อย่าเล่นกับปืน
ไม่ควรเป็นเรื่องก็เป็นเรื่องครับ
ตอนนี้ดรามา “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ลามเป็นไฟลามทุ่ง
ทัวร์ลงนายกฯ อนุทินยิ่งกว่าทัวร์จีนผสมอินเดีย
ต้นเรื่องมาจากนายกฯ อนุทินอีกแล้วครับท่าน
มาจากประโยคที่ว่า…
“…ยิงในบ้านก็ไม่ได้ ลองไปยิงโจรในบ้านก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น…”
ทัวร์ลงยับ!
จะไปว่าทัวร์เขาก็ไม่ได้ครับเพราะท่านพูดไม่หมด พูดไม่ครบ
องค์ประกอบยิงโจรในบ้านมันมีเยอะครับ ทั้งพฤติการณ์และข้อกฎหมาย จะไปสรุปว่าการยิงโจรขึ้นบ้านทุกกรณีเป็นความผิดไม่ได้
ที่จริงนายกฯ อนุทินก็รู้ แต่เพราะพูดไม่หมดนี่แหละครับ มันถึงเป็นปัญหา
คงไม่มีอะไรไปแนะนำท่านหรอกครับ แต่จะบอกว่า ผู้นำประเทศต้องสื่อสารกับประชาชนให้ชัด พูดให้ครบให้ชัดเจน แล้วปัญหาการตีความมันจะไม่มี
พูดเล่นได้เป็นบางกรณี
แต่พูดเล่นบ่อยไปก็ไม่ดี
ดู “ป๋าเปรม” เป็นตัวอย่าง แต่ไม่ต้องถึงขั้นนั้น ให้ได้สักครึ่งของ “ป๋าเปรม” ก็หรูแล้วครับ
พูดเท่าที่ต้องพูด พูดตามหน้าที่ความรับผิดชอบ ไม่ออกนอกเรื่อง
ไม่ตอบโต้จุกจิกน่ารำคาญ
เพราะคำพูดของผู้นำประเทศ มีความศักดิ์สิทธิ์
คำไหนคำนั้น
จะเปลี่ยนไปเรื่อยไม่ได้
พูดแล้วไม่ต้องให้มีคนมาคอยขยายความ หรือมีคนมาคอยแปลไทยเป็นไทย
ฉะนั้นสื่อสารให้ชัดเสียแต่แรกครับ เพราะการมาแก้ไขคำพูดนั้นบางครั้งไม่อาจลบคำพูดแรกไปได้
เผลอๆ จะทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่า โจรบุกเข้ามาถือมีดถือปืนมาด้วย แต่ไม่กล้ายิงป้องกันตัวเพราะกลัวมีความผิด สุดท้ายถูกโจรยิงตายยกครัว
มันใช่เรื่องหรือครับ
ครับ…บรรดากูรูยกข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกา มาชี้ให้เห็นกันเยอะแล้วว่า ยิงโจรขึ้นบ้านแบบไหนผิด และยิงแบบไหนไม่ผิด ที่จริงมันไม่ใช่เรื่องยิงอย่างเดียว มันยังมีอะไรที่ซับซ้อนกว่านี้
มีด ไม้ ถือเป็นอาวุธหมด
มาดูกันครับว่าเจ้าของบ้านป้องกันตัวภายในบ้าน ในที่ดินของตัวเอง อย่างไรผิด และอย่างไรไม่ผิด รวมทั้งผู้บุกรุกตายฟรีหรือไม่อย่างไร
ถืออาวุธเข้าไปแทงคนในบ้านผู้เสียหายเป็นความผิดฐานบุกรุกเข้าไปในเคหสถานโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือเป็นความผิดฐานบุกรุกเพื่อเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์
ฎีกาที่ ๓๕๒๘/๒๕๕๙
ผู้ตายจะใช้มีดดาบทำร้ายจำเลยก่อน จำเลยย่อมมีสิทธิจะกระทำเพื่อป้องกันตนเองให้พ้นจากการประทุษร้ายของผู้ตาย มีดดาบที่ผู้ตายใช้ฟันทำร้ายจำเลยยาวประมาณ ๑ ช่วงแขนสามารถทำให้จำเลยตายได้ การที่จำเลยใช้กรรไกรยาวประมาณ ๑ คืบ แทงทำร้ายผู้ตายโดยปรากฏบาดแผลที่ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายมีเพียงบาดแผลเดียว คือบาดแผลที่ถูกของมีคมแทงที่หัวใจ ทั้งเมื่อผู้ตายล้มลงจำเลยก็ไม่ได้ตามเข้าไปทำร้ายซ้ำอีก จึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุไม่มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น
ทีนี้มาดูความผิดฐานบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา ๓๖๒ คือกรณียังไม่ถึงขั้นตาย แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นอาจมีการทำให้ตายได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๗๖๘/๒๕๔๐
การที่จะพิจารณาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานบุกรุกอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นครอบครองอยู่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕ หรือไม่นั้น
จำเป็นต้องฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้เข้าไปหรือใช้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายจำเลยเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์นั้นโดยไม่มีสิทธิหรือไม่ ศาลจะต้องฟังพยานหลักฐานที่คู่ความนำสืบเป็นสำคัญ
ภาพถ่ายที่โจทก์นำสืบเพื่อให้ศาลเห็นว่าขณะที่ผู้เสียหายถูกจำเลยลากตัวไปยังบ้านของจำเลย ปรากฏชัดแจ้งว่าผู้เสียหายยืนอยู่ ณ จุดใดภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหาย ศาลก็ชอบที่จะใช้ภาพถ่ายดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานประกอบการวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดฐานบุกรุกได้
ข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าจำเลยกระชากลากตัวผู้เสียหายออกมาจากบริเวณบ้านของผู้เสียหายในขณะที่ผู้เสียหายยืนอยู่บริเวณใต้ชายคาบ้านของผู้เสียหายดังที่ปรากฏในภาพถ่ายเท่ากับจำเลยยอมรับว่าจุดที่ผู้เสียหายยืนอยู่ในขณะที่ผู้เสียหายถูกจำเลยกระชากลากตัวไปอยู่ภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหายตามที่ปรากฏในภาพถ่ายจากจุดที่ผู้เสียหายยืนอยู่ดังนี้
การที่จำเลยจะกระชากลากตัวผู้เสียหายให้ออกไปจากบริเวณบ้านของผู้เสียหายได้ แม้จำเลยจะยืนอยู่นอกบริเวณบ้านของผู้เสียหายแต่จำเลยก็จะต้องเอื้อมมือเข้าไปภายในบริเวณบ้านของผู้เสียหายเพื่อจับและฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายออกไป
การเอื้อมมือเข้าไปฉุดกระชากลากตัวผู้เสียหายออกไปในลักษณะนี้ ถือได้ว่าจำเลยเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุขโดยใช้กำลังประทุษร้ายเข้าองค์ประกอบแห่งความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ และมาตรา ๓๖๕ (๑) แล้ว
ฉะนั้นใครที่บุกรุกบ้านคนอื่นก็ระวังไว้นะครับ
แค่มือโผล่เข้าไป ก็มีโอกาสเข้าองค์ประกอบของกฎหมายแล้ว
จะเห็นว่ากฎหมายมันมีรายละเอียดครับ การพูดโดยไม่ครบถ้วนสมบูรณ์อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้
ยิ่งกฎหมายมีรายละเอียดเยอะ ยิ่งต้องพูดให้ชัด
ส่วนคนที่จับคำพูดนายกฯ ไปใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมือง ก็เป็นเรื่องธรรมดาครับ เพราะการเมืองไทยมันเป็นแบบนี้มานานแล้ว
หาจังหวะพลาดแล้วโจมตี
ครับ…จากเรื่องควบคุมอาวุธปืน กลายเป็นเรื่องดรามายิงโจรในบ้านก็ผิด
จุดโฟกัสของเรื่องจึงกลายเป็น กระแสโจมตีนายกฯ ว่าไม่ปกป้องผู้เสียหาย กลับไปเห็นใจโจร ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ว่านายกฯ คนไหน ไม่มีใครอยู่ข้างโจรปล้นบ้านคนหรอกครับ
ไม่งั้นจะโดนประชาชนด่า
ฉะนั้นเอาพองาม แล้วกลับไปที่มาตรการป้องกันการครอบครองอาวุธปืน
สำหรับประเทศไทย ทำให้ปลอดปืนได้ยิ่งดีครับ
เพราะคนใช้ปืนส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงการเมืองทั้งระดับชาติและท้องถิ่น.