โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่ซิลิโคนในผลิตภัณฑ์เส้นผม ไม่ได้ทำให้ผมร่วง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 19 พ.ค. 2567 เวลา 09.33 น.

รู้หรือไม่ซิลิโคนในผลิตภัณฑ์เส้นผม ไม่ได้ทำให้ผมร่วง

หลายครั้งเรามักจะได้ยินคำโฆษณา ของเหล่าผลิตภัณฑ์เส้นผมมากมายว่าปราศจากซิลิโคน ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดกล่าวถึงโทษของ ซิลิโคนในเส้นผม แต่ก็ทำให้ใครหลายคนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงซิลิโคนในผลิตภัณฑ์เส้นผมแทน วันนี้ THE ROOM44 จะชวนทุกคนมาไขข้อสงสัยเรื่องนี้กันค่ะ

ซิลิโคน (Silicone)คืออะไร?

ซิลิโคน (Silicone) เป็นสารกลุ่มโพลิเมอร์สังเคราะห์ มักใช้เป็นส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ซิลิโคน เป็นสารที่ไม่ละลายน้ำ จึงล้างออกได้ค่อนข้างยาก ส่วนมากจะใช้เติมลงในแชมพูและครีมนวดผม เพื่อเป็นการเคลือบปิดเกล็ดผมม ช่วยให้ผมเรียบลื่น ไม่ชี้ฟู แลดูหนามากขึ้น

ทำไมต้องใส่ซิลิโคนในแชมพู?

ซิลิโคนเป็นส่วนผสมกันน้ำที่สามารถเคลือบเส้นผมได้ ซึ่งการเคลือบเส้นผมของซิลิโคนสามารถช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นของเส้นผมและแน่นอนว่าเมื่อผมมีความชุ่มชื้น ปัญหาผมแห้งชี้ฟูก็ลดลงด้วยเช่นกัน ที่สำคัญเมื่อซิลิโคนเคลือบเส้นผมแล้ว ในเวลาที่เราจัดแต่งทรงผมด้วยเครื่องทำความร้อน ซิลิโคนสามารถปกป้องเส้นผมได้อีกด้วย

ซิลิโคนแบบไหนนิยมใส่ในเส้นผม?

ซิลิโคนมีหลายรูปแบบ สังเกตได้ง่ายๆว่าส่วนผสมที่ลงท้ายชื่อด้วย-cone มักเป็นหนึ่งรูปแบบของซิลิโคนเสมอ แต่ซิลิโคนที่นิยมใช้จะมีทั้ง Cyclomethicone, Amodimethiconeและ Dimethicone ซึ่งทั้งสามรูปแบบนี้สามารถใช้บนเส้นผมได้อย่างปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตามให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ตามรูปแบบของเส้นผมเราเสมอ ไม่ใช่เพียงหันขวดหาแต่ส่วนผสมเหล่านี้เพียงอย่างเดียว

แต่เมื่อใดที่เราเห็นแชมพูหรือผลิตภัณฑ์ที่เขียน "Silicone-Free" แท้จริงแล้วไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์นั้นไม่มีซิลิโคนเลยแม้แต่น้อย แต่มีเฉพาะซิลิโคนที่ปลอดภัยกับเส้นผม และหากอ่านถึงตรงนี้แล้วก็อย่าได้คิดไปว่าผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เขียน "Silicone-Free" จะมีซิลิโคนที่อันตรายต่อเส้นผม แต่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นไม่ได้ใช้วลีดังโฆษณาตามเทรนด์เท่านั้นเอง

5 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับซิลิโคน ในผลิตภัณฑ์เส้นผม

1. ซิลิโคนมีประโยชน์ต่อเส้นผม

ซิลิโคนช่วยทำให้ผมไม่พันกัน จึงช่วยลดการขาดร่วงได้ และปรับสภาพเส้นผมให้อ่อนนุ่มลื่น ช่วยคงความชุ่มชื้นให้เส้นผมดูเงางาม ทั้งยังป้องกันเส้นผมจากความร้อนได้อีกด้วย

2. ซิลิโคนไม่ได้ทำให้ผมร่วง และไม่ได้ก่อให้เกิดการคันบนหนังศีรษะ

ซิลิโคนมีความปลอดภัยสูงและใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผม รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ทางอาหาร และทางการแพทย์ โดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือระเคืองต่อผิวหนังหรือเส้นผม ไม่ได้ทำให้ผมร่วง หรือ ให้ก่อให้เกิดการคันบนหนังศีรษะ (ยกเว้นในบางรายที่มีการแพ้ซิลิโคนชัดเจนเท่านั้น)

บางครั้งสาเหตุของผมร่วงอาจจะมาจากการทำความสะอาดที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ได้ล้างผลิตภัณฑ์ออกอย่างสะอาดหมดจด จึงอาจส่งผลให้หนังศีรษะเกิดอาการระคายเคืองได้

3. ซิลิโคนไม่ได้มีผลต่อการดัดหรือย้อมสีผม

ซิลิโคนทำหน้าที่เคลือบเส้นผมให้เงางามและปกป้องเส้นผมจากการถูกทำร้ายทั้งการเสียดสีจากการหวี หรือจากสารเคมี ดังนั้นซิลิโคนจึงไม่ได้มีผลเสียต่อผมดัดหรือย้อมสีผมแต่อย่างใด

แต่กลับมีประโยชน์ในการช่วยให้ผมที่เสียจากการดัดหรือย้อมสีผมได้รับการเคลือบบำรุงมากขึ้น และในขั้นตอนก่อนการดัดหรือย้อมสีผมนั้นเพียงสระด้วยแชมพูทั่วไปเพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกแล้วจึงต่อด้วยขั้นตอนการดัดหรือย้อมสีผมได้เลย

4. ซิลิโคนไม่มีสารอันตรายที่ทำร้ายเส้นผม

ซิลิโคนเป็นสารกลุ่มพอลิเมอร์ที่มีองค์ประกอบหลายอย่างเช่น ซิลิคอน คาร์บอน ออกซิเจน ที่มีคุณสมบัติในการเกิดเป็นฟิล์มบางที่เคลือบปิดบนพื้นผิวได้ จึงเปรียบเสมือนมีเกราะคุ้มกันพื้นผิวไว้

ด้วยคุณสมบัติเด่นนี้ ซิลิโคนจึงถูกเลือกมาใช้ในแวดวงเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนตัว และซิลิโคนเองไม่ได้เป็นอันตรายหรือทำร้ายต่อเส้นผมและหนังศีรษะ แต่กลับมีประโยชน์ในการช่วยปกป้องเส้นผมไม่ให้เสียได้ ช่วยลดการเสียดสีระหว่างเส้นผมแต่ละเส้น ทั้งยังเพิ่มความเปล่งประกายให้กับเส้นผม

5. ซิลิโคนในแชมพูหรือครีมนวดผม ไม่สามารถไปอุดตันรูขุมขนได้

ซิลิโคนที่ใช้ในแชมพูหรือครีมนวดผมนั้นมีทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับประเภทของเส้นผม ซึ่งซิลิโคนที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะถูกพัฒนาให้มีการทำงานเป็นฟิล์มบางที่เคลือบอยู่บนผิวด้านนอกของเส้นผมได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่ได้มีผลกับหนังศีรษะที่มีรูขุมขนอยู่ และไม่สามารถไปอุดตันรูขุมขนได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...