โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกิดอะไรขึ้น บอนด์จีน-สหรัฐ ‘สวนทางสุดขั้ว’ ส่วนต่างยีลด์กว้างสุดรอบ 20 ปี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างพันธบัตรรัฐบาลจีนและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ กำลังขยายตัว “แตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์” สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสองมหาอำนาจที่กำลังเดินสวนทางกันอย่างชัดเจน

เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียอ้างข้อมูลจาก QUICK-FactSet แพลตฟอร์มข้อมูลทางการเงินและการลงทุน ซึ่งระบุว่า “ส่วนต่าง” ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจีนอายุ 10 ปี กับพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ขยายตัวแตะราว 3.13% หรือ 313 basis points เมื่อวันพุธ ใกล้ระดับกว้างที่สุดนับตั้งแต่ปี 2006

เบื้องหลังช่องว่างดังกล่าว มาจากทิศทางตลาดพันธบัตรที่แตกต่างกัน โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2023 จากความกังวลเรื่องหนี้ภาครัฐ เงินเฟ้อ และสงครามสหรัฐกับอิหร่าน ก่อนอยู่ที่ประมาณ 4.765% ในช่วงเช้าวันศุกร์

สวนทางกับจีนที่ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปี ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและอุปสงค์ภายในประเทศที่อ่อนแอ ส่งผลให้ตลาดพันธบัตรจีนกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่ตลาดที่สวนกระแสการเทขายพันธบัตรทั่วโลก

วี คูน ชอง นักกลยุทธ์ตลาดเอเชียแปซิฟิกของ BNY ระบุว่า ช่องว่างผลตอบแทนที่กว้างขึ้นสะท้อนวัฏจักรเศรษฐกิจและนโยบายที่แตกต่างกันมากขึ้น โดยฝั่งสหรัฐเผชิญทั้งเงินเฟ้อ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ความกังวลด้านการคลัง และปริมาณการออกพันธบัตรจำนวนมาก ขณะที่จีนยังคงเผชิญการใช้จ่ายภายในที่อ่อนแอ เศรษฐกิจซบเซา และราคาสินค้าแทบไม่ขยับ

แม้การส่งออกทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่เศรษฐกิจจีนกลับขยายตัวเพียง 4.3% ในไตรมาส 2 ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอยังคงกดดันการใช้จ่ายภายในประเทศ ทำให้รัฐบาลจีนต้องส่งสัญญาณเพิ่มมาตรการสนับสนุนและเร่งการใช้จ่ายทางการคลัง

อย่างไรก็ตาม แม้ผลตอบแทนพันธบัตรจีนจะต่ำกว่าสหรัฐมาก แต่เงินทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด โดยการถือครองพันธบัตรรัฐบาลจีนของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนกรกฎาคม หลังจากลดการลงทุนติดต่อกันถึง 13 เดือน

หนึ่งในแรงหนุนสำคัญคือ “เงินหยวน” ซึ่งแข็งค่าขึ้นเกือบ 9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นับตั้งแต่ต้นปี 2025 ช่วยชดเชยผลกระทบจากส่วนต่างดอกเบี้ยที่เสียเปรียบสหรัฐ และทำให้ผลตอบแทนรวมของพันธบัตรรัฐบาลจีนเมื่อคำนวณเป็นดอลลาร์ สามารถเอาชนะพันธบัตรรัฐบาลหลายประเทศในกลุ่ม G10 ได้

สถาบันการเงิน Goldman Sachs มองว่า เงินหยวนยังมีมูลค่า “ต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน” เมื่อเทียบกับการเกินดุลการค้าขนาดใหญ่ของจีน และปักกิ่งอาจยอมให้เงินหยวนแข็งค่าขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจของสินทรัพย์สกุลหยวน

ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกกำลังมองหาทางเลือกในการกระจายการลงทุนออกจากสินทรัพย์ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการขาดดุลการคลังและปริมาณพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้น ทำให้“พันธบัตรรัฐบาลจีน” เริ่มถูกมองเป็นหนึ่งในสินทรัพย์สำรองทางเลือกที่มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

ชองจาก BNY กล่าวว่า “พันธบัตรรัฐบาลจีนแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับตลาดอื่น ๆ ในช่วงที่เกิดแรงขายพันธบัตรทั่วโลก โดยสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับความเสี่ยง และช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีนัยสำคัญ”

ดังนั้น แม้ส่วนต่างผลตอบแทนพันธบัตรจีน-สหรัฐจะกว้างเป็นประวัติการณ์ แต่กลับไม่ได้ทำให้เงินทุนไหลออกจากจีนทั้งหมด ตรงกันข้าม ตลาดพันธบัตรจีนกำลังมีบทบาทมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง ท่ามกลางตลาดพันธบัตรโลกที่เผชิญแรงขายอย่างหนัก
อ้างอิง: nikkei

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...