โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทรัมป์ย้ำขู่ระงับการค้า กดดันเฟดลดดอกเบี้ย หลังตลาดแรงงานอ่อนแรง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ก.ย เวลา 08.40 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย เวลา 01.40 น.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้เร่งลดดอกเบี้ย พร้อมขู่ระงับการค้ากับประเทศคู่ค้าหากเฟดยังไม่ดำเนินการ หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัว

วันที่ 5 ก.ย.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำจุดยืนกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยขู่ว่า สหรัฐฯ อาจระงับการค้ากับประเทศคู่ค้าบางแห่ง หากเฟดยังไม่เดินหน้าลดต้นทุนการกู้ยืม

ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอ่อนแรง เพิ่มแรงกดดันต่อเฟดก่อนการประชุมนโยบายการเงินในเดือนกันยายน

ทรัมป์กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงเกินไป และมองว่าการลดดอกเบี้ยจะช่วยหนุนเศรษฐกิจ รวมถึงทำให้สหรัฐฯ สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ดีขึ้น

เขายังเชื่อมโยงนโยบายการค้ากับทิศทางดอกเบี้ย โดยระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ควรเปิดตลาดและทำการค้ากับประเทศที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนทางการเงิน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศยังอยู่ในระดับสูง

ความเห็นของทรัมป์ถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อเฟดอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการจ้างงานและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ปัจจุบันตลาดจับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 15-16 กันยายน 2569 อย่างใกล้ชิด หลังเฟดยังคงเผชิญโจทย์ในการสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการประคองตลาดแรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม เฟดยังคงย้ำจุดยืนว่าการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับ และจะดำเนินนโยบายอย่างเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมือง

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...