โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ดัน ‘หมอพร้อม’ ขึ้นแท่น ‘ศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพประเทศ’ สธ.ผนึก ‘บิ๊กเทค’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เดินหน้าพัฒนาระบบบริการสุขภาพดิจิทัล รุกยกระดับ “หมอพร้อม” สู่ “Digital Health Platform” เต็มรูปแบบ ดึงบิ๊กเทคชั้นนำ “ทรู-หัวเว่ย” ร่วมเสริมแกร่งการดูแลสุขภาพเชิงรุก หวังลดภาระบุคลากรและแก้ปัญหาความแออัด ควบคู่การเร่งสางปมข้อร้องเรียนข้อมูลไม่ตรงจริง กางแผน 3 แนวทางแก้ระบบเพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นประชาชน 2 ความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย คือ

1.ภาระงานที่เกินกำลังของบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งจากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นและงานด้านเอกสาร

2.ประชาชนรอคอยนาน ความแออัดในสถานพยาบาล เป็นที่มาของนโยบายกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปฏิรูปบริการสู่ “ระบบสุขภาพดิจิทัล”

ทิศทางระบบสุขภาพดิจิทัล

เป้าหมายในการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล 3 ส่วนหลัก คือ 1) ประชาชน สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว เท่าเทียม และทั่วถึง 2) บุคลากร นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มคุณภาพในการดูแลผู้ป่วย และลดภาระงาน 3) ระบบสุขภาพของประเทศ นำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทั้งระบบ ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างคุ้มค่าและยั่งยืน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข มองทิศทางระบบสุขภาพดิจิทัลในอนาคตไว้ 3 ส่วน

1.สร้างสังคมสุขภาพดี ด้วยการสร้างแรงจูงใจทางสังคมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

2.สร้างความร่วมมือทั้งรัฐ เอกชน และระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ระบบสุขภาพดิจิทัล

3.สร้างมูลค่าจากการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ บนฐานความปลอดภัย และธรรมาภิบาลองค์กร ซึ่งเรามีจุดแข็ง คือ ฐานข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมที่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก

ยกระดับ "หมอพร้อม” เป็น “ศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพ”

สำหรับ“หมอพร้อม SUPER APP” เป็นกลลไกหนึ่งของการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัล ซึ่งเป็นการยกระดับ “หมอพร้อม” จากแอปพลิเคชันป้องกันโรค ที่ปัจจุบันมีประชาชนใช้งานกว่า 30 ล้านคน นับเป็นฐานข้อมูลสุขภาพภาคประชาชนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ให้กลายเป็นศูนย์กลางข้อมูลสุขภาพดิจิทัล “Digital Health Platform” อย่างเต็มรูปแบบ

โดยจะมีการเชื่อมต่อข้อมูลจากโรงพยาบาลรัฐ คลินิกและร้านขายยาไว้ด้วยกัน สามารถตรวจสอบประวัติการรักษา การแพ้ยา และผลแล็บได้จากทุกที่ ทุกเวลา อีกทั้งช่วยอำนวยความสะดวก ลดความแออัดในโรงพยาบาล ประกอบด้วย 12 ฟีเจอร์หลัก

อาทิ การจองคิวออนไลน์ การออกใบรับรองแพทย์ดิจิทัล ระบบการแพทย์ทางไกล การชำระเงินออนไลน์ การตรวจสอบสิทธิการรักษา การเคลมประกันสุขภาพและยังสร้างความรู้เท่าทัน โดยเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสุขภาพที่ถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้ และมีความเป็นส่วนตัว ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงสุด

“นโยบายการคืนข้อมูลสุขภาพให้กับประชาชน โดยหมอพร้อม” เป็นกระดานที่แสดงออกมาเป็นขั้นแรกของการที่จะคืนข้อมูลสุขภาพให้ประชาชน จากนั้นนำไปสู่สเต็ปกลาง คือ ฐานข้อมูลรักษาสุขภาพส่วนบุคคล หรือ เพอร์ซันนัล เฮลธ์ เรคคอร์ด (Personal Health Record) และระยะปลาย จะเป็นการนำข้อมูลที่เป็นบิ๊กดาต้า (Big data) ทั้งหมดมาวางเป็นนโยบายในการดูแลสุขภาพของประชาชน”นายพัฒนากล่าว

ผนึก ‘บิ๊กเทค-เครือข่าย’ เสริมแกร่งระบบนิเวศดิจิทัล

เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดด้านการพัฒนาเทคโนโลยี สธ. ได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและภาคีเครือข่ายหลายภาคส่วน

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) สนับสนุนให้ผู้ใช้บริการทรูและดีแทคใช้งานแอปพลิเคชันหมอพร้อมโดยไม่เสียค่าบริการดาต้าเป็นเวลา 1 ปี พร้อมร่วมจัดแคมเปญกระตุ้นการดูแลสุขภาพเชิงรุก "หมื่นก้าว เอารางวัล" นำแต้มหมอพร้อมเครดิตจากการเดินมาแลกรับสิทธิประโยชน์ เช่น ส่วนลดสมาร์ตโฟน 5G และเครื่องดื่ม

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพและการออกกำลังกายจากอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ (Huawei Smart Watch) เข้าสู่แพลตฟอร์มของ สธ. และสนับสนุนการวิจัยผ่านแอปพลิเคชัน Huawei Research เพื่อประเมินความเสี่ยงการเกิดโรคในอนาคต โดยเน้นย้ำว่าอยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) และมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์สูงสุด

สถาบันการศึกษาและภาคเอกชนอื่น ๆ ร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตลอดจนพัฒนา AI ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, CARIVA, iNet และความร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง Central, SCB และสหพัฒน์ฯ

หวัง “หมอพร้อม” เป็นเบอร์เดียว

การที่จะทำให้ประเทศไทยมีแพลตฟอร์มเดียวเป็นฐานข้อมูลสุขภาพของคนไทย จากปัจจุบันที่มีทั้งแอปทางรัฐ หรือ health link นายพัฒนา กล่าวว่า ขอดันหมอพร้อม ซูเปอร์แอปให้เป็นอันเดียว จึงอยากให้หน่วยบริการทุกระดับทุกสังกัดมาเชื่อมข้อมูลสุขภาพกับหมอพร้อม เนื่องจากสธ.มีภารกิจหน้าที่เรื่องการดูแลสุขภาพประชาชนโดยตรง ส่วนหมอพร้อมก็จะต้องพัฒนาและยกระดับในเรื่องความน่าเชื่อถือของแพลตฟอร์ม

“ถ้าถามผมง่ายสุดตอนนี้ที่จะผลักดันแพลตฟอร์มใดให้เป็นฐานข้อมูลสุขภาพประชาชน ก็ต้องเอาหมอพร้อมเพราะอยู่ในมืออยู่แล้ว แต่หากมีกระบวนการใดๆออกมาบอกว่าให้สามารถไปใช้ตรงนี้ ตรงนั้น ตรงโน้นได้ เหมือนเป็นเครื่องมือของกระทรวงเอง แล้วทำให้สามารถตอบสนองต่อโรคภัยไข้เจ็บของประชาชนได้ดีมากยิ่งขึ้น ก็ไม่ได้รังเกียจ”นายพัฒนากล่าว

สุ่มเสี่ยงคนในสะดุดขา

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การขับเคลื่อนและผลักดัน “หมอพร้อม ซูเปอร์แอป” ก็เกิดการร้องเรียนเรื่อง “หมอพร้อมแสดงข้อมูลสุขภาพไม่ตรงกับการรับบริการจริง” ซึ่งต้องยอมรับว่า ส่งผลต่อ “ความน่าเชื่อ”ของการข้อมูลและการใช้งานอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปัญหาเกิดขึ้นจาก “บุคลากรภายในสะดุดขาตัวเอง”

เรื่องนี้ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า แอปพลิเคชันหมอพร้อมมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนรับทราบสิทธิและการตรวจคัดกรองที่ควรได้รับ และขอยืนยันข้อมูลที่อยู่ในโรงพยาบาลมีความปลอดภัย ไม่มีการรั่วไหลหรือเคลื่อนย้ายออกไปในทางที่ผิด การดำเนินการเป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ระดับสากล ทั้งนี้ เชื่อว่าบุคลากรสาธารณสุขทุกคนปฏิบัติงานด้วยความตั้งใจดี ไม่มีใครมีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนในเรื่องของข้อมูล

ข้อมูลผิดพลาด 58%

ขณะที่ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัดสธ. เปิดเผยผลการตรวจสอบเบื้องต้นกรณีที่เกิดขึ้นว่า ณ วันที่ 3 สิงหาคม 2569 มีผู้แจ้งเข้ามา 7,164 คน รายการที่แจ้งให้ตรวจสอบทั้งสิ้น 18,052 รายการ มีสถานบริการที่เกี่ยวข้อง 2,439 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ และเป็นรายการคำร้องทึ่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรอง การป้องกันโรค และการส่งเสริมสุขภาพ มากถึง 77% สำหรับคำร้องที่ตรวจสอบได้อย่างละเอียด เนื่องจากมีข้อมูลครบถ้วน จำนวน 16,346 รายการ ตรวจสอบเสร็จแล้ว 29.9% พบว่า

  • เป็นข้อมูลที่ถูกต้อง 35.8%
  • อาจมีความเกี่ยวข้องกับตัวชี้วัด 32.9%
  • เป็นการบันทึกผิดพลาด 24.8%
  • ส่วนความคลาดเคลื่อนที่อาจเกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายมีเพียง 0.3% ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

“ข้อมูลการคัดกรอง ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค เป็นการบันทึกกิจกรรมเพื่อประเมินว่ามีความเสี่ยงหรือไม่ ยังไม่ใช่ข้อมูลการเจ็บป่วย การลบและแก้ไขข้อมูลจะดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีเอกสารกำกับเพื่อให้รับทราบ จึงไม่ได้มีผลกระทบต่อเรื่องการรักษาหรือสิทธิอื่น เช่น การทำประกัน เป็นต้น”นพ.โสภณกล่าว

3 แนวทางปรับปรุงระบบบ

ขณะที่ นพ.สุภโชค เวชภัณฑ์เภสัช รองปลัดสธ. กล่าวถึงแนวทางแก้ไขและปรับปรุงระบบบริการว่ามี 3 ส่วน คือ

1.แยกหมวดบริการให้ชัดเจน แบ่งแยกระหว่างบริการส่งเสริมป้องกันโรค (PP) และการตรวจรักษาโรค เพื่อลดความสับสนในการแสดงผล

2.ยกระดับด้วย Digital ID นำระบบ Health ID มาใช้กับประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนก่อนและปรับปรุงระบบรับบริการ ลดความเสี่ยงการสวมสิทธิ และใช้ Provider ID สำหรับบุคลากรเพื่อระบุตัวตนผู้บันทึกข้อมูลและติดตามเส้นทางข้อมูลได้แม่นยำ

3.ปรับตัวชี้วัด มุ่งเน้นที่คุณค่าและความถูกต้องของข้อมูลมากกว่าปริมาณ เพื่อลดมูลเหตุจูงใจในการบันทึกข้อมูลที่ผิดเพี้ยน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...