โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาคีเครือข่ายรัฐ-เอกชน ผนึกกำลังขับเคลื่อนภาคใต้สู่เมืองสีเขียว

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 48 นาทีที่แล้ว

การขับเคลื่อนภาคใต้สู่เมืองสีเขียว เมืองพลังงานสะอาด และเมืองสุขภาพระดับนานาชาติ ภายในปี 2040 ถูกประกาศในการแถลงข่าวจัดงานใหญ่ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งประเด็นการจัดการขยะอาหารได้กลายเป็นโจทย์ยุทธศาสตร์สำคัญ เนื่องจากปริมาณเศษอาหารที่เกิดขึ้นจริงกำลังสร้างภาระเกินศักยภาพระบบกำจัดปลายทางของเมืองในปัจจุบัน

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมกับกฎบัตรไทย สมาคมการผังเมืองไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพันธมิตรภาคธุรกิจ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดงาน Thailand Greenest Cities Forum & Expo @Phuket 2026 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24-26 ก.ย. 2569 การจัดงานในครั้งนี้

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมกับกฎบัตรไทย สมาคมการผังเมืองไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และพันธมิตรภาคธุรกิจ เดินหน้าขับเคลื่อนภาคใต้สู่เมืองสีเขียว

มีหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนพื้นที่ภาคใต้ให้ก้าวสู่การเป็นเมืองสีเขียว เมืองพลังงานสะอาด และเมืองสุขภาพระดับนานาชาติ โดยหนึ่งในเป้าหมายระยะยาวปี 2040 ที่คณะผู้จัดงานได้ประกาศร่วมกัน คือการผนึกกำลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 50 แห่ง ในการมุ่งเป้าลดปริมาณขยะอาหารในจังหวัดภูเก็ตให้ได้ 80%

ภูเก็ต ขยะอาหารพุ่ง 39%

นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด หนึ่งในผู้เข้าร่วมงาน ระบุว่า การลดขยะอาหารตามเป้าหมายข้างต้นมีความเป็นไปได้จริง แต่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ด้วยการย้ายจุดจัดการขยะอาหารมาอยู่ที่ต้นทาง เนื่องจากระบบการจัดการขยะที่ปลายทางในปัจจุบันไม่สามารถรองรับปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ได้อีกต่อไป

เมื่อพิจารณาข้อมูลสาธารณะพบว่า ขยะมูลฝอยจากทั่วเกาะภูเก็ตถูกส่งเข้าสู่ศูนย์กำจัดมูลฝอยที่สะพานหินวันละประมาณ 1,200 ถึง 1,300 ตัน ในขณะที่ศักยภาพของเตาเผาขยะสามารถรองรับได้เต็มที่เพียงวันละ 700 ตัน ส่งผลให้มีขยะส่วนเกินอีกวันละ 500 ถึง 600 ตัน ที่ต้องนำไปจัดการด้วยวิธีการฝังกลบ

เนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด

เมื่ออ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษที่ระบุว่าขยะอาหารคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 39% ของขยะมูลฝอยชุมชน จึงประมาณการได้ว่าจังหวัดภูเก็ตมีปริมาณเศษอาหารเกิดขึ้นสูงถึงวันละ 470 ถึง 500 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปริมาณขยะส่วนเกินที่ต้องนำไปฝังกลบในแต่ละวันอย่างมีนัยสำคัญ

เดินหน้าแผน "แยก ย่อย ใช้"

สะท้อนให้เห็นว่าปริมาณขยะที่ล้นเตาเผาลงสู่บ่อฝังกลบทุกวันกับปริมาณเศษอาหารที่เกิดขึ้นในภูเก็ตมีความสอดคล้องกันอย่างมาก หากสามารถจัดการเศษอาหารที่ต้นทางได้เพียงครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด ภูเก็ตแทบจะไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการฝังกลบขยะ และไม่จำเป็นต้องรอการก่อสร้างเตาเผาหัวที่สองในอนาคต

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว จึงมีการเสนอแนวทางปฏิบัติภายใต้หลักการ "แยก ย่อย ใช้" โดยเริ่มต้นจากกลุ่มผู้ก่อขยะรายใหญ่ ซึ่งมีขั้นตอนดำเนินการดังนี้

ขั้นตอนแรก คือ "แยก" โดยต้องเริ่มต้นจัดการที่กลุ่มผู้ก่อขยะรายใหญ่ ได้แก่ ตลาดสด โรงแรม ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล และสถานศึกษา เนื่องจากแหล่งกำเนิดขยะเหล่านี้มีจำนวนจุดไม่มาก แต่มีปริมาณขยะอาหารต่อจุดในสัดส่วนที่สูง

ขั้นตอนที่สอง คือ "ย่อย" ด้วยบริบทของภูเก็ตที่มีลักษณะเป็นเกาะ ทำให้การขนส่งขยะออกไปจัดการนอกพื้นที่มีต้นทุนที่สูงมาก จึงควรดำเนินการย่อยสลายหรือจัดการขยะ ณ จุดกำเนิดเพื่อลดน้ำหนักและปริมาณขยะลงทันที

ขั้นตอนที่สาม คือ "ใช้" ซึ่งเป็นขั้นตอนที่มักถูกมองข้าม หากสิ่งของที่ผ่านการย่อยแล้วไม่มีปลายทางรองรับในการนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง สิ่งที่ทำลงไปจะเป็นเพียงการย้ายกองขยะ ไม่ใช่การกำจัดขยะ ดังนั้นจึงต้องมีการจับคู่ผลผลิตที่ได้จากการย่อยเศษอาหารเข้ากับงานภูมิทัศน์เมืองและภาคการเกษตรกรรมตั้งแต่วันแรกเริ่ม พร้อมกันนี้ยังได้เสนอให้มีการนำกลไกค่าธรรมเนียมขยะแบบแปรผันตามปริมาณมาใช้ ซึ่งเป็นกลไกที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถออกเป็นข้อบัญญัติขึ้นมาบังคับใช้ได้เองในระดับพื้นที่

รัฐ-เอกชน ผนึกกำลังขับเคลื่อนภาคใต้สู่เมืองสีเขียว

หนุนเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน

สำหรับประเด็นการสนับสนุนมาตรการอาคารเขียวนั้น นายเนวินธุ์ แสดงความเห็นด้วยต่อข้อกำหนดที่มุ่งเน้นให้อาคารใหม่เป็นอาคารเขียว แต่ได้ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่าประเทศไทยมีเกณฑ์มาตรฐานอาคารด้านพลังงาน หรือ Building Energy Code (BEC) บังคับใช้กับอาคารสร้างใหม่ 9 ประเภทที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป มาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. 2566 แล้ว

ดังนั้น โจทย์สำคัญในปัจจุบันจึงไม่ใช่การออกกฎหมายใหม่ แต่เป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเดิมและการยกระดับมาตรฐานให้มีประสิทธิภาพ โดยเสนอให้มีการออกแบบข้อกำหนดออกเป็นสามระดับ ได้แก่ ระดับบังคับขั้นต่ำ ระดับสร้างจูงใจสำหรับส่วนเกินมาตรฐาน และการใช้มาตรฐานรับรองที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีการจำแนกความแตกต่างระหว่างอาคารเขียวและเมืองเขียว โดยระบุว่าอาคารเขียวเป็นการจัดการพลังงานและน้ำภายในรั้วอาคาร ส่วนเรื่องของขยะ ระบบการขนส่ง และพื้นที่สีเขียวจะอยู่นอกรั้วอาคาร ดังนั้น สมการของเมืองเขียวจึงเท่ากับอาคารเขียวบวกกับระบบเมือง

ในส่วนของแนวทางการสนับสนุนจากรัฐบาลกลาง ได้มีการเสนอมาตรการสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

1. ด้านทุน โดยเสนอให้มีการขยายขอบเขตสินเชื่อสีเขียวให้ครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบการ SME และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2. ด้านมาตรฐาน โดยเสนอให้มีการออกเกณฑ์มาตรฐานสำหรับวัสดุปลูกที่ผลิตจากเศษอาหารเป็นการเฉพาะ เนื่องจากเกณฑ์มาตรฐานในปัจจุบันไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับวัสดุประเภทนี้ ส่งผลให้ผลผลิตที่แปรรูปได้ไม่มีปลายทางที่ถูกต้องตามกฎหมายรองรับ

3. ด้านกติกา โดยเสนอให้มีการออกข้อกำหนดในระดับชาติเพื่อบังคับให้ผู้ก่อขยะรายใหญ่ต้องทำการแยกเศษอาหาร แล้วมอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่ในการบังคับใช้ในระดับพื้นที่

ขณะเดียวกัน ในภาคการปฏิบัติของภาคเอกชน ได้มีการวางกรอบการทำงานไว้ 3 แกนหลัก ได้แก่ Zero Leak หรือการยืดอายุอาคารเดิม เนื่องจากอาคารที่ไม่ต้องรื้อถอนและสร้างใหม่ถือเป็นอาคารที่เขียวที่สุด Zero Heat หรือการลดความร้อนที่เข้าสู่ตัวอาคาร และ Zero Waste หรือการจัดการเศษอาหาร ณ จุดกำเนิด

โดยมีเทคโนโลยีและระบบที่ได้รับการติดตั้งใช้งานจริงแล้ว เช่น ระบบ Z'Food Zero Waste ซึ่งเป็นระบบแปรรูปเศษอาหารเป็นวัสดุปรับปรุงดินภายใน 24 ชั่วโมง รองรับทั้งเศษผัก อาหารปรุงสุก เปลือกไข่ และกระดูก ซึ่งได้มีการติดตั้งใช้งานแล้วที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

นอกจากนี้ยังมีระบบ Landscape Engineering System ซึ่งเป็นระบบวิศวกรรมภูมิทัศน์สำหรับสวนบนโครงสร้างและพื้นที่สีเขียวในเมือง ระบบ AquaTank ซึ่งเป็นกล่องโมดูลาร์รับน้ำหนักสูงผลิตจากพอลิโพรพีลีนรีไซเคิล สำหรับใช้หน่วงและกักเก็บน้ำฝนใต้ดินบริเวณลานกว้าง สนามหญ้า สวนรับน้ำฝน และลานจอดรถแบบซึมน้ำ

รวมถึงระบบ ZiB ROOF ซึ่งเป็นระบบหลังคาโครงสร้างเหล็กน้ำหนักเบา ปิดผิวด้วยเมทัลชีทและเมมเบรนกันซึม TPO ที่มีคุณสมบัติสะท้อนแสงอาทิตย์ ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องปรับอากาศและรองรับการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ โดยบริษัท ซิลเลี่ยน อินโนเวชั่น จำกัด เป็นผู้ทำหน้าที่ออกแบบ จัดหา และติดตั้งระบบรวมถึงวัสดุสำหรับอาคารเขียวและระบบจัดการเศษอาหารภายในอาคารดังกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...