้อยู่หอ แต่เพื่อนส่วนใหญ่อยู่หอในกัน เขาจะมีหอหลายแบบ ทั้งห้องที่อยู่กัน 2 คนกับห้องที่อยู่กัน 4 คน หอชายกับหอหญิง หอมีแอร์กับหอไม่มีแอร์ ถ้าห้อง 4 คนก็จะมีห้องกลางแล้วแบ่งย่อยออกไปเป็น 2 ห้อง ในห้องจะมีพวกเตียง โต๊ะเขียนหนังสืีอ แอร์ และไวไฟเราเตอร์ห้องหนึ่งเลย แล้วก็เดินไปเวฟของที่ชั้นที่มีไมโครเวฟได้ อย่างข้างล่างหอก็จะมีฟิตเนสกับคอร์ดแบดด้วย รู้สึกว่าหอ มธ. ค่อนข้างที่จะสะดวก เพราะเขาไม่ได้กำหนดเวลาเข้าออก ถ้าเราต้องทำงานตอนดึกๆ ก็สามารถกลับตอนไหนก็ได้ แต่ทางหอก็มีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นระบบสแกนใบหน้าก่อนเข้าด้านในบริเวณหอ
- ดูรายละเอียดหอพักเพิ่มเติม
ระหว่างรอเรียนคาบต่อไป เด็ก มธ. ชอบไปไหนหรือทำอะไร?
ด้วยความที่มหา’ลัยมีหอ ถ้าบางทีว่างนานมากๆ บางคนก็จะกลับหอไปนอนหรือไปทำกิจกรรมของตัวเองก่อน แล้วค่อยกลับมาเรียนช่วงบ่ายหรือช่วงเย็น แต่ด้วยความที่เราทันเรียนมหา'ลัยแค่ปี 1 กับปี 2 เทอม 1 ก็เลยอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตในมหา’ลัยเยอะ แต่ส่วนใหญ่ถ้าว่างๆ ก็อาจจะไปป๋วย (หอสมุดที่อยู่รังสิต) ถ้าใกล้สอบเราก็จะไปนั่งติวหนังสือกัน บางทีก็ไปนั่งตากแอร์ หรือบางคนก็อาจจะไปเล่นคอมที่ศูนย์การเรียนรู้ที่เรียกสั้นๆ ว่า ศกร.
แล้วรู้สึกว่าสวัสดิการของธรรมศาสตร์ดี อย่างตอนปี 2 เราไปทำกิจกรรมรอบๆ มอ ทั้งเต้นแอโรบิก ว่ายน้ำ เล่นโยคะกับเพื่อน เล่นฟิตเนสในมหา’ลัย มีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก หรืออย่างหอสมุดก็มีของทุกอย่างให้ยืมเลย ทั้งไอแพด ปลั๊กไฟ มีแม้กระทั่งไม้เซลฟี่ที่เป็นไม้ทำ Vlog แล้วตอนนี้ก็มีบอร์ดเกมให้ยืมได้ด้วย
อาหารการกินทั้งในและนอกมหา’ลัยเป็นยังไง?
โอ้โหดีมาก! จะบอกว่าตั้งแต่เข้ามหา’ลัยมาน้ำหนักขึ้นมากๆ ช่วงที่ยังไม่มีโควิดข้างนอกตอนเย็นๆ คึกคักมาก มีของกินขายเยอะ ส่วนข้างในก็มีหลายโรงอาหาร ทั้งโรงอาหารกลาง โรงอาหาร SC ที่เป็นโรงอาหารรวม และบางคณะก็จะมีโรงอาหารใต้คณะ ส่วนใหญ่เราไปกินที่โรงอาหาร SC แต่คนจะเยอะมาก บางทีก็ไปโรงอาหารกลางที่เรียกว่า กรีน (ย่อมาจาก กรีนแคนทีน) เราชอบร้านน้ำตกที่อยู่ข้างๆ ทางเข้าห้องน้ำโรงอาหารกลาง ร้านนั้นน้ำตกอร่อย เข้มข้น แล้วก็มีร้านชานมไข่มุกในโรงอาหารที่ชอบไปกินบ่อยๆ นอกจากนี้ก็มีร้านขายอาหารตามสั่งตามปกติ แล้วจะมีร้านน้ำในศูนย์หนังสือ ช็อกโกแลตปั่นอร่อยมากๆ ถ้าใครไปควรจะแวะกินเพราะมันเข้มข้นมากๆ ไปลองได้ ราคาอาหารโดยเฉลี่ยไม่แพงมาก ประมาณ 30-40 บาท
พูดถึงสังคมที่เรียนหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง?
สังคมโอเคเลย อย่างกลุ่มเพื่อนเราก็ค่อนข้างเป็นเด็กเรียนกันหมด ด้วยความที่เรามาจากสายศิลป์-คำนวณ แต่เพื่อนเราส่วนใหญ่มาจากสายวิทย์-คณิตแล้วก็ค่อนข้างเก่ง ก็อาจจะมีความกดดันบ้าง แต่เพื่อนๆ ก็ช่วยๆ กันเรียน อย่างช่วงปี 1 ปี 2 จะซัฟเฟอร์หน่อยเพราะตอนแรกยังปรับตัวไม่ได้ แต่คณะเราจะมีรุ่นพี่มาติววิชาบังคับให้ คนที่มาช่วยติวก็จะได้รายได้จากคณะด้วย พี่ๆ ก็จะเอาโจทย์เก่าๆ มาให้ลองทำแล้วก็อธิบายให้ฟัง
พูดถึงอาจารย์ที่คณะหน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง?
ส่วนใหญ่อาจารย์จะพยายามให้เราออกความคิดเห็นเยอะๆ อย่างเราก็อาจจะยังไม่ค่อยกล้าออกความคิดเห็น เพราะบางทีเรียนรอบหนึ่งก็ยังไม่เข้าใจอะไรขนาดนั้น แต่เวลาฟังเพื่อนคนอื่นออกความคิดเห็นก็ได้มุมมองใหม่ๆ เยอะมาก อาจารย์จะคอยบอกตลอดว่าเราสามารถออกความคิดเห็นได้เลย เพราะบางทีเศรษฐศาสตร์ไม่ได้มีถูกมีผิดแบบตายตัวขนาดนั้น บางทีอาจารย์ยังชมบางคนว่ามีความคิดนอกกรอบดี ก็ทำให้จุดประกายอาจารย์ด้วย
ส่วนตัวคิดว่าถ้าไม่เก่งเลขจะเรียนคณะนี้ได้ไหม?
จริงๆ เรารู้สึกว่าเรียนได้ บางคนอาจจะรู้สึกว่ามันใช้เลขเยอะมาก มันก็ใช้เลขแต่อยู่ที่วิชาที่เราเลือกด้วย อย่างในหลักสูตรจะแบ่งออกเป็นหลายๆ หมวด เช่น หมวดทฤษฎี หมวดปริมาณ หมวดการคลัง หมวดการพัฒนา ซึ่งหมวดปริมาณจะใช้เลขค่อนข้างเยอะ แต่บางหมวดก็ไม่ได้ใช้เลขมากขนาดนั้น
ตอนปี 1 เราได้เรียนวิชามหภาคแล้วหลายๆ คนก็น่าจะกลัวว่าเลขมันจะยาก แต่อาจารย์ก็พูดประมาณว่า เลขเป็นเหมือนสื่อกลางที่จะเป็นภาษาให้คนทั้งโลกเข้าใจผลลัพธ์ที่ออกมาได้ตรงกัน เลขมันอาจไม่ได้ซับซ้อนอะไรขนาดนั้น (แล้วแต่วิชาที่เลือกลงเรียน) แต่ว่ามีสูตรมีอะไรให้ แล้วความยากมันจะอยู่ที่เราจะเอาตัวเลขที่ได้มาแปลเป็นภาษาคนยังไง ได้ผลจากมันยังไง ก็เลยคิดว่าจริงๆ แล้วคนไม่เก่งเลขก็เรียนได้ แต่อาจจะมีความท้าทายตรงการวิเคราะห์มากกว่าว่าเลขที่เราได้มามันจะสื่ออะไร
พูดถึงการเรียนโดยภาพรวมในแต่ละชั้นปี(อาจไม่ตรงตามแผนการศึกษาในหลักสูตร)
ตอนปี 1จะมีวิชาที่ทุกคณะต้องเรียนคือพวกวิชา TU จะเป็น TU100 TU101 แต่ตอนปีเราเขาจะเลือกมาให้ว่าได้เรียนเซคไหน บางทีเรากับเพื่อนก็ไม่ได้เรียนเซคเดียวกัน แต่ที่ถามรุ่นหลังๆ เห็นเขาบอกว่าให้เลือกลงเองแล้วก็เลยไม่แน่ใจ ทีนี้ก็จะมีวิชาบังคับ 4 ตัวที่ต้องเรียนคือจุลภาค(รหัส EC211) กับมหภาค(รหัส EC212) ที่เด็กเศรษฐศาสตร์เรียกเป็น หลัก 1 หลัก 2 แล้ววิชาเลขจะมีสแตท (รหัส ST216) กับแคลคูลัส(รหัส MA216) นอกจากนี้เราต้องเรียนวิชาเสรี2 ตัวก็ไปเลือกลงได้ แล้วก็จะต้องเรียนวิชาที่เขาเรียกว่า ส่วน 2เป็นวิชาพื้นฐานมากๆ ของคณะนั้นๆ หรือวิชา TU ที่นอกเหนือจากที่บังคับไป คล้ายๆ เสรีแต่ไม่ใช่เสรี เราก็ไปเลือกลงเองได้ว่าจะเรียนอะไร ซึ่งเราเลือกวิชาดูหนังที่เขาแนะนำกันมา อาจารย์ก็จะเปิดหนังให้ดูแล้วมาวิเคราะห์ว่าตัวหนังทำมายังไงและกำลังสื่ออะไร
พอขึ้นปี 2 เราก็จะจัดตารางเองแล้ว เราต้องเลือกว่าจะเรียนวิชาโทอะไร จะเรียนโทบริหาร โทบัญชี หรือโทคณะอะไรก็ได้ แต่วิชานอกคณะบางวิชา 3 ชั่วโมง เราก็ต้องจัดตารางให้ไม่ชนกัน แล้วจะมีวิชาบังคับอยู่คือ หลัก 3 กับ หลัก 4 เป็นวิชาจุลภาค (รหัส EC311)กับมหภาค (รหัส EC312) ที่เชิงลึกลงไป มีวิชาภาษาอังกฤษสำหรับนักเศรษฐศาสตร์ด้วยแล้วก็มีวิชาคณิตเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น(รหัส EC320) ที่จะเรียนพวกแคลคูลัสผสมในนั้น แต่จะเป็นการเอาเลขมาประยุกต์กับเศรษฐศาสตร์ อาจจะหาอุปสงค์อุปทาน หาค่าความยืดหยุ่น สุดท้ายเป็นวิชาเศรษฐมิติเบื้องต้น(รหัส EC325) ก็จะได้ Run Regression ใช้โปรแกรมสเตต้า (STATA)
พอปี 3 ปี 4 จะเป็นวิชาที่เราเลือกลงเอง คณะจะให้ลงวิชาบังคับเฉพาะด้าน EC4007 ตัว แล้วก็ลง EC3003 ตัวจากหลักสูตรเลย คล้ายๆ วิชาเสรีแต่เป็นเสรีในคณะ ลงตอนไหนก็ได้ไม่บังคับ แล้วเหมือนปีรุ่นพี่เราจะได้เลือกสาขาแล้วต้องเรียนวิชาตามนั้น แต่อย่างปีเราไม่ต้องเลือกสาขาแล้ว แต่เวลาที่เราจะไปสัมมนาตอนปี 4 สมมุติว่าเราจะเลือกสัมมนาสาขาระหว่างประเทศ เราก็ต้องเรียนตัวระหว่างประเทศให้ครบ ส่วนนอกนั้นเราจะเรียนวิชาอะไรก็ได้ตามความสนใจว่าอยากลงเรียนหมวดไหน ซึ่งสัมมนาในความหมายของคณะเราคือการทำวิจัยหรือการทำเล่มจบ
พูดเกี่ยวกับการฝึกงานหน่อย
เราฝึกงานช่วงปี 3 ขึ้นปี 4 ประมาณ 2 เดือน (ตามหลักสูตรไม่น้อยกว่า 135 ชั่วโมง) ซึ่งต้องไปหาที่ฝึกงานเอง เราก็ได้ลองไปทำที่บริษัทแห่งหนึ่งในฝ่าย HR จริงๆ มันไม่ได้เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ขนาดนั้น แต่เศรษฐศาสตร์ก็ค่อนข้างกว้าง เอาไปประยุกต์ใช้ได้หลายงาน แล้วปีเราเป็นปีแรกที่บังคับฝึกงาน และเหมือนเป็นปีแรกที่คณะจะต้องทำเรื่องฝึกงานให้เด็ก ประจวบกับโดนโควิดอีก ก็ทำให้ช่วงนั้นค่อนข้างวุ่นวายอยู่พอสมควร ถ้าคนไหนหาที่ฝึกงานไม่ได้ คณะก็จะมีวิชาที่ทดแทนฝึกงานให้ เป็นการทำวิจัยหรือทำรายงาน เพื่อนเราบางคนก็เลือกมาเรียนวิชานี้
ต้องเตรียมอุปกรณ์การเรียนอะไรบ้างไหม?
คณะเราส่วนใหญ่จะมีชีตก่อนเข้าเรียน คณะกับมหา'ลัยก็จะมีงบประมาณในการพรินต์ชีตให้แต่ละเทอม ถ้าเอามารวมๆ กันก็รู้สึกว่าทั้งปีเราก็ยังใช้ไม่หมด ก็รู้สึกว่าตรงนี้เป็นสวัสดิการที่ดีที่ให้นักศึกษาได้พรินต์งานฟรี แล้วบางวิชาอาจารย์อาจจะแนะนำหนังสือนอกเวลาให้เราไปอ่านเพิ่มเติม แต่บางทีไปยืมห้องสมุดก็ได้
ได้ทำกิจกรรมอะไรในหลักสูตร/รายวิชาในสาขาบ้าง?
เราตรงกับช่วงโควิดก็ค่อนข้างจะไม่ได้ไปข้างนอก แต่อาจารย์ก็เคยเล่าให้ฟังว่าถ้าไม่ติดโควิด อาจารย์ก็จะพาไปดูงาน
งานเยอะงานหนักหรือเปล่า?
คณะเราการบ้านไม่เยอะ แต่สอบเยอะ อาจารย์ส่วนใหญ่จะเก็บคะแนนโดยการควิซในห้อง แต่ก็มีการบ้านพวกแบบฝึกหัดที่ต้องเอาไปฝึก แต่บางทีอาจารย์ให้มาแล้วก็ไม่บังคับให้ทำ บางวิชาสอบ 100% ก็มี แต่ก็มีวิชาที่ให้ทำชิ้นงานเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเล็กๆ ฟีลเหมือนทำรายงาน อาจจะทำวิจัยหรือทำการวิเคราะห์อะไรตามที่อาจารย์สั่ง
รูปแบบของการสอบกับการตัดเกรดเป็นยังไงบ้าง?
ตั้งแต่เราเรียนมายังไม่เจอช้อยส์เลย คิดว่ามากสุดก็คงถูกผิด แต่ก็ต้องบอกเหตุผลอยู่ดี ส่วนใหญ่จะให้บรรยายและวิเคราะห์ ถ้าอาจารย์ไม่ได้กำหนดหน้า ข้อหนึ่งก็เขียน 2-3 หน้าเลย แต่ละวิชาครั้งหนึ่งก็เขียนไม่ต่ำกว่า 5 หน้า โดยอาจจะให้โจทย์เรามาเป็นหน้า แล้วให้อ่านเนื้อเรื่องแล้วก็วิเคราะห์ตามทฤษฎีที่เรียนมา หรือให้สถานการณ์มาแล้วก็คิดเลขตามทฤษฎีแล้วอธิบายว่าเลขนี้บอกอะไร
พอเป็นช่วงโควิด เวลาสอบส่วนใหญ่อาจารย์จะให้เทคโฮมในเวลาที่กำหนด ช่วงนั้นอาจารย์จะไม่ซีเรียสเรื่องเปิดหนังสือ อยากจะเปิดก็เปิดได้ เพราะอาจารย์ก็รู้อยู่แล้วว่าเราไม่สามารถไปลอกได้ ถ้าลอกก็โดนจับได้แน่นอนเพราะมันเป็นบรรยาย แต่หนังสือบางทีมันเป็นแค่ไกด์ไลน์ เราต้องเอาทฤษฎีมาประยุกต์กับคำถามอาจารย์ให้ได้ เลยรู้สึกว่าเปิดหนังสือบางทีก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไหร่
ส่วนการตัดเกรดขึ้นอยู่กับอาจารย์แต่ละคน บางวิชาถ้าทั้งห้องได้คะแนนเกินเกณฑ์ที่กำหนดก็อาจจะได้ A ทั้งห้องเลย หรือบางวิชาอาจจะตัดอิงกลุ่มโดยดูว่าแต่ละคนในห้องได้คะแนนเท่าไหร่แล้วจะมีเกณฑ์ของอาจารย์อีกที แต่ส่วนใหญ่อิงกลุ่มอิงเกณฑ์ผสมกัน ซึ่งเรารู้สึกว่าตัดเกรดสูงเกือบทุกวิชาเลย ถ้าอยากจะได้ A แบบเซฟๆ เลยต้องได้ 85 คะแนนขึ้นไป
อะไรที่ทำให้เครียดที่สุดกับการเรียนในคณะนี้?
สำหรับเราช่วงแรกๆ จะเครียด เพราะยังจับทางไม่ถูกกับการเรียนเศรษฐศาสตร์ ด้วยความที่เราเรียนมัธยมเป็นช้อยส์ แต่อันนี้เวลาสอบต้องบรรยายหมดเลย ถ้าเราไม่รู้ เราก็ไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรลงไป ส่วนใหญ่คณะเราพอมีควิซเยอะก็ต้องอ่านสะสมมาก่อนหน้านี้แล้ว อาจจะไม่ได้มาอัดอ่านตอนมิดเทอมหรือไฟนอล เพราะอาจารย์ต้องการให้เราอ่านมาเรื่อยๆ อยู่แล้ว แต่ก็ยังยากอยู่เพราะไม่ใช่อ่านแค่รอบเดียวแล้วจะเข้าใจ
ชอบ/ประทับใจวิชาอะไรมากเป็นพิเศษ?
จริงๆ เราชอบวิชาหลัก 4 ที่เป็นมหภาคที่มันลึกลงไป ส่วนตัวเราว่ามันค่อนข้างสนุก เพราะพอมองภาพใหญ่รู้สึกว่าเวลาที่เรียนมันได้อะไรเยอะ ทำให้เรามององค์รวมเศรษฐกิจได้ดีขึ้น เข้าใจมากขึ้นว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เศรษฐกิจจะเป็นยังไง แล้วจะมีวาดกราฟด้วยเยอะเหมือนกัน
พอมาช่วงปี 3 ปี 4 ที่เจาะลงไปตามหมวดแล้ว จะมีหมวดหนึ่งที่เรียนแล้วรู้สึกเอนจอยคือ หมวด 6 เป็นหมวดการพัฒนาเรียนประมาณว่าความเหลื่อมล้ำคืออะไร สาเหตุของความเหลื่อมล้ำ จะพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้างยังไงให้ลดความเหลื่อมล้ำ หรือการพัฒนานโยบายให้ปัญหาพวกนี้หมดไป เรารู้สึกชอบเพราะตอนนั้นวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาคว่าด้วยการพัฒนา(รหัส EC461) อาจารย์จะเอางานวิจัยมาให้ดูข้อมูลสถิติแล้วอธิบายให้ฟังว่า การทดลองนี้บอกอะไร แก้ปัญหาตรงไหน แล้วก็สอนอ่านค่า กับวิชาเศรษฐศาสตร์มหภาคว่าด้วยการพัฒนา(รหัส EC462) อาจารย์จะชอบเอาสถิติมาให้ดูอย่างเช่นสถิติน้ำหนักเฉลี่ยของคนแต่ละพื้นที่หรือแต่ละประเทศ แล้วจะอธิบายว่าพอดูน้ำหนักแล้วเราจะรู้อะไรเกี่ยวกับเศรษฐกิจในตอนนั้น ทุกคาบอาจารย์แทบไม่มีสไลด์ที่เป็นตัวหนังสือ แต่จะเป็นข้อมูลสถิติอย่างกราฟ แล้วก็อาจจะโชว์รูปขึ้นมาว่าเห็นอะไรในนี้และมันจะสื่ออะไร จากนั้นก็จะให้เราดิสคัสกันเลยในห้อง
กระซิบนิดนึง วิชาไหนที่โหดที่สุด?
วิชาที่รู้สึกว่าโหดสุดคือหลัก 3ที่เป็นจุลภาคมหภาคจะดูภาพรวมเศรษฐกิจทั้งโลกหรือทั้งประเทศ แต่จุลภาคจะดูย่อยลงไปอย่างหน่วยครัวเรือน หน่วยเล็กๆ หรือภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ค่อนข้างยากมากเพราะตอนนั้นเรายังไม่ค่อยเข้าใจตัวทฤษฎี แล้วช่วงนั้นเราเรียนหลัก 3 ก่อนหลัก 4 เลยรู้สึกว่ากราฟหน้าตาแปลกๆ เยอะมาก มีความช็อกนิดนึง แล้วด้วยความที่เศรษฐศาสตร์ไม่ได้เป็นวิชาชีพ แต่เรียนเป็นทฤษฎีก็เลยค่อนข้างมองเห็นภาพยาก
มีงานไหนที่ทำแล้วรู้สึกชอบ/รู้สึกภูมิใจบ้างไหมว่าเราทำได้ยังไง!
ส่วนใหญ่คณะเราจะให้ทำวิจัยหรือพวกเปเปอร์ค่อนข้างเยอะ ก็อาจจะไม่ได้ภูมิใจขนาดนั้น แต่รู้สึกว่าเราก็เก่งเนอะ ทำออกมาได้ อาจารย์จะให้เราไปกำหนดหัวข้อมาเองว่าเราอยากศึกษาอะไร อย่างตอนนั้นเราเรียนหมวดการคลัง อาจารย์ก็ให้ไปหาหัวข้อเกี่ยวกับรายรับหรือรายจ่ายของรัฐบาล ตอนนั้นเราทำวิจัยหัวข้อประมาณว่าคนละครึ่งกับเราชนะช่วยเศรษฐกิจยังไง และส่งผลเสียยังไงกับเศรษฐกิจ แล้วก็ทำหัวข้อภาษีสุราว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องสุราได้จริงหรือเปล่า ก็รู้สึกว่าท้าทายดี
เรียนจบคณะนี้ไปสามารถประกอบอาชีพอะไรได้บ้าง?
เศรษฐศาสตร์เราว่าทำได้แทบทุกอาชีพเลย เพราะมันช่วยให้เราคิดวิเคราะห์เป็นเหตุเป็นผลได้ดีเลยรู้สึกว่าสายงานค่อนข้างกว้าง อาจไปเป็นนักเศรษฐกร โบรกเกอร์ นักการเมือง นักวิเคราะห์ นักวิจัย ไปสายบริหาร หรือจะไปสายนิเทศก็ยังได้อย่างเขียนบล็อก, Content Writer, Content Creator
วางแผนการทำงานไว้ว่ายังไงในตอนแรก แล้วปัจจุบันทำงานอะไร?
ตอนแรกเราไม่ได้วางแผนอะไรเท่าไหร่ ด้วยความที่ยังไม่ค่อยรู้ว่าชอบอะไรจริงๆ แต่ตอนนั้นคิดว่าอาจจะอยู่ในสายบริหาร หรืออาจจะไปทำ Marketing เพราะตอนมหา’ลัยมีโอกาสได้ไปทำ Case Study ต่างๆ ของฝั่งบริหารมาบ้าง ได้ไปแข่งเคสพวก Business Case หรือ Marketing Case ก็รู้สึกเอนจอยและมีความสนใจที่จะทำงานในสายการตลาดเหมือนกัน ส่วนตอนนี้ก็ทำ E-Commerce ของบริษัทแห่งหนึ่งในตำแหน่ง Key Account Management
สุดท้ายนี้ฝากอะไรถึงน้องๆ หน่อย
ถ้าน้องๆ คนไหนอยากมาเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ก็ลองดู เศรษฐศาสตร์ก็เป็นศาสตร์ที่ค่อนข้างกว้าง ตอนแรกจำได้ว่าเคยฟังพี่ศิษย์เก่าที่เรียนเศรษฐศาสตร์มาแล้วรู้สึกว่าไม่เอาแน่ๆ จะไม่เข้าคณะนี้ รู้สึกไม่ชอบ แต่พอได้มาเรียนแล้ว มันก็มีความยากและความท้าทายในตัวมัน พอเรียนก็ได้อะไรหลายๆ อย่าง ได้คิดวิเคราะห์ ได้มองอะไรให้มันกว้างแล้วก็มีเหตุผลมากขึ้น หรือถ้าใครชอบเลข คณะนี้ก็ได้สนุกกับเลขเหมือนกัน หรืออาจจะไม่ต้องคณะเศรษฐศาสตร์ก็ได้แต่ว่ามาเรียนที่ธรรมศาสตร์ เรารู้สึกว่าธรรมศาสตร์ให้อิสระเยอะมาก มีกิจกรรมหลายๆ อย่าง มีสวัสดิการให้นักศึกษาค่อนข้างดีมากๆ เลยรู้สึกว่าเลือกธรรมศาสตร์ได้น้า มาได้เลย ยินดีต้อนรับ!
- ดูรายละเอียดหลักสูตรแบบเต็มๆ
- ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
โห น่าเรียนมากๆ เลยค่ะพี่เทล เป็นคณะที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ชีวิตประจำวันของเราไปจนถึงระดับประเทศเลย อีกทั้งทำให้เราได้รู้จักตั้งคำถามและวิเคราะห์เพื่อหาวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ถ้าน้องๆ คนไหนมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถคอมเมนต์ทิ้งไว้ด้านล่างได้เลยนะคะ ครั้งต่อไปจะมีรีวิวคณะไหนอีกบ้าง รอติดตามกันน้า!