โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คลังเตรียมแก้กฎหมาย ลดเวลาติดแบล็กลิสต์ เครดิตบูโร ช่วยลูกหนี้ กลับมากู้ใหม่ได้

สยามนิวส์

เผยแพร่ 31 พ.ค. 2567 เวลา 00.52 น. • สยามนิวส์
คลังเตรียมแก้กฎหมาย ลดเวลาติดแบล็กลิสต์ เครดิตบูโร ช่วยลูกหนี้ กลับมากู้ใหม่ได้

เมื่อวันที่ 30 พ.ค.67 tnnthailand รายงานว่า นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด หรือ ARI-AMC ว่า บริษัทร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสิน และบริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) มีเป้าหมายช่วยลูกหนี้รายย่อยให้หลุดพ้นจากการเป็นหนี้เสีย และนำประวัติออกจากเครดิตบูโร ให้เป็นลูกหนี้ปกติที่สามารถเข้าสู่ระบบเข้าถึงสินเชื่อได้ ซึ่งขณะนี้ระยะเวลาการติดแบล็คลิสต์ (Blacklist) ทางเครดิตบูโร เป็นข้อที่น่าสังเกตว่ายาวนานเกินไปหรือไม่ เพราะผู้ที่มีประวัติเป็นหนี้เสีย ติดแบล็คลิสต์รวมนานถึง 8 ปี ในกระบวนการตัดหนี้เสียของสถาบันการเงิน จะต้องใช้เวลา 5 ปี และถูกเก็บประวัติการชำระหนี้ไว้ที่เครดิตบูโรอีก 3 ปี รวมเป็น 8 ปี

ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลานานเกินไป เห็นว่าในขั้นตอนนี้น่าจะมีการพิจารณาปรับลดเวลาลง เช่น เหลือติดแบล็กลิสต์แค่ 2 ปี บวกกับ 3 ปี หรือเหลือ 1 ปี บวกกับ 3 ปี ซึ่งจากนี้จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อให้ประชาชนกลับมาเป็นสถานะหนี้ผ่อนปกติหรือหนี้ปิดบัญชี จะทำให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ในอนาคต และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบได้ ซึ่งคงต้องไปดูกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อน

ทั้งนี้ ตามหลักการเมื่อลูกหนี้เป็นหนี้เสีย คือ ขาดการผ่อนชำระนานเกิน 3 เดือน สถาบันการเงินจะทำบัญชีผู้เสียประวัติทางเครดิต ทำให้ไม่สามารถกู้เงินในระบบสถาบันการเงินได้นาน 5 ปี และจากนั้นยังเก็บประวัติต่อไปอีก 3 ปี ซึ่งแม้จะกู้ได้แต่ก็อาจต้องเสียดอกเบี้ยสูงขึ้น หรือได้วงเงินน้อยลง กลายเป็นผลเสียกระทบต่อลูกหนี้มีประวัติเป็นหนี้เสียนานถึง 8 ปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...