โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดอำนาจหน้าที่ ‘บอร์ด Data Center’ วางนโยบายทิศทางการลงทุน

เดลินิวส์

อัพเดต 6 สิงหาคม 2569 เวลา 17.58 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เปิดอำนาจหน้าที่ คณะกรรมการดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) กำหนดนโยบาย วางทิศทางการลงทุน

จากกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้จัดตั้ง คณะกรรมการนโยบายดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) เพื่อเข้ามากำหนดนโยบายและวางทิศทางการลงทุน ซึ่งในปัจจุบันกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ที่ต้องใช้ความรวดเร็วในการประมวลผลของข้อมูล ประกอบกับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีการขอส่งเสริมการลงทุนเข้ามายังประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

สาเหตุหลักในการจัดตั้งคณะกรรมการชุดนี้ เนื่องจากรัฐบาลเล็งเห็นว่าธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ หรือศูนย์ข้อมูลเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญยิ่งในการให้บริการ Cloud ทั้งภาครัฐและเอกชน การมีกลไกเชิงนโยบายที่ชัดเจนจะช่วยให้ธุรกิจไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI และดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างการส่งเสริมการลงทุนให้เอื้อต่ออุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

สำหรับองค์ประกอบของคณะกรรมการชุดนี้ ประกอบด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารระดับสูงจากหลายภาคส่วน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการแต่งตั้งรวมกว่า 21 คนเพื่อให้เกิดการทำงานแบบบูรณาการจากภาคนโยบายไปสู่การปฏิบัติร่วมกัน ได้แก่

  • ประธานกรรมการ ได้แก่ รองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

  • รองประธานกรรมการ จำนวน 3 คน ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 2 และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นรองประธานกรรมการคนที่ 3

  • มีกรรมการโดยตำแหน่งรวม 13 ตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงพลังงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) รวมทั้งมีการเพิ่มตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้ามาเป็นกรรมการโดยตำแหน่งตามมติ ครม.ล่าสุดด้วย

  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งได้ไม่เกิน 3 คน และมีวาระคราวละ 2 ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ และมอบหมายให้เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ “สภาพัฒน์” รับหน้าที่เป็นกรรมการและเลขานุการ

สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

1.เสนอนโยบาย มาตรฐาน และกรอบแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในการอนุมัติ อนุญาต ออกบัตรส่งเสริมการลงทุน หรือให้บริการต่าง ๆ ที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ในราชอาณาจักรต่อคณะรัฐมนตรี

2.ศึกษาวิเคราะห์ และติดตามประเมินผลกระทบของการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี

3.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารณาหรือทำการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

4.ปฏิบัติการอื่นใด ตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

สำหรับกรอบการอนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ของประเทศไทย ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีฉบับนี้ ประกอบไปด้วย

1.คำนึงถึงผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม

2.มุ่งให้มีการใช้พลังงานสะอาด การรักษาความมั่นคงทางพลังงาน ราคาพลังงานที่เป็นธรรม

3.การจัดสรรทรัพยากรอย่างเป็นธรรมและเกิดประโยชน์สูงสุด เกิดประสิทธิผลในการใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำ การผังเมือง การรักษาความปลอดภัยสาธารณะ โดยเฉพาะจากอัคคีภัย การป้องกันและเยียวยาผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่โดยปกติสุขของประชาชนและชุมชน และเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศด้วย

4.การรักษาอธิปไตยด้านข้อมูลของประเทศ ซึ่งเป็นหลักสำคัญของความมั่นคงของการรักษาข้อมูลของประเทศ

ในกรณีที่มีปัญหาขัดข้องในการปฏิบัติตามมติ ครม.ดังกล่าวในเรื่องใด ให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องรายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องนั้น ทั้งนี้ เมื่อ ครม. มีมติเห็นชอบแนวทางใดแล้ว หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามและรายงานผลให้คณะกรรมการทราบทุก 3 เดือน เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายดาต้าเซ็นเตอร์ของไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...