โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธนาคารโลกแนะไทยเสนอ ‘Thailand Offer’ ผ่านเวทีการเงินโลก เตือนเอกชนไทยต้องผลักดันการปฏิรูปก่อนสาย

THE STANDARD

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ธนาคารโลกแนะไทยเสนอ ‘Thailand Offer’ ผ่านเวทีการเงินโลก เตือนเอกชนไทยต้องผลักดันการปฏิรูปก่อนสาย

ในรอบ 35 ปีนับตั้งแต่ปี 1991 การประชุมใหญ่ระดับโลกอย่าง IMF – World Bank Annual Meetings กำลังจะหมุนเวียนกลับมาจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ อีกครั้ง

ประเด็นสำคัญ

  • โอกาสครั้งใหญ่ของไทยรอบ 35 ปี
  • ไทยต้องเป็นมากกว่า ‘ผู้บริโภค AI’ แต่วันนี้ใช้จริงแค่ 12%
  • 3 เสาหลักปฏิรูปโครงสร้าง ย้อนโจทย์ความเจริญกระจุกตัว
  • เตือนความเสี่ยงพลังงาน ไม่ใช่แค่ไทย แต่ทั้งอาเซียน

การหวนคืนมาของเวทีระดับโลกครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมทางการเมืองหรือการท่องเที่ยว แต่คือจังหวะเวลาเชิงยุทธศาสตร์ที่ประเทศไทยจะต้องเสนอ “The Thailand Offer” เพื่อแสดงให้ผู้นำภาครัฐและเอกชนนับพันชีวิตทั่วโลกเห็นว่า ประเทศไทยในวันนี้ยัดเยียดศักยภาพอะไรให้กับเศรษฐกิจโลก และกำลังจะเดินหน้าไปในทิศทางใด

Carlos Felipe Jaramillo รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ THE STANDARD WEALTH พร้อมแสดงทัศนะบนเวทีสัมมนาถึงโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทย ผ่านเวที Bangkok Business Summit 2026 เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ฉายภาพโอกาส ความท้าทายในยุค AI และเข็มทิศการปฏิรูปเพื่อพาสกัดกับดักรายได้ปานกลางไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037

โอกาสครั้งใหญ่ของไทยรอบ 35 ปี

Carlos Felipe ย้อนภาพความหลังว่า ประเทศไทยสร้างความก้าวหน้ามหาศาลตลอด 35 ปีที่ผ่านมา ทั้งในมิติสาธารณสุข การศึกษา และโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมโลกในปัจจุบันเต็มไปด้วยความผันผวน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการดิสรัปต์จาก AI

“ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสมหาศาลของไทยที่จะแสดงให้โลกเห็นว่าตัวเองอยู่ตรงไหน และนำเสนอสิ่งที่เราเรียกว่า The Thailand Offer ว่าวันนี้ไทยกำลังเสนออะไรให้โลก ทั้งในแง่ผู้คน เศรษฐกิจ และทิศทางที่กำลังมุ่งไป” Felipe กล่าว

งานประชุมประจำปีที่จะเกิดขึ้น คือโอกาสครั้งใหญ่ของไทยในการส่งสัญญาณบอกโลกว่า เรามีความพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยวาระการพัฒนาที่ชัดเจน เพื่อเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2037 แม้ข้อสรุปของธนาคารโลกจะชี้ว่าเป้าหมายนี้เป็นไปได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยการทำงานหนักและการปฏิรูปที่หยุดนิ่งไม่ได้

“สิ่งที่ผมจะแนะนำภาคธุรกิจไทยคือ ให้ตระหนักว่าไทยไม่ได้ยืนอยู่กับที่ ไทยตระหนักว่าตัวเองก้าวหน้ามามาก แต่ยังต้องก้าวหน้าอีกมากในหลายด้าน ไปพร้อมกับเพื่อนในอาเซียน ไทยมีความเป็นไปได้มากมาย แต่คุณต้องผลักดัน คุณต้องทำให้แน่ใจว่าคุณช่วยกำกับดูแลได้ ว่าคุณตระหนักรู้ ว่าคุณจู้จี้พอที่จะผลักดันให้เกิดการปฏิบัติจริง ผลักดันรัฐบาลในจุดที่ต้องผลัก ผลักภาคธุรกิจ ผลักส่วนที่เหลือของไทย เพื่อให้ไทยกลายเป็นประเทศรายได้สูงได้”

ไทยต้องเป็นมากกว่า ‘ผู้บริโภค AI’ แต่วันนี้ใช้จริงแค่ 12%

อีกประเด็นสำคัญที่ Felipe ย้ำคือเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI)

“มันมีการปั่นกระแสมากเกินไปในด้านหนึ่ง และมีการมองโลกในแง่ร้ายมากเกินไปในอีกด้านหนึ่ง ผมเชื่อว่าความจริงอยู่ตรงกลาง มันไม่ใช่เรื่องขาวกับดำ ไม่ใช่ว่า AI จะแย่งงานทุกคนไป และก็ไม่ใช่ว่า AI จะแก้ปัญหาทุกอย่างของโลกได้” Felipe กล่าว

สิ่งที่เขามองว่าเป็นจุดแข็งเชิงโครงสร้างของไทยคือฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่ลึก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ดี และระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ตั้งมั่นแล้ว

“ไทยเป็นได้มากกว่าแค่ผู้บริโภค AI ไทยช่วยกำหนดรูปร่างของ AI ได้ ไทยช่วยสร้างแอปพลิเคชัน AI ที่เป็นประโยชน์กับผู้คนได้ แต่ความท้าทายใหญ่ตอนนี้อยู่ที่การนำไปปฏิบัติว่าจะใช้ AI อย่างไร ต้องทำให้แน่ใจว่ามันเข้าถึงได้สำหรับทุกบริษัท ไม่ใช่แค่ 12% นั้น ต้องทำให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อยทุกคนได้ใช้ AI ควรเป็นของทุกคน” Felipe กล่าว

3 เสาหลักปฏิรูปโครงสร้าง ย้อนโจทย์ความเจริญกระจุกตัว

“หนึ่งในประเด็นที่ผมได้เรียนรู้จากการศึกษาและจากการพูดคุยกับพวกคุณคือ การเติบโตของไทยกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพฯ มากไปหน่อย กรุงเทพฯ เป็นเมืองใหญ่และทันสมัยมาก แต่ยังมีคนอีกจำนวนมากอยู่นอกกรุงเทพฯ” Felipe กล่าว พร้อมย้ำว่าคนกลุ่มนั้นต้องได้ส่วนแบ่งจากผลิตภาพใหม่ที่ AI จะสร้างขึ้นด้วย

เขาขยายความว่าวาระของไทยตามรายงานประกอบด้วยการทำให้อุตสาหกรรมเดิมมีผลิตภาพสูงขึ้น การเติบโตของอุตสาหกรรมใหม่ การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ และการกระจายประโยชน์ออกไปนอกกรุงเทพฯ

“และท้ายที่สุดคือกระจายไปถึงคนไทยทุกคน ซึ่งหัวใจสำคัญคือการศึกษา การยกระดับการศึกษาให้เน้นทักษะที่เป็นประโยชน์กับงานในอนาคต ไม่ใช่งานปัจจุบันหรืองานในอดีต” Felipe กล่าว

เตือนความเสี่ยงพลังงาน ไม่ใช่แค่ไทย แต่ทั้งอาเซียน

อีกหนึ่งประเด็นเปราะบางที่รองประธานธนาคารโลกหยิบยกขึ้นมาเตือน คือเรื่อง ความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) จากบทเรียนความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สะท้อนว่าประเทศในอาเซียนยังพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลสูงเกินไป และจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน (Renewables) ให้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ

แม้ภาครัฐจะมีความชัดเจนในการมองเห็นปัญหา แต่หัวใจที่ยากที่สุดคือการลงมือปฏิบัติจริง สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นในไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าประเทศอาเซียนยังพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลมากเกินไป และควรเคลื่อนไปสู่ทางเลือกพลังงานหมุนเวียนให้เร็วกว่านี้มาก เพื่อเสริมความมั่นคงและความยืดหยุ่นทางพลังงานของตัวเอง

ส่วนประเด็นการพูดคุยระหว่างการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2026 ภาพรวมที่ทุกคนสามารถคาดหวัง แบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก

หนึ่งคือประเด็นการจ้างงาน การสร้างงานที่มากขึ้นและดีขึ้นสำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเขาชี้ว่ามีหลายประเทศเผชิญปัญหาคนหนุ่มสาวว่างงานหรือทำงานที่ผลิตภาพต่ำมาก

สองคือความท้าทายจาก AI ที่ทุกประเทศกังวลถึงผลกระทบด้านลบ ขณะที่อีกฝ่ายมองเห็นโอกาสมหาศาล

สามคือการระดมทุนจากภาคเอกชน (private capital mobilization) ซึ่งเป็นประเด็นที่เขาโยงกลับมาที่บทบาทของรัฐโดยตรง

“ประสบการณ์ของเราแสดงให้เห็นว่า งานที่ดีต้องมาจากการลงทุนของภาคเอกชน งานส่วนใหญ่ในทุกระบบเศรษฐกิจมาจากภาคเอกชน ดังนั้นภาครัฐและรัฐบาลต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อและนโยบายที่ดี เพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามาแล้วเห็นว่าสิ่งต่างๆ น่าสนใจและมั่นคงพอที่จะเข้ามา” Felipe กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...