ทรัมป์ย้ำขู่ระงับการค้า กดดันเฟดลดดอกเบี้ย หลังตลาดแรงงานอ่อนแรง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐฯ ให้เร่งลดดอกเบี้ย พร้อมขู่ระงับการค้ากับประเทศคู่ค้าหากเฟดยังไม่ดำเนินการ หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอตัว
วันที่ 5 ก.ย.2569 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำจุดยืนกดดันธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยขู่ว่า สหรัฐฯ อาจระงับการค้ากับประเทศคู่ค้าบางแห่ง หากเฟดยังไม่เดินหน้าลดต้นทุนการกู้ยืม
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ส่งสัญญาณอ่อนแรง เพิ่มแรงกดดันต่อเฟดก่อนการประชุมนโยบายการเงินในเดือนกันยายน
ทรัมป์กล่าวว่า อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงเกินไป และมองว่าการลดดอกเบี้ยจะช่วยหนุนเศรษฐกิจ รวมถึงทำให้สหรัฐฯ สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้ดีขึ้น
เขายังเชื่อมโยงนโยบายการค้ากับทิศทางดอกเบี้ย โดยระบุว่าสหรัฐฯ ไม่ควรเปิดตลาดและทำการค้ากับประเทศที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนทางการเงิน ขณะที่อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศยังอยู่ในระดับสูง
ความเห็นของทรัมป์ถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อเฟดอีกครั้ง ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มการจ้างงานและการชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ปัจจุบันตลาดจับตาการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟดในวันที่ 15-16 กันยายน 2569 อย่างใกล้ชิด หลังเฟดยังคงเผชิญโจทย์ในการสร้างสมดุลระหว่างการควบคุมเงินเฟ้อกับการประคองตลาดแรงงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เฟดยังคงย้ำจุดยืนว่าการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจที่ได้รับ และจะดำเนินนโยบายอย่างเป็นอิสระจากแรงกดดันทางการเมือง
อ้างอิง : cnbc.com