‘จุลพันธ์’ ลั่นวีซ่าท่องเที่ยวทำงานไม่ได้ สั่งเอาผิดบริษัทเถื่อนหลอกไปไอร์แลนด์
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 ก.ค. เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. เวลา 03.36 น. • The Bangkok Insight"จุลพันธ์" สั่งลุยเอาผิดบริษัทเถื่อนหลอกไปไอร์แลนด์ ย้ำวีซ่าท่องเที่ยวทำงานไม่ได้ เตือน!! เช็กข้อมูลบริษัทจัดหางานก่อนโอนเงิน
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีกลุ่มคนหางานในพื้นที่จ.เชียงราย จำนวน 20 คน เข้าร้องทุกข์ต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายว่า ถูกบริษัทรับทำวีซ่าแห่งหนึ่งหลอกลวงว่าจะพาไปทำงานในตำแหน่งพนักงานขายและพนักงานแพ็คสินค้าที่ประเทศไอร์แลนด์ โดยจ่ายค่าดำเนินการคนละประมาณ 2.9-3.5 แสนบาท แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับพบว่าเป็นเอกสารสัญญาจ้างปลอม จนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองไอร์แลนด์ จับกุม ดำเนินคดี และส่งตัวกลับประเทศ นั้น
สำหรับเรื่องนี้ ตนไม่ได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องคนหางาน โดยได้สั่งการให้กรมการจัดหางานรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งเข้าดูแล ตรวจสอบ และให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายทันที ตลอดจนขยายผลตรวจสอบกลุ่มผู้เสียหายเพิ่มเติมที่มีข้อมูลว่าอาจมีรวมกันมากกว่า 60 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 21 ล้านบาท
กระทรวงแรงงานมีความห่วงใยพี่น้องแรงงานและครอบครัวเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เป็นการซ้ำเติมคนทำงานที่แสวงหาโอกาสเลี้ยงครอบครัว ตนได้กำชับให้กรมการจัดหางานใช้อำนาจตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และดำเนินคดีกับบริษัทหรือกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างหลอกลวงแรงงานอย่างถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก
ด้านนายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวถึงการดำเนินงานในพื้นที่ว่า ขณะนี้สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายได้รวบรวมพยานหลักฐาน และรับคำร้องทุกข์จากผู้เสียหายทั้งหมดแล้ว จากการตรวจสอบพฤติการณ์พบว่า บริษัทดังกล่าวมีการใช้เอกสารสัญญาจ้างปลอมลักษณะสแกมเมอร์ เมื่อตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศไอร์แลนด์โทรศัพท์ติดต่อนายจ้างปลายทาง ได้รับคำตอบว่าไม่ได้เปิดรับแรงงานต่างชาติและเป็นการแอบอ้างสวมรอย
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลของกรมการจัดหางาน พบว่า บริษัทดังกล่าวนั้น ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานให้เป็นบริษัทจัดหางาน เพื่อนำคนหางานไปทำงานต่างประเทศแต่อย่างใด เป็นเพียงการจดทะเบียนทำวีซ่าท่องเที่ยวเท่านั้น
จากการตรวจสอบพบว่าบริษัทแห่งนี้ชวนเชื่อและใช้วิธีนำผู้เสียหายเดินทางด้วยวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งตามกฎหมายต่างประเทศ วีซ่าท่องเที่ยวไม่สามารถใช้ทำงานได้ทุกกรณี การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ผู้ที่หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถหางาน หรือส่งไปฝึกงานในต่างประเทศได้ โดยการหลอกลวงดังว่านั้นได้ไปซึ่งเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากผู้ถูกหลอกลวงต้องระวางโทษจำคุก 3-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 6 หมื่น - 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนการโฆษณาการจัดหางาน โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก กรมการจัดหางาน มีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานจากผู้ที่ได้รับความเสียทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีทางอาญาอย่างเร่งด่วนต่อไป
ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชนที่ต้องการไปทำงานต่างประเทศ อย่าหลงเชื่อคำชวนเชื่อผ่านโซเชียลมีเดีย หรือบริษัทที่อ้างว่าสามารถพาไปทำงานได้ การเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีเพียง 5 วิธีเท่านั้น คือ บริษัทจัดหางานที่จดทะเบียนถูกต้องกับกรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง กรมการจัดหางานจัดส่ง เดินทางไปทำงานด้วยตนเอง นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างไปทำงาน และนายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจโอนเงินหรือทำสัญญาใด ๆ ขอให้พี่น้องที่ประสงค์ไปทำงานต่างประเทศตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายก่อนทุกครั้ง ได้ที่เว็บไซต์ doe.go.th/ipd และหากได้รับความเดือดร้อน ขอรับคำปรึกษาได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน โทร. 0 2248 4792 และ โทร. 0 2245 6763 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10 สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมการจัดหางาน 1506 กด 2
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กสร. เปิดรับฟังความคิดเห็น เพิ่มวันลาคลอดบุตร ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ เป็น 120 วัน
- ญี่ปุ่นจับเจ้าของ 'ร้านนวดไทย' แอบจ้าง นศ.ไทย ทำงานสถานบริการ เงินสะพัดกว่า 70 ล้าน
- สมัครฟรี บินฟรี! ทำงานสิงคโปร์ 220 อัตรา เงินเดือนสูงสุดกว่า 4.4 หมื่น
ติดตามเราได้ที่